“Henry Ford” ต้นกำเนิด Ford Motor และการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์

“Henry Ford” ต้นกำเนิด Ford Motor และการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์

5 min read  

ฉบับย่อ

  • จากครอบครัวชาวนายากจน Henry Ford ผู้มีนิสัยรักการประดิษฐ์ ฝึกฝนตัวเองจนได้เข้าทำงานที่บริษัทของ Thomas Edison ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก ก่อนที่เขาจะผลิตรถยนต์ Quadricycle รถลากที่มีเครื่องยนต์ภายในและใช้ล้อจักรยานสี่ล้อเป็นตัวขับเคลื่อนได้สำเร็จ นับเป็นรถยนต์คันแรก ๆ ที่ใช้เดินทางได้จริงในสหรัฐ
  • Henry ทำธุรกิจผลิตรถยนต์ขาดทุนจึงไปรวบรวมทุนจากการสร้างรถแข่งจนโด่งดัง เขาเปิดบริษัท Ford Motor ในปี 1903 แต่ยังเจอปัญหาแบบเดิม ๆ คือตลาดรถยนต์ยังแคบ กำลังซื้อของคนทั่วไปมีไม่มากพอ Henry จึงผลิตรถยนต์รุ่น Ford Model T ออกมาแก้ปัญหาทุกอย่าง รถยนต์รุ่นนี้ขับง่าย ซ่อมง่าย ราคาไม่แพง จนทำให้กลายเป็นรถที่มียอดขายถล่มทลาย คนใช้รถครึ่งประเทศสหรัฐต่างเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นนี้
  • จากเดิมคนทำงานจะมีวันหยุด 1 วันต่อสัปดาห์ แต่ในปี 1938 Ford Motor เริ่มทดลองให้คนงานในโรงงานของตัวเองทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมงและไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง เมื่อหลายบริษัทเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นของการผลิตอันเกิดจากการที่พนักงานมีวันหยุดเต็มที่ 2 วัน จึงกำหนดให้พนักงานได้วันหยุด 2 วันเช่นกัน สิ่งนี้กลายเป็นวัฒนธรรมวันทำงาน 5 วันมาจนถึงปัจจุบัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"

โลกของเรารู้จักกับวิทยาการ “รถยนต์” มามากกว่า 250 ปีแล้ว เรียกได้ว่านานจนแฟน ๆ พี่ทุยคงจะนึกไม่ออกเลยว่า ถ้าวันนี้พวกเราไม่มีรถยนต์ใช้เดินทางไปไหนมาไหนชีวิตจะเป็นยังไง และหนึ่งบุคคลที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลและเป็นจุดเปลี่ยนของวงการรถยนต์โลกย่อมจะหนีไม่พ้นชายชื่อ Henry Ford เจ้าของบริษัท Ford Motor เขาได้รับการขนานนามว่าเป็น “บิดาแห่งยานยนต์” และ เป็น “กัปตันแห่งอุตสาหกรรม”

แม้ว่า Henry Ford จะไม่ใช่นักประดิษฐ์คนแรกของโลกที่คิดค้นรถยนต์ขึ้นมา แต่การที่เขาได้รับสมญานามนี้ก็เพราะเขาเป็นบุคคลแรกที่ทำให้รถยนต์ถูกผลิตออกมาและมีคนซื้อกันเป็นการทั่วไปจนออกมาวิ่งเต็มท้องถนน ผู้คนสามารถหาซื้อได้ในราคาที่จับต้องได้ทั่วสหรัฐฯ และทั่วโลกในเวลาต่อมา 

ในช่วงเวลาที่เป็นยุครุ่งเรืองของการผลิตสินค้าหลังช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมและยิ่งในสหรัฐฯ ด้วยแล้ว แนวคิดของทุนนิยมก็ยิ่งทำให้ระบบสายพานการผลิตรถยนต์ของ Ford Motor ตอบโจทย์ในทุกทางที่จะทำให้คนธรรมดามีรถขับได้ ไม่ใช่มีแต่เศรษฐีเท่านั้น ธุรกิจรถม้าก็ค่อย ๆ ตายหายไปและถูกแทนที่ด้วยรถยนต์

ไม่ใช่เพียงแค่นั้น Henry Ford ยังเป็นผู้สร้างวัฒนธรรมการทำงานอย่างหนึ่งที่ส่งผลมาจนถึงทุกวันนี้จากบริษัทของเขาด้วย นั่นคือ การกำหนดให้ใน 1 สัปดาห์นั้นแบ่งเป็นวันทำงาน 5 วันและวันหยุด 2 วัน ที่มาที่ไปและรายละเอียดที่น่าสนใจของชีวิตผู้ชายคนนี้ รวมถึงมรดกของโลกยานยนต์และวัฒนธรรมโลกการทำงานที่เขาทิ้งเอาไว้จะมีอะไรบ้าง วันนี้พี่ทุยจะพาไปทำความรู้จัก Henry Ford ให้มากขึ้นกัน

การเกิดขึ้นของรถยนต์คันแรกของโลกและของสหรัฐฯ

จุดเริ่มต้นการเกิดขึ้นของพาหนะ “รถยนต์” ย้อนไปตั้งแต่ยุคที่มนุษย์เดินทางกันด้วยม้า รถม้า เกวียน จนกระทั่งมีการเอาเครื่องยนต์เข้าไปประกอบจนกลายเป็นรถยนต์ นักประดิษฐ์คนแรกที่เอาเครื่องจักรไอน้ำมาใช้ประกอบเข้ากับรถให้เคลื่อนที่ได้คือ Nicolas-Joseph Cugnot ชาวฝรั่งเศส

ในปี 1769 เขาเอาเครื่องจักรมาวางไว้ตรงด้านหน้ารถสามล้อ ทำให้รถคันนี้ของ Nicolas-Joseph กลายเป็นรถยนต์คันแรกของโลก แต่การเป็นรถที่มีน้ำหนัก 2.5 ตันและวิ่งได้ด้วยความเร็วแค่ 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจึงนับว่าไม่ใช่รถที่คนจะเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ๆ 

“Henry Ford” ต้นกำเนิด Ford Motor และการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์

จนกระทั่ง Francois Isaac de Rivaz นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศสอีกคนก็คิดค้นรถยนต์ที่ใช้ระบบสันดาปภายในโดยใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกในปี 1808 น่าเสียดายที่รถยนต์ของ Francois ไม่ได้รับความสนใจมากนักจนสุดท้ายเขาก็ล้มเลิกการพัฒนารถยนต์ไป 

ต่อมาอีก 60 ปี ในช่วงปี 1870-1888 Siegfried Marcus นักประดิษฐ์ชาวเยอรมันได้คิดค้นรถยนต์ชื่อว่า “Marcus Cart” ใช้ระบบสันดาปภายในโดยใช้เชื้อเพลิงน้ำมันเบนซิน เขาเอาไปใส่รถที่มีล้อ 4 ล้อและได้พัฒนารถยนต์ต้นแบบมาเรื่อย ๆ จนต่อมา Karl Benz นักประดิษฐ์ชาวเยอรมันอีกคนได้มาสานงานต่อ เขาคนนี้ก็คือเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อดังอย่าง Benz ที่เรา ๆ รู้จักกันดีและหลายคนเป็นเจ้าของในทุกวันนี้

Marcus Cart

ฝั่งสหรัฐฯ นั้นก็ใช้เวลาในช่วงไล่เลี่ยกันที่นักประดิษฐ์รถยนต์คิดค้นรถยนต์เชื้อเพลงเบนซินคันแรกขึ้นมาในปี 1893 เขาคนนั้นชื่อว่า Charles Duryea ซึ่งต่อมาก็ได้ก่อตั้งบริษัท Duryea Motor Wagon หลังจากนั้นก็เริ่มมีนักธุรกิจเริ่มเข้ามาจับตลาดธุรกิจรถยนต์มากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ Henry Ford ที่ก่อตั้งบริษัท Ford Motor ในปี 1903

แต่การเข้ามาของ Henry ในวัย 40 ปีครั้งนี้ได้สร้างจุดเปลี่ยนให้กับวงการผลิตรถยนต์อย่างมาก เขากลายเป็นผู้ที่ทำให้ตลาดรถยนต์ของสหรัฐเฟื่องฟูและผลักดันให้ธุรกิจนี้กลายเป็นธุรกิจหลักชั้นนำของโลก

Henry Ford จากลูกชาวนาสู่นักประดิษฐ์และนักธุรกิจชื่อก้อง

เฮนรี ฟอร์ด เกิดวันที่ 30 ก.ค. ปี 1863 ณ เมืองดีทรอยต์ (เมืองหลวงของการผลิตรถยนต์ในสหรัฐ) รัฐมิชิแกน พ่อที่เป็นชาวไอริชอพยพทำงานเป็นชาวนา ครอบครัวของเขาที่มีพี่น้อง 5 คนและเขาเป็นคนโตอยู่ในฐานะยากจนข้นแค้น Henry สนใจเรื่องกลศาสตร์และเครื่องจักรมาตั้งแต่เด็ก เมื่อพ่อของเขามอบนาฬิกาข้อมือให้แต่เขากลับนำมาศึกษาด้วยการแกะออกเป็นชิ้น ๆ เพื่อศึกษาอย่างละเอียด

ต่อมาเขารับซ่อมนาฬิกาให้กับเพื่อนบ้านในละเวกนั้นจนใคร ๆ ที่นาฬิกาข้อมือเสียเป็นต้องนึกถึง Henry จากความชื่นชอบในการซ่อมนาฬิกานี้จึงทำให้เขาในวัยเด็กอยากจะยึดอาชีพช่างซ่อมนาฬิกาเป็นอาชีพเมื่อโตขึ้น

“Henry Ford” ต้นกำเนิด Ford Motor และการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์

แต่ความฝันนี้กลับไปขัดใจพ่อของเขาอย่างแรงที่อยากให้ Henry ยึดอาชีพชาวนาต่อจากพ่อ  Henry ไม่อยากทำอาชีพที่ทำให้ครอบครัวลำบากอีกต่อไป เขาจึงเริ่มมองหาอาชีพใหม่ในการประดิษฐ์อะไรสักอย่างจนทำให้เขามีชื่อเสียงร่ำรวยและหลุดพ้นจากการเป็นคนจน 

หลังจากคิดได้แบบนี้เขาจึงตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนกลางคันตอนอายุ 16 เพื่อไปเป็นช่างซ่อมในบริษัทหลายแห่ง การตามฝันในครั้งแรกนี้ล้มเหลวและเขาต้องกลับไปช่วยพ่อทำนาอีกครั้ง แต่สิ่งที่เขาได้มาระหว่างการเรียนรู้ครูพักลักจำในการเป็นช่างซ่อมก็คือ วิชาซ่อมหม้ออบไอน้ำซึ่งก็ได้ทำให้เขาได้งานที่แผนกช่างซ่อมหม้ออบไอน้ำของบริษัทชั้นนำในเวลานั้นชื่อว่า Westinghouse 

ทำงานในบริษัทของ Thomas Edison ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟ

ในวัย 25 เฮนรี ฟอร์ด เริ่มเข้าทำงานที่บริษัท Edison Illuminating ของ Thomas Edison นักประดิษฐ์ผู้คิดค้นหลอดไฟได้เป็นคนแรก ในเวลานั้นบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าแถวหน้าของสหรัฐฯ เฮนรี ฟอร์ด ทำงานกับบริษัทของ Thomas Edison อยู่ 2 ปีจึงได้รับการเลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าผู้ควบคุมดูแลฝ่ายช่างในปี 1893 ในช่วงนี้เขาเริ่มมีรายได้และเวลามากขึ้นจนสามารถเริ่มประดิษฐ์สิ่งที่เขาสนใจนอกเหนือจากการทำงานบริษัท และสิ่งที่เขาสนใจก็คือ รถยนต์และเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ 

ช่วงเวลานั้น การประดิษฐ์รถยนต์ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในสหรัฐฯ วิทยาการในเรื่องนี้ที่ล้ำหน้าและรถยนต์ส่วนใหญ่ถูกนำเข้ามาขายโดยบริษัทจากเยอรมนี แถมรถยังมีราคาแพงมากจนมีแต่เศรษฐีที่ร่ำรวยเท่านั้นที่ซื้อได้

ต่อมาในปี 1896 รถยนต์คันแรกของ เฮนรี ฟอร์ด ก็ถูกประดิษฐ์ขึ้นจนสำเร็จ ชื่อว่า Quadricycle ซึ่ง Quad หมายถึงสี่มาจากลักษณะสี่ล้อ เขานำเครื่องยนต์ไปใส่ไว้ในรถลากที่ใช้ล้อจักรยานสี่ล้อเป็นตัวขับเคลื่อนไปข้างหน้า เมื่อ Thomas Edison เห็นแววของผลงานของ เฮนรี ฟอร์ด ในครั้งนี้ เขาก็สนับสนุนทุนให้ประดิษฐ์ Quadricycle คันที่สองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

ต่อมาอีก 2 ปี Quadricycle คันที่สองก็ถูกสร้างเสร็จ แต่ Thomas Edison ที่เป็นผู้ออกทุนให้ก็ยังไม่ยอมเปิดสายงานผลิตรถยนต์ให้ตามที่ เฮนรี ฟอร์ด ร้องขอ ขณะที่การแข่งขันในตลาดธุรกิจรถยนต์กำลังเริ่มดุเดือดขึ้นทุกทีและ เฮนรี ฟอร์ด ก็ไม่อยากรอ Thomas จนปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป

เขาจึงลาออกจากบริษัท Edison Illuminating  แล้วหันไปหาผู้สนับสนุนรายใหม่นั่นคือ William Murphy มหาเศรษฐีนักลงทุนแห่งเมืองดีทรอยต์ ตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Detroit Automobile ในปี 1989 ซึ่งนับเป็นบริษัทรถยนต์แห่งแรกของ เฮนรี ฟอร์ด

อุปสรรคแรกของบริษัทรถยนต์ หันเหสู่การทำรถแข่ง

 แม้ว่ารถยนต์ต้นแบบจะพร้อม และเทคโนโลยีเครื่องยนต์ก็ดูจะพร้อมแล้ว แต่บริษัทแรกของ เฮนรี ฟอร์ด ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากต้นทุนการผลิตรถหนึ่งคันให้ได้มาตรฐานในเวลานั้นสูงมาก ด้วยเหตุนี้บริษัท Detroit Automobile จึงประสบภาวะขาดทุนอย่างมากตลอด 2 ปีที่เปิดสายการผลิต

เฮนรี ฟอร์ด จึงหันไปพัฒนารถแข่งเพราะการพัฒนาคุณภาพของรถยนต์นั้น อย่างหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือความเร็วของรถแข่งด้วย นี่เองทำให้ เฮนรี ฟอร์ด พลิกวิกฤตมาประสบความสำเร็จกับการสร้างรถแข่งรุ่น 26 HP ที่เข้าแข่งขันในสนามจนได้ชัยชนะ

รถแข่งรุ่น 26 HP

หลังจากนั้นชื่อของ เฮนรี ฟอร์ด จึงถูกจับตามองอีกครั้งในหมู่นักลงทุน เขารวบรวมเงินได้อีกก้อนหนึ่งแล้วเปิดบริษัท เฮนรี ฟอร์ด ในช่วงปลายปี 1901 แม้ว่าชื่อบริษัทจะใช้ชื่อของเขา แต่เขาเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายเล็กรวมถึงมีตำแหน่งในบริษัทเป็นแค่หัวหน้าฝ่ายช่าง ไม่มีบทบาทกับบริษัทมากนัก เฮนรี ฟอร์ด จึงลาออกไปตั้งบริษัทใหม่อีกครั้ง ส่วนบริษัท เฮนรี ฟอร์ด ก็เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท Cadillac Automobile ซึ่งก็คือบริษัทผลิตรถยนต์ Cadillac ในปัจจุบันนั่นเอง

Ford Motor บริษัทของ Henry Ford ที่แท้จริง

เฮนรี ฟอร์ด ยังคงกลับไปพัฒนารถแข่งต่อและรถแข่งคันใหม่ของเขาชื่อว่า 80 HP ก็ได้รับชัยชนะอีก คราวนี้ได้นักลงทุนรายใหม่ชื่อ Alexander Malcomson และสองพี่น้อง Horace and John Dodge มาร่วมทุนเปิดบริษัท Ford Motor ในปี 1903

แต่ เฮนรี ฟอร์ด ก็ยังเจอปัญหาแบบเดิม ๆ นั่นคือธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่คาดหวัง เนื่องจากตลาดการขายรถยนต์ยังไม่เปิดกว้างมากพอ ส่งผลให้กำลังซื้อของคนมีไม่มากพอ และยิ่งทำตลาดรถยนต์ก็จะยิ่งหดแคบเข้าไปทุกที ๆ

ในตอนนั้น เฮนรี ฟอร์ด เลือกจะใช้กลยุทธ์ใหม่ในกระตุ้นการขายรถยนต์ ด้วยการจัดทดสอบรถแข่งของ Ford Motor และนัดนักข่าวจากสำนักใหญ่ ๆ ไปชมการเปิดตัวรถรุ่น Ford 999 ที่ทะเลสาบน้ำแข็ง St. Clair การทดสอบรถครั้งนี้รถสามารถทำความเร็วสูงถึง 1.6 กิโลเมตรในเวลาเพียง 39.4 วินาที ทำลายสถิติรถยนต์ที่มีความเร็วที่สุดของโลก ณ เวลานั้น

การทดสอบครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สร้างชื่อเสียงให้กับ Ford Motor อย่างมาก เขายังใช้กลยุทธ์การตลาดในการเดินสายแนะนำและสาธิตรถรุ่น Ford 999 ไปตามที่ต่าง ๆ จนคนทั่วไปรู้จักบริษัท Ford Motor มากขึ้น

ส่วนปัญหาที่คาราคาซังติดค้างในใจเขามาตลอดอย่างการที่รถมีต้นทุนการผลิตที่แพงทำให้ราคาขายแพงไปด้วยจนไม่มีคนกล้าซื้อ เฮนรี ฟอร์ด จึงพัฒนารถยนต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาขึ้นมา ชื่อว่า Ford Model T เปิดตัวครั้งแรกในปี 1908 รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นรุ่นพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการรถยนต์

เพราะ เฮนรี ฟอร์ด พัฒนาให้ออกมาเป็นรถยนต์ที่น้ำหนักเบา ขับง่าย ซ่อมแซมได้ง่ายโดยใช้เงินไม่เยอะ หาอะไหล่ง่าย ที่สำคัญทำให้ราคารถยนต์ถูกลงมาอีกมาก Ford Model T จึงเป็นรถยนต์ที่แก้ปัญหาทั้งหมดที่ผ่านมาของ เฮนรี ฟอร์ด และทำให้กลุ่มคนที่มีสถานะทางเศรษฐกิจระดับกลาง ๆ สามารถซื้อรถยนต์ได้ในราคาเอื้อมถึง

Ford Model T

ปฏิวัติวงการสายพานการผลิตรถยนต์

เมื่อปลุกกระแสให้คนอเมริกันหันมาซื้อรถยนต์กันมากขึ้นได้สำเร็จแล้ว ปัญหาต่อไปของ Ford Motor ก็คือทำอย่างไรให้สามารถผลิตจำนวนรถออกมาได้ทันกับความต้องการซื้อของลูกค้า

เฮนรี ฟอร์ด จึงนำวิธีของระบบสายพานการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมมาใช้เพื่อผลิตรถออกมาจำนวนมาก ๆ และแก้ปัญหาการผลิตที่ล่าช้าการผลิตรถยนต์รุ่น Ford Model T จึงมาปฏิวัติหลาย ๆ อย่างทั้งระบบสายพานการผลิต และทำให้บริษัทคู่แข่งทั้งหลายหันมาใช้ระบบการผลิตเดียวกันนี้ทั้งหมด

แต่ในตอนแรกผู้คนในอุตสาหกรรมการผลิตรถต่างคัดค้านแนวคิดของ Henry เพราะมองว่าการผลิตรถเป็นงานละเอียดและไม่สามารถผลิตบนระบบสายพานได้ รวมถึงแรงงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการผลิตแต่ละชิ้นส่วนของรถยนต์ก็ยังมีน้อย อย่ากระนั้นเลย Ford Motor จึงเปิดรับแรงงานจำนวนมากเข้าสู่สายพานการผลิตรถยนต์และอบรมวิธีการผลิตให้อีกด้วย นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนของระบบการผลิตรถยนต์มาจนถึงปัจจุบัน

เฮนรี ฟอร์ด ยังเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงาน Ford Motor จนบริษัทแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่า เป็นบริษัทที่ให้ค่าตอบแทนและดูแลพนักงานดีกว่าบริษัทผลิตรถยนต์เจ้าอื่น ๆ เพราะ Henry เชื่อว่าหากดูแลให้พนักงานทุกคนอิ่มท้องได้ ทำให้ครอบครัวของพนักงานมีความสุข ไม่มีปัญหาใด ๆ แล้ว พนักงานก็จะทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างเต็มที่ตามไปด้วย ซึ่งแนวคิดนี้ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในหมู่เจ้าของบริษัทและนักลงทุนที่จะดูแลพนักงานอย่างดีเยี่ยม

แนวคิดการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์มาจาก Henry Ford

ในช่วงยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม การทำงานของแรงงานและเกษตรกรต่าง ๆ จะมีวันพักต่อสัปดาห์อยู่ที่ 1 วัน ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 20 แม้ว่ารัฐบาลกลางยังไม่ได้เริ่มใช้กฎหมายให้บริษัทต่าง ๆ กำหนดให้พนักงานหรือแรงงานทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง แต่ในปี 1938 Ford Motor ได้เริ่มทดลองให้คนงานในโรงงานทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมงและทำงานไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง (จากเดิมที่แรงงานปกติทำงานกันอยู่ที่วันละ 10-16 ชั่วโมง)

แนวคิดของ เฮนรี ฟอร์ด เริ่มมาจากการที่เขาต้องการขายรถให้คนงานของเขาสามารถซื้อได้ เขาจึงตัดสินใจว่าคนงานของเขาจะต้องมีเวลาพักผ่อนมากพอ เพื่อที่จะเอารถ Ford ที่ซื้อไว้ออกไปขับและมีความสุขกับครอบครัวได้ ต่อมาแทนที่วันหยุดเพิ่มขึ้นแล้วประสิทธิภาพการผลิตรถยนต์ของพนักงานจะลดลง แต่ผลกลับเป็นตรงกันข้าม จนเมื่อหลายบริษัทเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นของการผลิตอันเกิดจากการที่พนักงานมีวันหยุดเป็น 2 วันต่อสัปดาห์ บริษัทผลิตรถยนต์อื่น ๆ จึงกำหนดให้มีวันหยุด 2 วันเช่นเดียวกับ Ford Motor

เฮนรี ฟอร์ด เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร World’s Work ไว้ว่า “การพักผ่อนเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับตลาดผู้บริโภคที่กำลังเติบโต เพราะคนวัยทำงานต้องการมีเวลาว่างมากพอที่จะมองหาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งก็รวมถึงรถยนต์ด้วย นี่จึงเป็นเวลาที่ดีที่จะกำจัดความคิดของเราที่มองว่าการพักผ่อนของคนงาน เป็นทั้งการเสียเวลาหรือเป็นแค่สิทธิพิเศษทางชนชั้น” 

Ford Model T ความสำเร็จตลอดการของ Ford Motor

มีการบันทึกเอาไว้ว่า ในปี 1918 นั้น จำนวนครึ่งหนึ่งของรถบนท้องถนนสหรัฐฯ ทั้งประเทศเป็นรถรุ่น Ford Model T ของ Ford Motor และนั่นก็หมายความว่าในปีนี้ บริษัท Ford Motor ก็ได้ครองส่วนแบ่งการตลาดของตลาดรถยนต์มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย รถยนต์รุ่นนี้ยังมีการผลิตต่อเนื่องไปอีกยาวนานถึง 19 ปี ได้รับการบันทึกสถิติว่าเป็นรถยนต์รุ่นที่เปิดสายพานการผลิตยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ กับจำนวนรถที่ถูกผลิตส่งขายทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านคัน

Ford Model T

เฮนรี ฟอร์ด กลายเป็นบุคคลสำคัญหรืออเมริกันชนแถวหน้าหลังความสำเร็จถล่มทลาย Woodrow Wilson ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้นยังต้องเชิญ Henry เข้าไปพูดคุยส่วนตัวถึงในทำเนียบขาว รวมถึงยังเอ่ยปากชวนให้เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกของพรรคเดโมแครตอีกต่างหาก

ในปีเดียวกันนี้เอง เฮนรี ฟอร์ด ในวัย 55 ได้มอบตำแหน่งประธานบริหาร Ford Motor ให้ Edsel Ford ลูกชายเพียงคนเดียวของเขารับหน้าที่ต่อไป

การเดินทางของ Ford Motor หลังจากความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ยังคงมีต่อไป แม้จะไม่โด่งดังเท่าเดิมเพราะมีบริษัทรถยนต์เกิดขึ้นอีกหลายเจ้า แต่รถยนต์รุ่น Ford Model A ที่เริ่มผลิตในปี 1927 ก็ได้รับความนิยมขายไปได้รวม 4 ล้านคัน 

เฮนรี ฟอร์ด ยังไปเปิดบริษัทผลิตเครื่องบินโดยสาร ใช้ชื่อว่าบริษัท Ford Airplane น่าเสียดายที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ปี 1929 ขึ้นมาเสียก่อน บริษัทเครื่องบินแห่งนี้จึงต้องปิดตัวไป

ถึงอย่างนั้น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 1941 สหรัฐฯ เกิดปัญหาเครื่องบินรบขาดแคลน ประธานาธิบดี Flanklin Roosevelt ได้ขอร้องให้ Ford ช่วยผลิตเครื่องบินรบภายในเวลาจำกัด เฮนรี ฟอร์ด จึงก้าวเข้ามาใช้ประสบการณ์ช่วยผลิตเครื่องบินจากที่กองทัพผลิตได้แค่วันละ 1 เครื่อง เป็นวันละ 20 เครื่อง

ชีวิตในช่วงบั้นปลาย Henry Ford

ในปี 1938 ด้วยวัย 75 ปี เฮนรี ฟอร์ด ตั้งใจจะเกษียณตัวเองจากการทำธุรกิจทั้งหมด ในตอนนั้นเขามีอาการป่วยด้วยโรคหัวใจอยู่แล้ว แต่ที่น่าเสียดายคือ Edsel Ford ลูกชายของเขากลับเสียชีวิตก่อน เฮนรี ฟอร์ด จากโรคมะเร็ง นั่นทำให้ เฮนรี ฟอร์ด ต้องกลับมาบริหาร Ford Motor อีกครั้ง ต่อมาในปี 1945 เขาได้ยกตำแหน่งประธานบริษัทให้กับหลานชายคนโต Henry Ford ที่ 2 เป็นผู้ครอบครองอาณาจักร Ford Motor ต่อไป และ เฮนรี ฟอร์ด ก็จากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 1947 ด้วยโรคชราและในวัย 83 ปี 

และนี่ก็คือชีวิตของผู้ชายที่ชื่อ เฮนรี ฟอร์ด ที่ทุกคนคงจะได้เคยได้ยินชีวประวัติของเขามาบ้าง หรืออาจจะเคยได้นั่งรถ Ford สักครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่แน่ว่าอาจจะนั่งอยู่ตอนที่เปิดอ่านบทความนี้ก็ได้

เรื่องราวของ เฮนรี ฟอร์ด ชายคนที่เติบโตมาจากครอบครัวชาวนาและฝันจะประดิษฐ์อะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อวิ่งหนีวิถีชีวิตแบบเดิมที่ยากลำบาก ล้มลุกคลุกคลานกับช่วงแรก ๆ ในการจะเปลี่ยนอุตสาหกรรมรถยนต์ ได้ทำให้เราได้เรียนรู้บทเรียนหลายอย่างจากชีวิตของเขา ที่ชัดเจนที่สุดคือ ความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จระดับพลิกชีวิตอุตสาหกรรมรวมถึงผู้คนทั่วโลก และยังทิ้งมรดกตกมาถึงคนรุ่นหลังอย่างพวกเราที่ได้มีวันทำงาน 5 วันมาจนถึงทุกวันนี้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: