ความขัดเเย้ง “เกาหลีเหนือ-ใต้” เกิดจากอะไร ทำไมไม่มีท่าทียุติ

ความขัดเเย้ง “เกาหลีเหนือ-ใต้” เกิดจากอะไร ทำไมไม่มีท่าทียุติ

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ปี 1948 เกาหลีถูกออกเป็น 2 ส่วน โดยใช้เส้นขนานที่ 38 กำเนิดประเทศเกาหลีเหนือปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์และเกาหลีใต้ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ปี 1953 มีการเจรจาสงบศึกที่หมู่บ้าน ปัน มุน จอม ในทางเทคนิคนับว่าสงครามเกาหลียังไม่สิ้นสุด เพราะยังไม่มีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ
  • ปี 1995 เกาหลีเหนือถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสำนักงานปรมาณูสากล (IAEA) และถอนตัวจากสนธิสัญญาห้ามแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ และปี 2017 ก็มีการทดลองนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 6 เกาหลีเหนือยังประสบความสำเร็จในการยิงขีปนาวุธพิสัยกลางเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2016 และพัฒนาขีดความสามารถเรื่อยมา จนล่าสุดเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ ICBM ซึ่งเป็นขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยไกล
  • นายยูน ซอก ยอล จากพรรค People Power Party ซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี ว่าที่ประธาธิบดีคนใหม่นี้มีนโยบายแข็งกร้าวด้านความมั่นคง จากท่าทีดังกล่าวเห็นได้ชัดว่าทิศทางการเจรจาต่อจากนี้มีแนวโน้มเปลี่ยนไป

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนนับเป็นจุดเริ่มต้นให้ประเทศที่มีความขัดแย้งกันกลับมาตึงเครียดกันอีกครั้ง ล่าสุดคาบสมุทรเกาหลีก็เป็นอีกจุดที่ร้อนระอุ หลังเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป ซึ่งหลายคนคงลืมไปแล้วว่าประเทศ “เกาหลีเหนือ-ใต้” ยังคงอยู่ในภาวะสงครามที่ยาวนานมาแล้วกว่า 70 ปี

บทความนี้พี่ทุยจะพาทุกคนไปส่องที่มาของการแบ่งแยกประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ รายละเอียดความขัดแย้ง และแนวโน้มสันติภาพในภูมิภาคนี้กัน

เหตุแห่งการแบ่งแยกเป็น เกาหลีเหนือ-ใต้

แผ่นดินเกาหลีถูกปกครองโดยราชวงศ์โชซอนจนถึงปลายศตวรรษที่ 19 ญี่ปุ่นแผ่อำนาจเข้ามาในเกาหลี ปี 1905 ญี่ปุ่นบีบกษัตริย์โกจงเซ็นสัญญาให้เกาหลีเป็นรัฐในอารักขาของญี่ปุ่น เวลาผ่านไป 3 ปี ญี่ปุ่นร่างสนธิสัญญาที่ให้ญี่ปุ่นปกครองเกาหลีโดยตรงทั้งหมดและล้มเลิกราชวงศ์โชซอน เกาหลีก็ตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นจนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 1945 เกาหลีก็เป็นอิสระอีกครั้ง

แม้จะเป็นอิสระจากญี่ปุ่นแต่เกาหลีกลับเป็นที่ต้องการของนานาชาติ และกลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางดุลอำนาจระหว่างสหรัฐฯ และโซเวียต ในที่สุดสหรัฐฯ ก็ได้ดูแลตอนใต้ และโซเวียตดูแลตอนเหนือของเกาหลี สหภาพโซเวียตต้องการให้เกาหลีปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ส่วนสหรัฐฯ ต้องการให้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย

ปี 1948 เพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจ ได้มีการขีดเส้นแบ่งเกาหลีออกเป็น 2 ส่วน โดยใช้เส้นขนานที่ 38 กำเนิดประเทศเกาหลีเหนือปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ (สังคมนิยม) และเกาหลีใต้ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย (ทุนนิยม)

วันที่ 25 มิ.ย. 1950 ทหารเกาหลีเหนือนายแรกก้าวข้ามเส้นขนานที่ 38 เข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้การหนุนหลังจากโซเวียต เริ่มต้นสงครามเกาหลีที่นับเป็นสงครามตัวแทนระหว่างสหรัฐฯ และโซเวียตครั้งแรกของสงครามเย็น ช่วงแรกทหารเกาหลีเหนือซึ่งได้รับการสนับสนุนอาวุธที่ทันสมัยจากโซเวียตเอาชนะกองทัพเกาหลีใต้ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนอาวุธจากสหรัฐฯ อย่างง่ายดาย ในที่สุดก็ยึดกรุงโซลได้ และรุกคืบเข้ายึดพื้นที่จนถึงตอนใต้เหลือเพียงพื้นที่ขนาดเล็กหลังแนวป้องกันที่เรียกกันว่า วงรอบปูซาน

จุดเปลี่ยนสงครามก็เกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ มองว่าไม่อาจเสียเกาหลีใต้ไปเพราะจะทำให้สูญเสียความเชื่อมั่นจากชาติพันธมิตรในภูมิภาคฝั่งตะวันออก ประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน เดินทางไปยังสหประชาชาติเพื่อขอให้นำกำลังช่วยเหลือเกาหลีใต้ และยังสั่งให้ส่งกำลังทหารสหรัฐฯ เข้าร่วมรบโดยไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสซี่งเป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจประกาศสงคราม หลายฝ่ายมองว่าเป็นการใช้อำนาจของประธานาธิบดีที่ล้ำเส้น แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นบทบาทตำรวจโลกของสหรัฐฯ เช่นกัน

จากนั้นกองทัพสหประชาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ ได้ตีโด้กลับจนกองทัพเกาหลีเหนือถอยร่นไปยังพรมแดนที่ติดกับประเทศจีน ทางฝั่งจีนเองก็กังวลว่ากองทัพสหประชาชาติจะไม่หยุดอยู่ที่ชายแดนเกาหลีเหนือ-จีน และจะดำเนินนโยบายให้ประเทศจีนกลับไปปกครองระบอบประชาธิปไตย กองทัพจีนจึงส่งกำลังช่วยเกาหลีเหนือตีโต้จนยึดกรุงโซลได้อีกครั้ง

เมื่อกองทัพสหประชาชาติถอยร่นจนมีแนวรับที่มีเสถียรภาพ ส่วนกองทัพจีนอยู่ห่างไกลทำให้การส่งกำลังบำรุงเป็นไปอย่างลำบาก จึงถูกผลักดันกลับยังเส้นขนานที่ 38 จากนั้นเป็นเวลาอีกกว่า 2 ปีที่เส้นขนานนี้กลายเป็นแนวหน้าของสงคราม และไม่มีฝ่ายใดสามารถรุกคืบไปยังดินแดนอีกฝ่ายได้อีก

ความขัดเเย้ง “เกาหลีเหนือ-ใต้” เกิดจากอะไร ทำไมไม่มีท่าทียุติ

ปี 1953 มีการเจรจาสงบศึกที่หมู่บ้าน ปัน มุน จอม มีผู้ลงนามประกอบด้วย นายพลเผิงเต๋อหวย ผู้บัญชาการกองกำลังอาสาสมัครประชาชนจีน, นายคิม อิล ซุง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพประชาชนเกาหลี และนายพลมาร์ค ดับบลิว คลาร์ก ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพสหประชาชาติ ในทางเทคนิคนับว่าสงครามเกาหลียังไม่สิ้นสุด เพราะยังไม่มีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ ข้อตกลงสงบศึกได้กำหนด เขตปลอดทหารจึงถูกกำหนดขึ้นที่บริเวณเส้นขนานที่ 38 มีความยาว 250 กิโลเมตร และกว้าง 4 กิโลเมตร

ความขัดแย้งท่ามกลางอิทธิพลมหาอำนาจ

แม้สงครามจะสงบลงแต่มีเหตุการณ์ความขัดแย้งมากมายเกิดขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อปี 1968 เกาหลีเหนือส่งทีมคอมมานโด 31 นาย บุกกรุงโซลเพื่อลอบสังหารประธานาธิบดีปาร์ค จุง ฮี แต่ภารกิจล้มเหลว ปีเดียวกันนั้นเกาหลีเหนือยึดเรือยูเอสเอส พิวโบล โดยระบุว่าจงใจเข้าไปในน่านน้ำเกาหลีเหนือ ต่อมาปี 1983 สายลับเกาหลีเหนือวางระเบิดใต้หลังคาอาคารของสุสานวีรบุรุษ ในกรุงย่างกุ้ง พม่า ส่งผลให้รัฐมนตรีเกาหลีใต้ 4 คน เสียชีวิต และปี 1987 สายการบินโคเรียนแอร์ของเกาหลีใต้เกิดระเบิดเหนือทะเลอันดามัน หนึ่งในสองมือระเบิดเป็นสายลับเกาหลีเหนือ

ปัจจุบันเกาหลืเหนือพัฒนาขีปนาวุธและนิวเคลียร์เพื่อคานอำนาจกับชาติตะวันตก ความวุ่นวายเริ่มเมื่อเดือน มี.ค. ปี 1995 หลังเกาหลีเหนือถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสำนักงานปรมาณูสากล (IAEA) และถอนตัวจากสนธิสัญญาห้ามแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ บรรยากาศตึงเครียดในยุคประธานาธิบดีบุชจนต้องมีการเจรจา 6 ฝ่าย ประกอบด้วยเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย

เกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2006 ครั้งที่ 2 ในปี 2009 และยังทดลองเรื่อยมาจนถึงปี 2017 ก็มีการทดลองเป็นครั้งที่ 6 ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวเกาหลีเหนือก็แสดงท่าทีแข็งกร้าวด้วยการยิงเรือรบโชนันและถล่มเกาะย็อนพย็องของเกาหลีใต้เมื่อปี 2010 เกาหลีเหนือยังประสบความสำเร็จในการยิงขีปนาวุธพิสัยกลางเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2016 และพัฒนาขีดความสามารถเรื่อยมา ล่าสุดเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ ICBM ซึ่งเป็นขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยไกล รัศมีทำการมากกว่า 5,000 กิโลเมตร ใช้เพื่อบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ นับเป็นการยิงขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งแรกในรอบ 5 ปี

ประธานาธิบดีมูน แจ อิน แห่งเกาหลีใต้ ประณามการทดสอบยิงครั้งนี้ และนับเป็นการละเมิดคำสัญญาระงับการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลของประธานาธิบดีคิม จอง อึน ที่ให้ไว้ในปี 2017 เมื่อครั้งมีการเจรจาร่วมระหว่างประธานาธิบดีมูน แจ อิน ประธานาธิบดี คิม จอง อึน และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

โต๊ะเจรจาที่ไม่สำเร็จและทิศทางที่ตึงเครียดขึ้น

นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 5 ปีก่อน ประธานาธิบดีมูน แจ อิน พยายามเจรจากับเกาหลีเหนือเพื่อยุติสงครามเกาหลี แม้ผู้นำเกาหลีเหนือได้เจรจากับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ถึง 3 ครั้ง แต่ก็ล้มเหลว และยังปฏิเสธข้อเสนอจากประธานาธิบดีไบเดนที่ต้องการเจรจาโดยปราศจากเงื่อนไข

ความพยายามที่ล้มเเหลวด้านหนึ่งเป็นเพราะสหรัฐฯ ยังไม่สนับสนุนการเจรจาสันติภาพของเกาหลีใต้ เพราะมีมุมมองบางอย่างที่ต่างกันทั้งเรื่องลำดับ จังหวะเวลา และเงื่อนไขในข้อตกลง ด้านจีนให้การสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ โดยมองว่าจะเกิดเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่เกาหลีเหนือไม่พอใจกับการมีทหารสหรัฐฯ ประจำการในเกาหลีใต้ 28,500 นาย โดยความต้องการที่แท้จริงคือให้สหรัฐฯ ยุติการสนับสนุนทางการทหารต่อเกาหลีใต้ในระยะยาว

การเจรจาอาจทวีความตึงเครียดได้อีก เมื่อนายยูน ซอก ยอล จากพรรค People Power Party ซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี และจะเข้ารับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีมูน แจ อิน ที่จะหมดวาระในเดือน พ.ค. ปี 2022

ว่าที่ประธาธิบดีคนใหม่นี้มีนโยบายแข็งกร้าวด้านความมั่นคง พร้อมกล่าวว่าอาจโจมตีเกาหลีเหนือก่อนหากจำเป็น จากท่าทีดังกล่าวเห็นได้ชัดว่าทิศทางการเจรจาต่อจากนี้มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยประธานาธิบดีมูน แจ อิน อย่างแน่นอน

ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ดินแดนข้อพิพาทระหว่างรัสเซียและญี่ปุ่น สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีก็เป็นอีกจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มหาอำนาจจะเข้ามาห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดเพื่อผลประโยชน์สูงสุด

คาบสมุทรเกาหลีเหนือ-ใต้

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: