ส่องประวัติ Jack Ma จากนักธุรกิจพันล้าน สู่การหายตัวไปอย่างลึกลับ

ส่องประวัติ Jack Ma จากนักธุรกิจพันล้าน สู่การหายตัวไปอย่างลึกลับ

4 min read  

ฉบับย่อ

  • Jack Ma มีความสนใจในภาษาอังกฤษมาก เขาเริ่มทำงานเป็นไกด์ตั้งแต่ 9 ขวบ เพื่อฝึกภาษาอังกฤษ เขาได้สอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยถึง 3 ปี และเขาเคยสมัครเรียนต่อที่ Harvard แต่ก็ถูกปฏิเสธร่วม 10 ครั้ง 
  • Jack Ma สมัครงานกว่า 30 ที่ แต่ก็โดนปฏิเสธทุกที่ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้เรื่องอินเทอร์เน็ต และเริ่มต้นธุรกิจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นเขาจึงได้ก่อตั้งบริษัท Alibaba ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำให้ทั่วโลกรู้จักเขาจนถึงทุกวันนี้ 
  • ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ Jack Ma ต้องพบกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่เมื่อเขาวิพากษ์วิจารณ์ระบบการเงินของจีน ทำให้รัฐบาลไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทำให้เขาหายตัวไปกว่า 3 เดือน จนพักหลัง เริ่มปรากฏตัวให้เห็นบ้างแต่ไม่บ่อยนัก ซึ่งจากเหตุการณ์นี้สร้างความปั่นป่วนต่อหุ้นของ Alibaba อย่างมาก

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"

ถ้าหากพูดถึงนักธุรกิจ มหาเศรษฐี หรือบุคคลที่รวยติดอันดับต้น ๆ ในโลก เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง Jack Ma นักธุรกิจผู้ใจบุญชาวจีน เป็นที่รู้จักกันว่าเขาคือเจ้าของบริษัทเครือ Alibaba Group ที่โด่งดังทั้งในจีนและดังไปทั่วโลก เป็นบริษัทที่ทำทั้งธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง e-commerce และด้านเทคโนโลยี 

ทว่าชีวิตของ Jack Ma ไม่ได้ราบรื่นและสวยงาม ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันเขาต้องเผชิญกับสารพันปัญหามากมาย อย่างในไม่กี่ปีที่ผ่านมาความขัดแย้งระหว่าง Jack Ma (แจ็ค หม่า) กับรัฐบาลจีนก็ส่งผลต่อธุรกิจเขาไม่น้อย เมื่อไม่นานมานี้ Jack Ma ถูกโยงว่ามีส่วนเกี่ยวกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลจีน ทำเอาโลกธุรกิจปั่นป่วนไม่น้อยเลยทีเดียว 

วันนี้พี่ทุยจึงจะพามาทำความรู้จักชีวิตของชายที่ชื่อว่า แจ็ค หม่า ว่ากว่าจะเป็นนักธุรกิจระดับพันล้านอย่างในทุกวันนี้ ต้องเจออะไรมาบ้าง!

ชีวิตวัยเด็ก ของ Jack Ma

แจ็ค หม่า เกิดเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 1964 ที่เมืองหางโจว เจ้อเจียง ประเทศจีน ชื่อเดิมของเขาคือ Mǎ Yún (马云) เขามีพี่น้องทั้งหมด 2 คน ชีวิตในวัยเด็กของเขาไม่ได้ราบเรียบนัก พ่อแม่ของเขาทำอาชีพเกี่ยวกับการเล่าเรื่องผ่านดนตรี ซึ่งครอบครัวเขาก็ไม่ได้มีเงินมากเท่าไหร่ ทำให้ตอนที่ Ma ยังเด็กเขาเป็นเด็กที่ผอมแห้ง และมักจะถูกรังแกจากเด็กที่โตกว่าเสมอ 

สิ่งหนึ่งที่ Ma ให้ความสนใจอย่างมากคือ ภาษาอังกฤษ เขาเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก ๆ ต่อมาเมื่อเขาอายุได้ 9 ขวบ เขามีความต้องการที่จะพัฒนาภาษาอังกฤษของเขาให้ดียิ่งขึ้น เขาจึงเริ่มไปที่โรงแรมในเมืองที่เขาอยู่ เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยวให้กับชาวต่างชาติ นอกจากนี้เขายังได้เป็นมีเพื่อนทางจดใหม่ และเป็นคนที่เรียกเขาว่า Jack ด้วย เนื่องจากชื่อภาษาจีนของเขาออกเสียงยากเกินไป 

หลังจบมัธยมปลาย แจ็ค หม่า เขาได้สมัครเรียนมหาวิทยาลัย แต่ใน 2 ปีแรก เขาสอบไม่ผ่าน เขาได้ใช้เวลาในการทบทวนและฝึกฝนตนเอง ท้ายที่สุดเขาจึงสอบผ่านในปีที่ 3 โดยเขาได้เลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยครูหางโจว เขาได้สำเร็จการศึกษาในสาขาภาษาอังกฤษ ในปี 1998 หลังจากเรียบจบเขาก็ได้เริ่มสมัครงานกว่า 30 ที่ ทว่าเขากลับโดนปฏิเสธทุกครั้ง ไม่นานนักเขาก็ได้ถูกว่าจ้างให้เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ แจ็ค หม่า เองก็ยังสมัครเรียนต่อที่ Harvard Business School ด้วย แต่ก็ถูกปฏิเสธกว่า 10 ครั้ง! 

ช่วงชีวิตวัยเด็กและวัยเรียนของเขา ตลอดจนเข้าสู่วัยทำงาน กลายเป็นบทเรียนชีวิตที่สำคัญของ แจ็ค หม่า เขาได้นำบทเรียนเหล่านี้เป็นแรงผลักดันในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จนนำไปสู่การเริ่มต้นเส้นทางธุรกิจ 

จุดเริ่มต้นธุรกิจ

เริ่มแรกเขาได้ใช้ความสามารถภาษาอังกฤษที่เขาร่ำเรียนมาเปิดบริษัทแปลภาษาที่ชื่อว่า Hangzhou Haibo Translation Agency หลังจากนั้นไม่นานในปี 1995 เขาได้เดินทางไปสหรัฐฯ แจ็ค หม่า ได้รู้จักอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรกและเขารู้สึกประทับใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งแรกที่เขาทำการค้นหาบนอินเทอร์เน็ตคือ “เบียร์” ถัดมาเขาได้พยายามค้นหาข้อมูลเบียร์ของประเทศจีนรวมทั้งข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับจีน ทว่ามันกลับไม่มีข้อมูลอะไรเลย จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาได้ไอเดียสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจอินเทอร์เน็ตในจีน

เม.ย. 1995 แจ็ค หม่า ตัดสินใจก่อตั้งบริษัทร่วมกับเพื่อนของเขา โดยใช้ชื่อว่า “China Yellow Pages” ต่อมาวันที่ 10 พ.ค. 1995 แจ็ค หม่า ได้จดทะเบียนโดเมนของเว็บไซต์ด้วยชื่อ chinapages.com ภายในระยะเวลา 3 ปี เว็บไซต์ของเขาได้สร้างรายได้ให้เขาราว ๆ 800,000 ดอลลาร์  

ความสำเร็จทางด้านอินเทอร์เน็ตของเขา ทำให้ แจ็ค หม่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าบริษัทด้านไอที ที่มีหน่วยงานอย่าง China International Electronic Commerce Center ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การควบคุมและจัดการโดยกระทรวงการค้าต่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้วย และเขาก็ได้ทำงานในบริษัทในไอทีนี้ประมาณ 1 ปี ก่อนจะลาออกไปเริ่มธุรกิจใหม่ 

Alibaba กับความสำเร็จของ Jack Ma

ปี 1999 แจ็ค หม่า ได้กลับมาที่หางโจวพร้อมกับเพื่อนอีก 18 คน พวกเขาได้ก่อตั้งบริษัท Alibaba ในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ของเขา เขาตั้งใจสร้างให้ Alibaba เป็นเว็บไซต์ที่เปรียบเสมือนร้านค้าครบวงจรสำหรับผู้ค้ากับหน่วยธุรกิจต่าง ๆ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นตัวกลางสำหรับการซื้อขายสินค้านั่นเอง 

ในเดือน ต.ค. 1999 และ ม.ค. 2000 บริษัท Alibaba ชนะการลงทุนจากต่างประเทศและได้รับเงินลงทุนมา 25 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินที่ แจ็ค หม่า นำมาใช้ปรับปรุงเว็บไซต์ ทำให้ธุรกิจของเขาขยายและเติบโตมากขึ้น เมื่อ แจ็ค หม่า เห็นโอกาสในการทำธุรกิจเพิ่มเติมจากการที่ธุรกิจของเขาขยายไปกว่า 240 ประเทศทั่วโลก เขาจึงได้ก่อตั้ง Taobao Marketplace, Alipay, Ali Mama และ Lynx ธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก ขนาดที่ eBay เองก็สนใจที่จะซื้อ Taobao เลยทีเดียว แต่เขาก็ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไป 

Alibaba ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในปี 2012 ธุรกรรมทางออนไลน์ของ Alibaba เกิน 1 ล้านล้านหยวน  ผู้คนทั่วโลกต่างใช้บริการและให้ความสนใจธุรกิจของ แจ็ค หม่า อย่างมาก ทำให้ในเดือน ก.ย. 2014 บริษัทได้ระดมทุนกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ ในการเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งนี้เป็นการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินของสหรัฐฯ ทำให้ Alibaba กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าทรัพสินย์มากที่สุดในโลก ณ เวลานั้นเลยก็ว่าได้ รวมถึง แจ็ค หม่า ก็ได้ขึ้นกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีนด้วยทรัพย์สินกว่า 25 พันล้านดอลลาร์ 

ในปี 2019 แจ็ค หม่า ได้ลาออกจากตำแหน่ง ประธานบริหารของ ‘Alibaba Group Holding’ โดยเขาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับข่าวที่ว่ารัฐบาลจีนบังคับแต่อย่างใด เขากล่าวว่า ทั้งนี้ก็เพื่อมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมการกุศลของมูลนิธิของเขามากขึ้น ต่อมาก็ได้ Daniel Zhang CEO ของ Taobao ขึ้นมาเป็นประธานบริหารแทน แจ็ค หม่า และเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2020 แจ็ค หม่า ก็ได้ลาออกจากบอร์ดบริหารอาลีบาบาอย่างเป็นทางการ

ทั้ง แจ็ค หม่า และ Alibaba เองต่างก็ประสบความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจนี้เป็นอย่างมาก แจ็ค หม่า กลายเป็นผู้มีอิทธิพลมากที่สุดยุคหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ ในปี 2009 เขาได้รับการคัดเลือกโดยนิตยสาร Time ให้เป็น “100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก” Alibaba ก็ได้เป็นหนึ่งในบริษัทค้าปลีกและ e-commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย 

แจ็ค หม่า หายไปไหน?

ในช่วงเดือน ต.ค. 2020 – ม.ค. 2021 สื่อต่าง ๆ เริ่มจับตามองและตั้งข้อสังเกตว่า แจ็ค หม่า หายตัวไปและไม่ได้ปรากฏในหน้าสื่อไหนเลยตลอด 3 เดือน ผู้คนต่างตั้งคำถามและเชื่อมโยงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เสียงส่วนใหญ่ล้วนเชื่อว่า ที่เขาหายตัวไปเนื่องจากมีปัญหากับรัฐบาลจีน จากเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2020 แจ็ค หม่า ได้วิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบการเงินของรัฐบาลจีน ซึ่งการที่เขาหายตัวไปอาจจะเป็นการจัดการของรัฐบาลก็เป็นได้ 

ก่อนหน้าที่เขาจะหายตัวไป แจ็ค หม่า และเพื่อนร่วมงานของเขาบางคนถูกเรียกตัวเข้าไปพบกับหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องนี้ของรัฐบาล หลังจากนั้นเขาก็ไม่ปรากฏที่ไหนอีกเลย นับตั้งแต่นั้นมาบริษัทของเขาเองก็ถูกรัฐบาลจีนสอบสวนและปราบปรามจากรัฐบาลในข้อหาการละเมิดการผูกขาดการค้าในจีน ซึ่ง Alibaba ต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นกว่า 2.75 พันล้านดอลลาร์ และหุ้นในบริษัทของเขาร่วงลง เป็นมูลค่าเกือบ 76 พันล้านดอลลาร์ 

ผ่านไปกว่า 3 เดือน แจ็ค หม่า ได้ปรากฏตัวให้เห็นอีกครั้งผ่านวิดีโอสั้น ๆ ของกิจกรรมการกุศลเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2021 หลังจากนั้นก็มีคนพบเห็นเขาบางเป็นครั้งคราว เช่น พบเห็นเขาตีกอล์ฟที่เกาะไหหลำ หรือที่มณฑลเจ้อเจียงเมื่อเดือน ก.ย. 2021 อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวของเขาก็สามารถสยบข่าวลือเรื่องการถูกกักขังหรือกักบริเวณได้ 

ข่าวการหายตัวไปของ แจ็ค หม่า สร้างความปั่นป่วนต่อตลาดหุ้นโดยเฉพาะจีนไม่น้อย หุ้นของ Alibaba ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ตลอด อย่างล่าสุด 3 พ.ค. 2022 มีข่าวว่า ชายแซ่ Ma ถูกจับกุมที่เมืองหางโจว ซึ่งเป็นเมืองที่ Alibaba ตั้งอยู่ เกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงระดับชาติ โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ต้องสงสัยว่า “สมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่อต้านจีนที่ต่อต้านจีน” การจั่วหัวข่าวขึ้นมาแบบนี้ทำให้นักลงทุนแห่กันตีความในหลายแง่มุม นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าชายแซ่ Ma นี้คือ Jack Ma ทำให้นักลงทุนต่างก็เทขายหุ้น Alibaba จนร่วงถึง -9.4% สูญเสียไปกว่า 26 พันล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่นาที 

อย่างไรก็ดีก็มีรายงานเพิ่มเติมว่า ชื่อของชายแซ่ Ma ดังกล่าวมี 3 พยางค์ ไม่ใช่ 2 พยางค์ ทำให้สถานการณ์หุ้นของ Alibaba ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายในวันดังกล่าว นับได้ว่าเป็นโชคดีของ Alibaba อีกครั้ง 

กว่าจะเป็น แจ็ค หม่า ในทุกวันนี้ 

ชีวิตของ แจ็ค หม่า ไม่ได้ราบเรียบ แต่กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เขากลับพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ใช้อุปสรรคเหล่านั้นในการผลักดันตัวเขาให้ก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้ ปัจจุบันเขายังมีอิทธิพลต่อโลกธุรกิจอยู่ตลอด จากข่าวล่าสุดยิ่งชี้ให้เห็นว่าผู้คนยังให้ความสนใจชายคนนี้อยู่ตลอด ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็นบ่อยนักก็ตาม 

“หากคุณอยากประสบความสำเร็จ จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น ไม่ใช่ความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะฉลาดขนาดไหน คุณก็ต้องเผชิญหน้ากับความผิดพลาด ซึ่งการเรียนรู้ (ประสบการณ์ของคนอื่น) จะทำให้คุณรู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับมัน” Jack Ma, World Economic Forum (2018) 

สุดท้ายนี้ ที่พี่ทุยยกมานี้เป็นหนึ่งในคำพูดของ แจ็ค หม่า ที่พี่ทุยชอบมาก หวังว่าคำพูดนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟน ๆ พี่ทุยไม่มากก็น้อย 

อ้างอิง 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: