ตลาดซื้อขายค่าเงิน Forex

ทำไม ตลาดซื้อขายค่าเงิน ถึงได้ชื่อว่า “ตลาดแห่งโอกาส” ของนักเทรด ?

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ตลาดซื้อขายค่าเงิน คือตลาดที่คนเอา “สกุลเงิน” ต่าง ๆ เข้ามาแลกเปลี่ยนกันตลอด 24 ชั่วโมง ทำธุรกรรมได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์
  • สกุลเงินมีการเคลื่อนไหวของราคาตามกฎ Demand & Supply ซึ่งปัจจัยที่เข้ามากระทบมีหลากหลากปัจจัย ทำให้ราคามีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา
  • ตลาดซื้อขายค่าเงิน มีให้เลือกซื้อขายหลากหลายสกุลเงิน นักเทรดเลือกทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น และ ขาลง พร้อมเลือกระดับความเสี่ยง (Leverage) ได้ด้วยตัวเอง
  • ปัจจุบันยังไม่มีการให้ใบอนุญาตสำหรับโบรกเกอร์ ตลาดซื้อขายค่าเงิน ในไทย ทำให้นักลงทุนไทยต้องเลือกเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ถ้าเราไปถาม “นักเทรด (Trader)” ว่าหนึ่งในสินทรัพย์ที่นักเทรดแทบจะทุกคน มักจะกระโดดเข้าไปหาโอกาสทำกำไรเสมอ คำตอบที่ได้ก็คือ ตลาดซื้อขายค่าเงิน พี่ทุยเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างอย่างแน่นอน วันนี้พี่ทุยจะพาสำรวจว่า ตลาดซื้อขายค่าเงิน จริง ๆ แล้วคืออะไรกันแน่ แล้วทำไมถึงเป็นตลาดที่นักเทรดมองว่าเป็นโอกาสทำกำไรที่มักกระโดดเข้าไปกัน

ตลาดซื้อขายค่าเงิน ก็คือการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

เป็นตลาดที่คนเอา “สกุลเงิน” ต่าง ๆ เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่มีมานาน พอ ๆ กับที่มีการคิดค้นสกุลเงินขึ้นมาบนโลกเมื่อ 500 ปีที่แล้วก็ว่าได้

โดย ตลาดซื้อขายค่าเงิน เองก็มีการพัฒนา และ ปรับเปลี่ยนมาตามยุคสมัย จนปัจจุบันสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่าย ๆ

ซึ่งตลาดซื้อขายค่าเงินถือว่ามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจมาก เพราะเมื่อเราก้าวเท้าเดินออกจากประเทศไปยังประเทศที่ไม่ใช้ “สกุลเงิน” เดียวกัน เราจำเป็นต้องแลกเงินไปเป็นเงินสกุลเงินท้องถิ่นนั้น ๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ทำธุรกิจ หรือ เดี๋ยวนี้แค่เราสั่งของออนไลน์จากเว็บไซต์ต่างประเทศก็ถือว่ามีธุรกรรมการแลกเงินเกิดขึ้น ซึ่งเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของ ตลาดซื้อขายค่าเงิน ที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“สกุลเงิน (Currency)” ก็เหมือนกับสินค้ามีราคาปรับขึ้นตาม Demand & Supply

โดยปกติแล้วสกุลเงินที่เราจะซื้อขายกันมักเป็นคู่สกุลเงินเสมอ เช่น USD/THB = 35.5 ก็จะแปลว่าเงิน 1 ดอลลาร์ แลกได้ 35.5 บาท และ เราก็มักจะเห็นว่าสกุลเงินในแต่ละคู่นั้นมีการปรับเปลี่ยนอยู่ต่อเนื่องตลอดเวลา เพราะสกุลเงินมีการ “แข็งค่า” และ “อ่อนค่า” ขึ้นลงตามกฎของ Demend & Supply เมื่อสกุลเงินใดมี “ความต้องการมากขึ้น” ก็จะส่งผลให้สกุลเงินนั้น “แข็งค่า” ขึ้น และ แน่นอนเมื่อคน “ไม่ต้องการถือสกุลเงิน” ใดขึ้นมาก็จะทำให้สกุลเงินนั้น “อ่อนค่า” ลง

ส่วนเหตุผลที่ทำให้คนต้องการถือมากขึ้นหรือน้อยลงเองก็มีทั้ง สภาวะเศรษฐกิจ การเมือง นโยบายการเงิน นโยบายการคลัง ฯลฯ นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมสกุลเงินถึงมีการขยับต่อเนื่องตลอดเวลา เพราะมีปัจจัยเข้ามากระทบที่หลากหลายนั่นเอง

ตลาดซื้อขายค่าเงิน เป็นตลาดที่มีความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง

ด้วยเหตุที่ราคาของแต่ละ “สกุลเงิน” มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวของราคา เท่ากับว่าเป็นโอกาสให้นักเทรด ที่จะสามารถเข้าไปหากำไรจาก “ส่วนต่างของราคา” ได้ ซึ่งข้อดีของตลาดซื้อขายค่าเงินก็มาหลากหลายเลย

1. ตลาดมีสกุลเงินให้เลือกเทรดหลายสกุลเงิน

ถ้านับแค่คู่สกุลเงินหลัก ๆ อย่าง EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, AUD/USD หรือ USD/CNY ที่เป็นคู่สกุลเงินที่ได้รับความนิยม ทำให้มีสภาพคล่องสูง ซื้อขายสะดวก แต่ในความเป็นจริงโลกของเรามีมากกว่า 180 สกุลเงินที่สามารถเข้าไปหาโอกาสได้

2. สามารถเลือกทำกำไรได้จากทั้งขาขึ้น และ ขาลง

เวลาที่เราจะเทรดสกุลเงินเราต้องเลือกทิศทางที่จะเข้าไปเก็งกำไรด้วย ว่าจะเลือกให้แข็งค่า หรือ อ่อนค่า โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบในแต่ละสกุลเงินมีหลากหลาย การที่เราจะเลือกเก็งกำไรทางไหน ขึ้นอยู่กับข้อมูล ทักษะ และ ประสบการณ์การลงทุนของแต่ละคน

3. ใช้ระดับความเสี่ยง (Leverage) เพิ่มความสามารถในการทำกำไร

โดยทั่วไปค่าเงินมักไม่ได้ขยับตัวเร็วทีละ 10 – 20% แบบหุ้น หรือ คริปโต แต่การขยับเพียง 0.5 – 1 % ก็เรียกว่าส่งผลกระทบอย่างมากแล้ว ดังนั้นในตลาดซื้อขายค่าเงินจะสามารถเลือกระดับความเสี่ยงได้ เช่น เลือกใช้ Leverage 50 เท่า ก็แปลว่า ถ้าหากสกุลเงินมีการเคลื่อนไหวในทิศทางที่เราคาดการณ์ 1% จะทำให้เราได้กำไร 50% นั่นเอง

แต่ถ้าเลือกผิดทางก็จะทำให้เกิดความเสียหายกับพอร์ตอย่างมากได้เช่นกัน ดังนั้นการเลือกใช้ Leverage จะต้องใช้อย่างระมัดระวัง พร้อมแผนการเทรดที่ชัดเจน และ ห้ามใช้ Leverge เกินความสามารถในการรับความเสี่ยงที่เรารับได้

รู้หรือไม่ ในประเทศไทยยังไม่มีโบรกเกอร์ของ ตลาดซื้อขายค่าเงิน ใดที่ได้รับใบอนุญาตจาก ธปท.

ข้อจำกัดสำหรับตลาดซื้อขายค่าเงิน ของนักลงทุนไทย ยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้ทำแพลตฟอร์ม ซื้อขายค่าเงิน เพื่อการลงทุน หรือ เก็งกำไรของบุคคลธรรมดาจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้นักเทรดที่ต้องการเข้าสู่ตลาดซื้อขายค่าเงินจะต้องไปใช้บริการโบรกเกอร์จากต่างประเทศ

สำหรับใครที่สนใจเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศก็จำเป็นต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ดี มีความน่าเชื่อถือ อย่างเช่น FBS ที่เป็นโบรกเกอร์ระดับโลกได้รับใบอนุญาตทั่วโลก ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในกว่า 150 ประเทศ มีลูกค้ามากกว่า 27 ล้านบัญชี พร้อมได้รับรางวัลนานาชาติมากกว่า 90 รางวัล จากองค์กรชั้นนำทั่วโลก FBS ดำเนินการมาอย่างยาวนาน และ เพิ่งฉลองครบรอบ 15 ปี ไปเมื่อกลางเดือน ก.พ. 2567 เป็นอีกหนึ่งตัวบ่งชี้ถึงความน่าเชื่อถือ ของแพลตฟอร์ม นอกจากจะมีความน่าเชื่อถือแล้ว ยังมีความน่าสนใจ ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ และ สินค้าให้นักเทรดเข้าไปหาโอกาสทำกำไรได้แบบเต็มที่

  • มีบัญชีที่สองประเภท: Real account และ Demo account ให้ทดลองระบบก่อนซื้อขายจริงได้
  • มีตราสารให้ซื้อขายมากกว่า 550 ตราสาร ทั้ง CFD คู่สกุลเงิน ดัชนีโลก หุ้น ทอง หรือ คริปโต ก็มีให้เลือกเทรดเช่นกัน
  • Spread เริ่มต้นตั้งแต่ 0.7 pips
  • เลือก leverage ได้ตั้งแต่ 1 เท่าไปจนถึง 3000 เท่า
  • เริ่มต้นเปิดบัญชีเพียง 5$
  • ค่าคอม 0% เทรดฟรี! ไร้ค่าธรรมเนียม
  • มีระบบคอยช่วยเหลือสนับสนุนตลอด 24/7
  • มีระบบให้เลือกวิธีการฝากถอนได้มากกว่า 200 วิธี
  • สามารถซื้อผ่าน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ได้

สำหรับใครที่สนใจข้อมูลหรือต้องการเปิดบัญชีกัน FBS สามารถเข้าไปได้ที่ https://bit.ly/moneybuffalo_fbs 

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile