“แนวโน้มราคาทองคำ” ปี 2022 เป็นยังไงบ้าง - ควรซื้อดีมั้ย

“แนวโน้มราคาทองคำ” ปี 2022 เป็นยังไงบ้าง ? – ควรซื้อดีมั้ย

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ราคาทองคำย้อนหลัง 10 ปี ในไทย เคยขึ้นไปสูงสุดช่วงเดือน ส.ค. 2020 ที่บาทละ 30,400 บาท และต่ำสุดเมื่อปี 2014 ที่ 17,750 บาท ถ้าซื้อช่วงราคาต่ำสุดแล้วมาขายช่วงสูงสุดจะได้กำไรถึง 71.26%
  • ทิศทางดอกเบี้ยกับเงินเฟ้อมีผลต่อทิศทางทองคำ หากดอกเบี้ยลง เงินเฟ้อพุ่ง คนก็สนใจซื้อทองคำเพื่อบริหารความเสี่ยง รับมือมูลค่าเงินที่ลดลง แต่ระยะหลังเทรนด์คริปโตมา ก็ทำให้คนสนใจทองคำน้อยลงหันไปหาคริปโตแทน
  • ปี 2022 มีปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำคือ ดอกเบี้ยขึ้น ดอลลาร์แข็ง เงินเฟ้อเพิ่ม สถานการณ์โควิด-19 ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความต้องการของธนาคารกลางและกลุ่มอัญมณี โดยต้นปีราคาอาจยังขึ้นได้ แล้วปรับลงในช่วงปลายปี
  • ในช่วงราคาทองคำลง การทยอยเก็บทองคำเป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะถือเป็นสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับบริหารความเสี่ยงพอร์ตโดยรวม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

“มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่” ประโยคนี้จะมีความศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ ในปีที่ราคาทองคำพุ่งสูงปรี๊ด วันนี้พี่ทุยเลยจะพาไปส่อง “แนวโน้มราคาทองคำ” ปี 2022 เสียหน่อย

ซึ่งถ้าดูย้อนกลับไปในอดีต ก็จะพบว่า ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นในปีที่เศรษฐกิจมีปัญหา มีสงคราม มีเหตุการณ์ไม่แน่นอนอะไรเกิดขึ้น ที่ทำให้คนรู้สึกต้องการเก็บสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเอาไว้ (องค์การอนามัยโลกก็ยังให้เฝ้าระวังโควิด-19 ในปี 2022 อยู่นะ)

วันนี้พี่ทุยจะมาเจาะลึกกันว่า ปี 2022 ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่คนมองหาหรือเปล่า แนวโน้มราคามีโอกาสขึ้นไปอีกหรือว่าร่วงลงมายังไงบ้าง

หมายเหตุ: บทความนี้ยังมิได้รวมปัจจัยเรื่องของสงคราม “รัสเซีย-ยูเครน” ที่เพิ่งเกิดขึ้นปลายเดือน ก.พ. 2022 ใครสนใจบทวิเคราะห์ราคาทองคำที่สูงขึ้นอย่างมากในช่วงสงคราม พี่ทุยสรุปไว้ให้แล้ว “ซื้อทองคำ” ตอนนี้ยังทันมั้ย ? – เมื่อราคาพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

“เเนวโน้มราคาทองคำ” จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี

ก่อนจะมาวิเคราะห์ราคาทองคำปี 2022 พี่ทุยอยากจะชวนย้อนไปดูข้อมูลราคาทองคำในอดีต 10 ปีว่าเป็นยังไงบ้าง

ราคาทองคำย้อนหลัง 10 ปี

การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกช่วง 10 ปี

การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกช่วง 10 ปี

ถ้าเราดูราคาทองคำในประเทศ 10 ปี เทียบกับราคาทองคำในตลาดโลก 10 ปี เราจะพบว่า ช่วงที่ราคาขึ้นไปสูงสุดนั้นสอดคล้องกัน คือ ปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มต้นมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ส่วนราคาต่ำสุดนั้นอาจจะไม่เหมือนกัน ก็เพราะมีปัจจัยเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนมาเกี่ยวข้องด้วย

ส่วนการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำตลอด 10 ปี ก็ถือว่า มีโอกาสเหวี่ยงได้แรงในบางปี แต่ถ้าใครซื้อทองคำในปีที่ราคาร่วงไปมาก ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในปีที่ราคาทองคำขึ้นไปสูงมาก เช่น 

ถ้าซื้อทองคำมาช่วงเดือน พ.ย. 2014 ราคา 17,750 บาท แล้วมาขายช่วงเดือน ส.ค. 2020 ที่ราคาขยับไปถึง 30,400 บาท ก็แปลว่า ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในทองคำไปถึง 71.26% หรือถ้าคิดผลตอบแทนโดยดูมูลค่าตามเวลาแบบคร่าว ๆ ก็จะพบว่า ได้ผลตอบแทนที่ได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 9.38%

ราคาทองคำขึ้นหรือลงจากอะไร ?

พี่ทุยจะชวนมาวิเคราะห์กันว่า อะไรที่มีผลกับราคาทองคำบ้าง ซึ่งจากการรวบรวมก็พบว่า มีปัจจัยสำคัญๆ 4 เรื่อง คือ

1. นโยบายการเงินและดอกเบี้ย – ถ้าดอกเบี้ยต่ำ นโยบายการเงินผ่อนคลายมาก ๆ ทำให้มีสภาพคล่องในระบบสูง จนคนรู้สึกว่า มูลค่าเงินในมือนั้นลดลง คนก็จะสนใจซื้อทองคำ เพื่อหวังเก็บรักษามูลค่าเงินไว้

2. เงินเฟ้อ – โดยปกติแล้ว ตัวแปรที่มีผลกับเงินเฟ้อมาก ๆ ก็คือราคาน้ำมัน พอน้ำมันขึ้นไปสูง ก็จะเกิดภาวะเงินเฟ้อ เพราะสินค้าตัวอื่น ๆ ก็จะขึ้นราคาไปด้วย แต่ก็เป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะมาจากสินค้าตัวอื่นได้

โดยรวมแล้ว พอมีภาวะเงินเฟ้อสูง ก็จะทำให้คนรู้สึกว่า มูลค่าเงินที่มีอยู่ในมือหายไป เช่น เคยซื้อบะหมี่หมูแดงกินในราคา ชามละ 30 บาท ยุคเงินเฟ้อพุ่ง หมูแพง แม่ค้าขอขึ้นราคาบะหมี่หมูแดงเป็น 40 บาท แปลว่า ถ้ามีเงินในกระเป๋าอยู่ 120 บาท เคยกินก๋วยเตี๋ยวได้ 4 ชาม ก็เหลือกินได้แค่ 3 ชาม เมื่อมูลค่าเงินในมือลดลงแบบนี้ ก็อาจรู้สึกว่าไปซื้อทองคำเก็บไว้ดีกว่า เพราะเชื่อว่า ทองคำช่วยรักษามูลค่าเงินได้

3. ค่าเงินดอลลาร์ เงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นสกุลหลักที่ใช้ค้าขายกันทั่วโลก ซึ่งโดยปกติเวลาเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง นักลงทุนจะรู้สึกว่า มูลค่าเงินในมือหายไป  ก็จะหันมาสนใจซื้อทองคำเพื่อเก็บไว้ เนื่องจากมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ราคาทองคำสูงขึ้น ในทางกลับกันถ้าเงินดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองคำก็จะลดลง

4. ความต้องการซื้อขายทองคำ – ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ความต้องการซื้อและขาย ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อราคา สมมติถ้าช่วงไหนคนอยากได้ทองคำไว้ครอบครองเยอะกว่าทองคำที่มีออกขายในตลาด ราคาทองคำก็ย่อมสูงขึ้นเป็นธรรมดา โดยความต้องการทองคำนั้น มาจาก 3 ส่วน คือ อุตสาหกรรมการผลิตและการแพทย์ที่ต้องใช้ทองคำเป็นส่วนประกอบในการผลิต อุตสาหกรรมเครื่องประดับ และนักลงทุนที่เข้าไปซื้อเพื่อลงทุน

โดยรวมแล้ว ดอกเบี้ยต่ำ เงินเฟ้อสูง เงินดอลลาร์อ่อนค่า รวมถึงความต้องการทองคำสูง ๆ สิ่งเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงสถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยปกติ มีสงคราม มีวิกฤติโรคระบาด หรือเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งพี่ทุยคิดว่า ทุกคนน่าจะพอเห็นภาพนี้กันชัด ๆ แล้วในช่วงปี 2020 ที่โควิดเริ่มแพร่ระบาด

อย่างไรก็ตามในยุคนี้มีคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะบิตคอยน์เป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักลงทุนยุคดิจิทัล ซึ่งหลายคนก็หันไปซื้อคริปโตฯ เก็บไว้เสียมากกว่า เพราะมองว่าเป็นสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับบริหารความเสี่ยงไม่ต่างจากทองคำ หรือจะเรียกว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล” ในสายตานักลงทุนก็ว่าได้

อ่านเพิ่ม

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกคนที่หันไปหาคริปโตฯ กันหมด เพราะก็ยังมีนักลงทุนที่มองเห็น “ทองคำ” เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ในสายตาอยู่ 

“แนวโน้มราคาทองคำ” ปี 2022 รุ่งหรือร่วง

พี่ทุยมองว่า ปี 2022 นี้ มีปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกับราคาทองคำ คือ แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น และเงินดอลลาร์ที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้น จะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองลง ส่วนปัจจัยที่หนุนให้ราคาทองยังขึ้นได้คือ อัตราเงินเฟ้อที่สูงต่อเนื่อง

แล้วก็ยังมีปัจจัยแวดล้อมที่จะมาทำให้ราคาทองคำผันผวน ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่แน่นอน ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หรือก็คือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่ก็เป็นความไม่แน่นอนที่ต้องจับตา และปัจจัยเรื่องความต้องการที่แข็งแกร่งจากภาคอื่น ๆ เช่น ธนาคารกลาง และอัญมณี โดยพี่ทุยขอสรุปมุมมองราคาทองคำจากสำนักต่าง ๆ มาดังนี้

ตัวอย่างมุมมอง “แนวโน้มราคาทองคำ” ปี 2022

ANZ หรือ ธนาคารออสเตรเลีย : มีปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 แต่มีแรงกดดันให้ปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังลดการเข้าซื้อสภาพคล่องจนจบ แต่จากเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และอัตราดอกเบี้ยแท้จริง (ดอกเบี้ยหักลบด้วยเงินเฟ้อ) ที่ยังติดลบ ก็เป็นตัวที่ช่วยปกป้องราคาทองคำในช่วงขาลง

ราคาทองคำน่าจะยังรักษาระดับอยู่ที่ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 แต่ด้วยแรงกดดันจากการที่ Fed เริ่มขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้ราคาทองคำสิ้นปี 2022 อยู่ที่ 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ABN Amro : มองราคาทองคำอยู่ในภาวะตลาดหมี (ขาลง) โดยลงมาอยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามแนวโน้มราคาโลหะที่ลดลง จากนั้นก็ลดลงต่อเฉลี่ยอยู่ที่ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในปี 2023

Scotiabank : ราคาทองคำน่าจะกลับขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2022 แล้ว ก็ลดลงไปเหลือ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในปี 2023

“แนวโน้มราคาทองคำ” ปี 2022

ซื้อทองคำได้มั้ยในปี 2022 ?

หลังจากดูแนวโน้มราคาทองคำมาแล้ว ก็มาถึงบทสรุปที่ว่า แล้วตกลงปีนี้จะลงทุนทองคำได้มั้ย พี่ทุยขอแนะนำว่า ทองคำก็เป็นสินทรัพย์ทางเลือกอย่างหนึ่งสำหรับการลงทุน ซึ่งโดยปกติเวลาที่เราลงทุน เราควรจะกระจายลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่า เห็นหุ้นขึ้น คริปโตฯ มา ก็เทเงินไปลงทุนในสินทรัพย์พวกนี้หมดเลย เพราะหวังว่ามูลค่าจะได้เพิ่มมาก ๆ

เนื่องจากไม่มีสินทรัพย์อะไรที่ให้ผลตอบแทนดีตลอดเวลา โดยไม่ปรับตัวลงเลย ดังนั้นถ้าเรากระจายใส่เงินไว้ในสินทรัพย์หลายประเภท ก็จะช่วยเราลดความเสี่ยงลงได้ สมมติหุ้นตก เรามีตราสารหนี้อยู่ หรือมีทองคำอยู่ในช่วงนั้น มูลค่าสินทรัพย์โดยรวมของเราก็จะไม่ได้ตกฮวบไปตามหุ้นมาก เพราะเรายังมีสินทรัพย์อื่น ที่ราคาไม่ได้ปรับลง หรืออาจจะปรับขึ้นสวนทางกับหุ้นก็ได้

ในเมื่อปี 2022 นี้ เเม้ว่าจะมีทั้งปัจจัยที่ส่งผลกระทบทำให้ราคาทองปรับตัวลดลง เเละปัจจัยหนุนให้ราคาทองพุ่งสูงขึ้น เเต่ไม่ได้มีแนวโน้มราคาพุ่งสูงจนทำลายสถิติสูงสุดได้ ซึ่งสามารถมองเป็นโอกาสสำหรับเก็บสะสมลงทุนไว้บ้างในช่วงที่ราคาตกลงไป โดยอาจจะลงทุนทั้งในรูปแบบซื้อทองคำแท่งโดยตรงก็ได้ หรือใครไม่สะดวกเก็บทองแท่งไว้กับตัว ก็อาจจะใช้วิธีการทยอยซื้อสะสม ออมทองผ่านบริษัทค้าทอง หรืออาจจะเลือกซื้อผ่านกองทุนรวมทองคำที่มีอยู่ในตลาดก็ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เเนวโน้มราคาทองคำก็อาจจะมีการเปลี่ยนเเปลงตามปัจจัยด้านเศรษฐกิจ การเมือง รวมถึงโรคระบาดโควิด-19 ด้วย ซึ่งต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด และหากใครสนใจลงทุนกับสินทรัพย์อย่างทองคำก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม 

ทองคำความบริสุทธิ์ 99.99% มาตรฐานทองคำที่นิยมซื้อขายกันในตลาดโลก

– ทองคำ 1 ออนซ์ เท่ากับ 31.1040 กรัม

ทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% ทองคำมาตรฐานที่นิยมซื้อขายกันในประเทศไทย

– ทองรูปพรรณ น้ำหนัก 1 บาท เท่ากับ 15.16 กรัม

– ทองคำแท่ง น้ำหนัก 1 บาท เท่ากับ 15.244 กรัม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: