เกิดอะไรขึ้น ?ทำไมปัญหาการผลิตสินค้าโลก มาจากโรงงานใน “อาเซียน”

เกิดอะไรขึ้น ?ทำไมปัญหาการผลิตสินค้าโลก มาจากโรงงานใน “อาเซียน”

3 min read  

ฉบับย่อ

  • อาเซียนคือฐานการผลิตและส่งออกสินค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ถุงมือยาง ไปจนถึงเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าแรงถูกและมีวัตถุดิบเยอะ
  • คำสั่งปิดโรงงานของรัฐบาลเพื่อหยุดยั้งการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ Dealta รอบล่าสุด ทำให้สายพานการผลิตและส่งมอบสินค้าหลายชนิดทั่วโลกต้องหยุดชะงักลง และจะยิ่งเสียหายหนักขึ้น หากเป็นสินค้าที่ต้องนำไปเป็นส่วนประกอบสำคัญในอุตสาหกรรมอื่น
  • การหยุดชะงักลงของภาคการผลิตอาเซียนกำลังซ้ำเติมภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของอาเซียนให้หนักขึ้น เพราะมีเพียงภาคการส่งออกเท่านั้นที่พอหวังช่วยพยุงสถานการณ์ได้ในขณะนี้ 

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่เพียงแต่จะคร่าชีวิตผู้คนของทั่วโลกไปเป็นจำนวนมาก หากแต่ยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกด้วย ภูมิภาค “อาเซียน” ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ หลายประเทศในโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะขาดแคลนสินค้าในบางรายการแล้ว เช่น ในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากโรงงานหลายแห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ “อาเซียน” จำเป็นต้องหยุดสายพานการผลิตชั่วคราวหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ Delta ขึ้น 

หลายคนอาจเกิดความสงสัยขึ้นในใจว่า เพราะเหตุใดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิตสินค้าในโรงงานต่าง ๆ ของอาเซียนจึงส่งผลต่อความเป็นไปของการค้าของโลกได้มากถึงเพียงนี้ พี่ทุยขอพาทุกคนไปทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ กันเลย

อาเซียน คือฐานการผลิตและส่งออกสินค้าสำคัญของโลก

แม้ว่าขนาดเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในเอเชียอาคเนย์จะไม่ได้ใหญ่โตนักเมื่อไปเทียบกับสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น แต่ก็นับได้ว่ามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของโลกอยู่ไม่น้อย  

เพราะในปัจจุบันภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ครองส่วนแบ่งของปริมาณการส่งออกของโลกไว้ในกำมือถึง 5.7% โดยเป็นผลมาจากการเป็น “แหล่งที่ตั้งของโรงงานผลิตสินค้าหลากหลายชนิดให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก”  โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลี 

กลุ่มสินค้าที่อาเซียนมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก ได้แก่ 

1. เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาจกล่าวได้ว่าอาเซียนคือเจ้าพ่อตัวจริงในวงการนี้ โดยเฉพาะในสาขาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพราะฮาร์ดดิสไดร์ฟมากกว่า 80% ที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกล้วนถูกผลิตออกขึ้นในเอเชียอาคเนย์ ทำให้สินค้าประเภทดังกล่าวครองส่วนแบ่งการส่งออกของอาเซียนสูงมาก ราว 20 – 50% ของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคแห่งนี้ 

ที่ไม่ธรรมดากว่านั้นก็คือ 2 มหาอำนาจเศรษฐกิจของโลกอย่างสหรัฐฯ และจีนก็ต้องพึ่งพาการนำเข้าชิปประมวลผลข้อมูล หรือ เซมิคอนดักเตอร์ จากอาเซียนอยู่เป็นจำนวนมาก โดยชิปประมวลผลกว่า 50% ที่นำเข้ามาในตลาดสหรัฐฯ แต่ละปีมาจากอาเซียน ขณะที่จีนอยู่ที่ 38%

“ไทย” ถือเป็นฐานการลงทุนที่สำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟและระบบประมวลผลข้อมูลของคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 2,300 แห่ง ประกอบด้วยบริษัทฟิลลิป อิเลคโทรลักซ์ และพานาโซนิค อีกทั้งยังเป็นฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ เช่นบริษัทเวสเทริน์ดิจิตอล และบริษัทซีเกท ของสหรัฐฯ แถมยังเป็นผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นรายใหญ่ของโลกอีกด้วย

ตามด้วยดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างเวียดนาม เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลกจากเกาหลีอย่างซัมซุงเข้าไปลงทุน ขณะเดียวกันก็ยังเป็นที่ตั้งโรงงานของบริษัทฟ็อกซ์คอน มหาอำนาจด้านการผลิตชิปของโลกจากไต้หวันอีกด้วย 

ขณะที่อินโดนีเซียเองก็เริ่มมีบทบาทในด้านการเป็นผู้ผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่นกัน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของบริษัทโตชิบา ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจากญี่ปุ่น

2. ยานยนต์และชิ้นส่วน มีไทยเป็นผู้มีบทบาทหลัก เนื่องจากปัจจุบันมียอดผลิตและส่งออกมากสุดอันดับที่ 4 ของทวีปเอเชีย โดยเป็นผลพวงจากการเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตยานยนต์ชื่อดังอย่างบริษัท โตโยต้า นิสสัน มิซูบิชิ และเกรท วอลล์ มอเตอร์

ขณะที่อินโดนีเซียก็ถือเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญอีกรายหนึ่งเช่นกัน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตยานยนต์ของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าจากญี่ปุ่นและฮุนไดจากเกาหลี

3. ถุงมือยาง 67% ของถุงมือยางที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกล้วนถูกผลิตขึ้นในมาเลเซีย และมีบริษัทชั้นนำอย่างท็อป โกลฟ เป็นผู้ผลิตรายสำคัญ

4. เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา มีเวียดนามเป็นฐานการลงทุนที่สำคัญ เนื่องจาก 2 บริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่ของโลกอย่างอาดิดาส จากเยอรมนี และไนกี้ จากสหรัฐฯ เลือกดินแดนเวียดนามเป็นฐานการผลิตสินค้าของตนเอง

5. กล้องถ่ายรูปและเลนส์สายตา ไทยและเวียดนามเป็นฐานการผลิตสำคัญ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของบริษัทโฮยา ผู้ผลิตเลนส์รายใหญ่จากญี่ปุ่น         

อาเซียนค่าแรงถูกแถมยังใกล้กับแหล่งวัตถุดิบสำคัญ

เหตุที่เหล่าบริษัทต่างชาติชั้นนำหลายแห่งเลือกภูมิภาคเอเชียอาคเนย์เป็นฐานการผลิตสินค้านั่นก็เพราะว่ามีข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนค่าแรงงานที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก 

อีกทั้ง ภูมิภาคแห่งนี้ยังมีข้อได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายชนิด ซึ่งจำเป็นต่อการนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบเพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าขั้นกลางน้ำและปลายน้ำต่อไป เช่น ยาง ข้าว ไม้ น้ำตาล เหล็ก และถ่านหิน 

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ชั่วโมงการทำงานลดลง

เนื่องจากเป็นฐานการลงทุนสำคัญของหลายกิจการจากทั่วโลกนี่เอง ที่ทำให้คำสั่งปิดโรงงานไปจนถึงการขอให้ลดชั่วโมงการทำงานของคนงาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังกล่าวส่งผลสะเทือนไปยังตลาดการค้าและการลงทุนของโลกได้เป็นวงกว้าง โดยเฉพาะต่อสหรัฐฯ และจีนที่เป็นคู่ค้าหลักของอาเซียน  

พี่ทุยมองว่าปัญหาหนักหัวที่สุดก็คงเห็นจะเป็นการที่หลายกิจการในประเทศต่าง ๆ ไม่สามารถส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าได้ทันตามกำหนดเวลา ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการดีลกันทางธุรกิจ โดยเฉพาะในมุมมองของฝั่งโลกตะวันตก และอาจต้องมีการจ่ายค่าปรับกันเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น

และประเด็นดังกล่าวจะยิ่งส่งผลเสียหายหนักขึ้น ถ้าหากว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่ต้องส่งต่อเพื่อนำไปเป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ต่อ

อย่างเช่นกรณีของบริษัท Infineon Technologies ผู้ผลิตชิปจากเยอรมนี ที่ออกมาเปิดเผยว่า คำสั่งปิดโรงงานในมาเลเซียมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดความสูญเสียทางธุรกิจมากกว่าหลายสิบล้านดอลลาร์ เพราะบริษัทดังกล่าวเป็นซัพพลายเออร์ด้านชิปให้แก่ผู้ผลิตยานยนต์หลายเจ้าในประเทศเยอรมนี  

โดยส่วนตัวพี่ทุยมองว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงานหลายแห่งกำลังกลายเป็นปัจจัยที่เข้ามากระหน่ำซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่กำลังอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วของอาเซียนให้ยิ่งบอบช้ำหนักขึ้นไปอีก เพราะอาเซียนไม่สามารถฉกฉวยโอกาสงาม ๆ จากภาคส่งออกได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หลายประเทศยังตั้งความหวังเอาไว้จากภาคการส่งออกที่ยังพอขยายตัวได้อยู่ 

พี่ทุยขอบอกเลยว่าช่างเป็นโอกาสที่น่าเสียดายมาก ๆ ของอาเซียน เพราะในนาทีนี้ความต้องการสั่งซื้อสินค้าจากฝั่งสหรัฐและยุโรปกำลังขยายตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ภาคอุตสาหกรรมคือสินค้าส่งออกหลักของ อาเซียน

จากการที่พี่ทุยไปสืบค้นข้อมูลย้อนหลังมาเพิ่มเติม ก็พบอีกว่าที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมคือดาวเด่นในภาคการส่งออกมาโดยตลอด

ยืนยันได้จากข้อมูลการส่งออกสินค้าของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในปี 2562 ระบุว่าสัดส่วนของจำนวนสินค้าของภาคอุตสาหกรรมต่อจำนวนสินค้าที่ส่งออกทั้งหมดในปีดังกล่าวของเวียดนามอยู่ที่ 86.4% ไทย 81.6% มาเลเซีย 75.8% และอินโดนีเซีย 57.9%

ถึงแม้ความหวังภาคการส่งออกต้องมาสะดุดลงจากการระบาดของโควิด-19 ในโรงงาน แต่พี่ทุยเชื่อมั่นว่า หากเหล่าชาติสมาชิกอาเซียนรีบควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้ลุกลามบานปลายและควบคุมจัดการให้ได้เพื่อจะได้กลับมาเปิดโรงงานและเดินหน้าสายพานการผลิตอีกครั้ง ความหวังจากการฟื้นฟูเศรษฐกิจก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมนัก 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: