5-วิธีสร้างเครดิต-กู้เงินผ่าน

5 วิธีสร้างเครดิตให้ดี “กู้เงิน” ผ่านฉลุย!

2 min read  

ฉบับย่อ

  • Credit Scoring คือ ตัวชี้วัดความสามารถในการชำระหนี้อ้างอิงมาจากพฤติกรรมการใช้หนี้ในอดีต เมื่อสถาบันการเงินจะปล่อยสินเชื่อจะใช้ตัวชี้วัดนี้ในการตัดสินใจให้สินเชื่อหรือไม่ให้สินเชื่อ
  • สามารถตรวจสอบ Credit Scoring ได้ที่ศูนย์เครดิตบูโร และ Mobile Banking ที่รองรับ
  • การสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงิน มีผลให้การขอสินเชื่อผ่านอนุมัติสูงผ่านปัจจัยที่มีผลต่อคะแนนเครดิต

รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ไม่ได้หมายถึงการออกรบอย่างเดียวนะ พี่ทุยกำลังพูดถึง Credit Scoring ตัวชี้วัดที่จะทำให้เรารู้จักกับคะแนนความน่าเชื่อถือทางการเงิน เมื่อเราต้องทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าจะกู้ยืมเพื่อธุรกิจ “กู้เงิน” ซื้อบ้าน สถาบันทางการเงินก็ต้องแน่ใจว่าเราจะสามารถใช้เงินคืนได้ตามที่ตกลงไว้ โดยใช้วิธีการให้คะแนนกับผู้กู้ตามพฤติกรรมการการเงินในอดีตเพื่อจัดอันดับความน่าเชื่อถือของลูกหนี้

Credit Scoring คืออะไร ?

ตามความหมายที่บริษัท ข้อมูลเครดิต แห่งชาติ หรือที่เรารู้จักกันว่า เครดิตบูโร เป็นตัวชี้วัดความน่าจะเป็นในการชำระหนี้ โดยใช้ข้อมูลพฤติกรรมทางการเงินของผู้ที่เคยทำธุรกรรมการเงินในอดีตมาคาดการณ์ความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต

นั่นหมายความว่าผู้ที่มีชื่อในฐานข้อมูล Credit Scoring ต้องเคยทำธุรกรรมการกู้ยืมมาก่อนเช่น ผู้ที่มีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ส่วนผู้ที่เป็นลูกค้าธนาคารฝาก-ถอนเงินไม่นับนะ เพราะถือว่าเป็นผู้ให้ธนาคารกู้ คนกลุ่มนี้ก็จะไม่มีประวัติในเครดิตบูโรจ้า

ใครที่วางแผนจะ “กู้เงิน” กับธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ๆ ควรจะรู้คะแนนตัวเองก่อน อย่างที่พี่ทุยบอกว่ารู้เขา รู้เรานั่นเอง การที่เรารู้คะแนนตัวเองก่อน จะทำให้เราวางแผนเพิ่มคะแนนได้ถูกทาง คะแนนเครดิตจะดีขึ้น โอกาสกู้เงินผ่านก็มีสูง

การให้คะแนนจะถูกจัดเป็นรหัสเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ ลำดับความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้สูงจากมากไปน้อย AA, BB, จนถึง HH เหมือนคะแนนในใบเกรดของเราเลย

เราสามารถตรวจสอบ Credit Scoring ด้วยตัวเองได้ 2 ช่องทางทั้งตรวจสอบ Credit Score จากบริษัท ข้อมูลเครดิต แห่งชาติ เตรียมบัตรประชาชนของตนเอง พร้อมค่าบริการ 100 บาท ตามศูนย์ตรวจสอบเครดิตบูโร https://www.ncb.co.th/faq หรือตรวจสอบผ่าน Mobile Banking ธนาคารทีเอ็มบี “TMB TOUCH” แบบรับเอกสารรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Credit report) หรือ ธนาคารธนชาต “Thanachart Connect” แบบรับรายงานทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

พี่ทุยจะชวนมาดู 5 วิธีการที่ช่วยให้คะแนนเครดิตดี ก่อนขอสินเชื่อ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้แหละที่ถูกนำไปคำนวณคะแนนสำหรับบุคคลธรรมดา

ลดจำนวนหนี้เดิม หยุดสร้างหนี้ใหม่

ยอดหนี้คงเหลือสามารถบอกได้ถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่จะกู้ยืมในอนาคตได้ โดยเทียบกับเงินเดือนที่เราได้กับจำนวนหนี้สินทั้งหมด และหนี้สินที่เกิดใหม่

ถ้ายอดหนี้คงเหลือสูง ก็มีความเสี่ยงสูงที่สภาพคล่องเราต่ำ ความสามารถในการชำระหนี้น้อย ผู้กู้ก็จะรู้สึกกลัวหนี้สูญจึงอาจทำให้เราพลาดโอกาสในการได้สินเชื่อ ดังนั้นควรลดหนี้เดิม และชะลอการก่อหนี้ใหม่ก่อนที่จะขอสินเชื่อ

จ่ายหนี้ตรงเวลา

การจ่ายหนี้ตรงเวลาแสดงถึงความผิดชอบการการเงิน ในบางกรณีผู้กู้ไม่มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงินแต่จ่ายเงินช้าตลอด สิ่งนี้ก็ทำให้ผู้กู้ไม่มั่นใจได้ และอีกกรณีคือผู้กู้จ่ายตรงเวลามาตลอด แต่เริ่มจ่ายช้าเพราะเกิดปัญหาทางการเงิน สัญญาณแรกคือการจ่ายหนี้ช้าลง สถาบันการเงินมีข้อมูลตรงนี้ก็จะเริ่มไม่มั่นใจว่าถ้าให้สินเชื่อไปแล้วจะได้คืนรึเปล่า

ดังนั้นแล้วถ้าไม่ได้ติดปัญหาทางการเงินก็จ่ายหนี้ตรงเวลา ถ้าลืมจ่ายบ่อย ๆ ก็ใช้วิธีการตัดบัญชีออมทรัพย์อัตโนมัติ ที่หลาย ๆ ธนาคารก็ให้บริการตรงนี้อยู่แล้วจะได้ไม่เสียคะแนนเครดิตกันนะ

ชำระบัตรเครดิตให้เท่ากับหรือมากกว่าขั้นต่ำ

จำนวนบัญชีที่มีประวัติการชำระที่ดีมีผลต่อการให้สินเชื่อ นอกจากการจ่ายหนี้ให้ตรงเวลาแล้ว การชำระหนี้บัตรเครดิตควรจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำถึงจะดีนะ การจ่ายน้อยกว่าขั้นต่ำนอกจากมีดอกเบี้ยปรับที่แพง ก็ยังแสดงถึงการขาดสภาพคล่องจนเรายอมให้สถาบันการเงินคิดค่าปรับที่สูง

ถ้าคิดแบบทั่ว ๆ ไปแล้วก็คงไม่มีใครยอมจ่ายแน่นอน เงินที่สถาบันการเงินได้จากค่าปรับก็สามารถนำไปใช้จ่ายประจำวันได้หลายอย่างเลย ยกเว้นผู้ที่มีปัญหาทางการเงิน

ลดดอกเบี้ยด้วยการ Refinance

หากภาระหนี้ที่มีหนักเกินไป พี่ทุยแนะนำให้ Refinance ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัย และบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด อย่างบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดมีดอกเบี้ยที่โหดมาก ๆ มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึง 28% ดังนั้นการ Refinance ด้วยสินเชื่อบุคคล (“Personal Loan”) ที่ลดอัตราดอกเบี้ยให้จ่ายน้อยลง

แต่การ Refinance ต้องศึกษาให้ดีก่อนว่าหนี้สินที่เรามี และดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายต้องคุ้มค่ามากกว่าค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการ ไม่เช่นนั้นการ Refinance อาจทำให้เรา้องเสียเงินเพิ่มมากว่าเดิมอีก

ลดการขอสินเชื่อใหม่บ่อย ๆ ก่อนการขาดสินเชื่อครั้งสำคัญ

ปัจจัยที่มีผลอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความถี่ในการขอสินเชื่อใหม่ บริษัท ข้อมูลเครดิต แห่งชาติได้รับข้อมูลจากสถาบันการเงินทุกครั้งเมื่อเราทำธุรกรรมกู้ยืม การขอสินเชื่อถี่ ๆ ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แสดงถึงความต้องการสินเชื่อแบบเร่งด่วน ผู้กู้อย่างสถาบันการเงินอาจเกิดความไม่มั่นใจถึงสถานการณ์ทางการเงินของเรา และหากสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อพร้อมกัน

สถานบันการเงินเชื่อว่าผู้กู้จะมีปัญหาชำระหนี้ และขาดสภาพคล่อง เสี่ยงหนี้สูญ โอกาสที่สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อก็จะน้อยลง พี่ทุยว่าหากเราวางแผนจะขอสินเชื่อที่สำคัญ ๆ เช่น กู้ซื้อบ้านแล้วต้องวางแผนการยื่นขอสินเชื่อให้ดี ๆ โอกาสที่จะกู้ผ่านก็มีสูง

ใครที่วางแผนจะกู้อยู่ก็อย่าลืมตรวจเช็ก Credit Scoring ก่อนนะเพื่อที่จะได้ทำคะแนนเครดิตให้ดีขึ้น พี่ทุยแนะนำว่าคะแนนอยู่ที่ที่เกรด CC ขึ้นไป ก็จะปลอดภัยกว่า แม้ที่จริงแล้วเราไม่รู้เลยว่าสถาบันการเงินมีเกณฑ์การให้สินเชื่อแต่ละช่วงคะแนนเป็นสัดส่วนอย่างไร บางช่วงที่สถาบันการเงินรับความเสี่ยงสูงได้ก็อาจจะปล่อยสนเชื่อให้กลุ่ม DD ลงไปก็ได้

แต่ถ้าอย่างนั้นการที่เรามีคะแนนที่ดีก็แปลว่าเรามีพฤติกรรมใช้หนี้ที่ดี มีความน่าเชื่อถือทางการเงินสูง โอกาสที่เราจะขอสินเชื่อก็ง่ายไปด้วย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM

17 Comments

Leave a Reply

error: