Stake กับเหรียญอะไร แล้วได้รับดอกเบี้ยยาว ๆ ไม่หวั่นแม้ "ตลาดร่วง"

Stake กับเหรียญอะไร แล้วได้รับดอกเบี้ยยาว ๆ ไม่หวั่นแม้ตลาดร่วง

3 min read  

ฉบับย่อ

  • SOL เหรียญ Smart Contract ที่มีโปรเจคอยู่บนระบบกว่า 300 โปรเจค สามารถ Stake ได้รับรางวัลสูงสุด 13% APY
  • LUNA เหรียญจากโปรโตคอลตัวเทพแห่งวงการ Stablecoin อย่าง UST พร้อมรางวัลในการ Stake กว่า 18% APY
  • ETH เหรียญจาก Smart Contract รุ่นบุกเบิกแห่งวงการคริปโต สามารถ Stake ในโปรเจคอัพเกรดใหญ่ของเครือข่าย ได้รับรางวัลกว่า 5% APR

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ลงทุนในเหรียญคริปโต ถือเฉย ๆ ก็ได้รับผลตอบแทนแถมทำได้ง่ายไม่กี่คลิก พี่ทุยจะมาแนะนำเหรียญของโปรเจคคุณภาพที่นอกจากจะน่าลงทุนแล้ว ตัวเหรียญยังสามารถ Stake มอบผลตอบแทนเป็นปันผลอย่างสม่ำเสมอ เรียกได้ว่ามีแต่ได้กับได้สำหรับสายถือยาว ไม่หวั่นแม้จะเป็นช่วง “ตลาดร่วง” มีเหรียญไหนบ้าง มาดูกัน

Stake คืออะไร ยังได้ดอกเบี้ยอยุ่มั้ย แม้ “ตลาดร่วง”

ก่อนอื่นพี่ทุยขอธิบายก่อนว่า การ “Stake” คืออะไร 

การ “Stake” เป็นระบบหนึ่งของ Proof of Stake หรือ วิธีการตรวจสอบธุรกรรมโดยการวางเงินค้ำประกัน เมื่อเราได้ Stake เหรียญไว้ เราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านความปลอดภัยของเครือข่ายและเราจะได้รับผลตอบแทนจากการ Staking ในรูปแบบของดอกเบี้ยที่จ่าย ซึ่งอัตราจะแตกต่างกันไปตามเครือข่ายและปัจจัยต่าง ๆ 

Stake กับเหรียญอะไร แล้วได้รับดอกเบี้ยยาว ๆ ไม่หวั่นแม้ "ตลาดร่วง"

Solana (SOL)

Solana (SOL) เป็น Smart Contract แพลตฟอร์มที่ทำงานบนเครือข่าย Blockchain โดยถูกสร้างขึ้นเพื่อให้นักพัฒนาเข้ามาสร้าง decentralized applications (dapps) หรือแอพพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ เหรียญหลักของ Solana อย่าง SOL สามารถ Stake ได้และใช้ในการทำธุรกรรมบนเครือข่ายและจ่ายค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ

การทำงานของ Solana โดดเด่นตรงที่ใช้ระบบฉันทามติที่มีการผสมผสานระบบบันทึกเวลา (timestamping system) หรือที่เรียกว่า Proof-of-History (PoH)  และระบบ Proof-of-stake (PoS) เข้าด้วยกัน ทำให้มีจุดเด่นที่เวลาการอนุมัติธุรกรรมที่รวดเร็วกว่าเครือข่าย Blockchain อื่นๆ และสามารถอนุมัติธุรกรรมได้ถึง 50,000 ธุรกรรมต่อวินาที

โปรเจคต่าง ๆ บน Solana

โปรเจคบน Solana มีการเติบโตทุกวัน โดยตอนนี้มีมากกว่า 300 โปรเจคที่อยู่บนเครือข่าย Solana ส่วนมากจะเป็น DeFi (การเงินกระจายศูนย์) แอพพลิเคชัน เครื่องมือ (Tooling) กระเป๋าสตางค์ดิจิทัลและสาย Data ตามลำดับและมีมูลค่าที่ถูกล็อคไว้บนระบบ (TVL) กว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์ มีโปคเจค DeFi ที่ได้รับความสนใจอย่าง Raydium (TVL 600 ล้านดอลลาร์) SerumDex (TVL 700 ล้านดอลลาร์) SolFarm (700 ล้านดอลลาร์) และอื่น ๆ อีกมากมาย

การ Stake เหรียญ SOL

การจะได้รับผลตอบแทนจากการ Stake เหรียญ SOL ก็คือผู้ใช้งานจะต้องเข้าร่วมเครือข่ายในฐานะผู้ตรวจสอบการทำธุรกรรม (validator) หรือตัวแทน Stake (Delegated staker) โดยผู้ที่เป็น validator จะรับผิดชอบในการดำเนินการธุรกรรมและอยู่ในเครือข่าย Solana ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการติดตั้ง Node ที่เรียกว่า Solana Clusters

ส่วน Delegated stakers จะเป็นผู้ถือเหรียญ SOL ที่วางเหรียญที่ตนเองถือไว้ใน pool ที่จะทำการมอบรางวัลในการ Stake เหรียญโดยใช้กระเป๋าสตางค์ของ Solana อย่าง Phantom

ตอนนี้ผู้ที่ Stake เหรียญ SOL จะได้รับรางวัลเป็น SOL กว่า 6% APY สำหรับ Delegated staker และ 10% เป็นคอมมิชชันสำหรับผู้ที่เป็น validator และหากไม่สะดวกใช้ Phantom พี่ทุยแนะนำให้ทำการ Stake เหรียญผ่านกระดานเทรด Binance ได้เลย

โดยสามารถเลือก Stake แบบ Locked Staking ได้ 30, 60 และ 90 วันตามลำดับ โดยจะได้ผลตอบแทนราว ๆ 10% APY ส่วนการ Stake แบบ Flexible (ถอนเมื่อไหร่ก็ได้) จะได้ราว ๆ 0.70%  APY 

Stake กับเหรียญอะไร แล้วได้รับดอกเบี้ยยาว ๆ ไม่หวั่นแม้ "ตลาดร่วง"

Terra (LUNA)

LUNA เป็นเหรียญเป็นเหรียญหลักของเครือข่าย Terra ซึ่งเป็นโปรโตคอลแบบ open-source สาธารณะที่ให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง Stablecoin ของตัวเองโดยการตรึงกับสกุลเงินนานาชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดอลลาร์ วอนของเกาหลีและยูโร โดยเหรียญเหล่านี้จะไม่ได้ถูกหนุนด้วยเงินจริง ๆ แต่จะเป็นอัลกอริทึมและเหรียญของ Terra อย่าง LUNA

โปรเจคต่าง ๆ บน Terra

Terra ถือว่าเป็นโปรโตคอลที่น่าสนใจอย่างมาก มีโปรเจคต่าง ๆ มากมายอยู่บนเครือข่าย ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็มี Mirror Protocol  (TVL 700 ล้านดอลลาร์) และ Anchor Protocol (TVL 15 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งจะเป็น DeFi ที่มีลูกเล่นและจุดเด่นที่น่าสนใจ จุดที่ทำให้ Terra น่าจับตามองก็คือ Formation of the Luna Foundation Guard (LFG) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อพัฒนาระบบนิเวศของ Terra ให้มีความแข็งแกร่ง

และมีการระดมทุนซื้อ Bitcoin เพื่อมาเป็นทุนสำรองให้กับเหรียญ Stablecoin ของ Terra อย่าง UST รวมถึงเหรียญของเครือข่าย Avalanche (AVAX) อย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นทุนสำรองเช่นเดียวกัน

การ Stake เหรียญ LUNA

การ Stake เหรียญ LUNA จะมีอยู่ 2 แบบเช่นเดียวกัน ก็คือการเลือกว่าจะเป็นผู้แทน (delegator) หรือผู้ตรวจสอบ (validator) การเป็น delegator ไม่ต้องดำเนินการติดตั้งอะไรและสามารถทำได้โดยตรงกับ Terra Station ซึ่งเป็นกระเป๋าสตางค์หลักของ Terra

เช่นเดียวกัน การ Stake เหรียญ LUNA แบบ validator จะต้องมีการติดตั้ง validator node โดยการดาวน์โหลด Terra Core จะต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้  https://github.com/terra-money/core/releases 

ไม่ว่าจะเลือกเป็น validator หรือ delegator ผู้ที่ทำการ Stake เหรียญ LUNA สามารถได้รับรางวัลเป็น LUNA ได้ไม่เท่ากัน validator จะได้รางวัลถึง 10% APY ในขณะที่ delegation จะได้ราวๆ 3% APY

แน่นอนว่าพี่ทุยก็มีวิธีที่ง่ายกว่าสำหรับผู้ที่ใช้งานกระดานเทรด Binance ผู้ใช้งานโดยสามารถเลือก Stake แบบ Locked Staking ได้ 7, 30 และ 90 วันตามลำดับ โดยจะได้ผลตอบแทนราวๆ 10% APY และสูงสุด 18% APY ส่วนการ Stake แบบ Flexible (ถอนเมื่อไหร่ก็ได้) จะได้สูงที่สุด 5% APY

Ethereum 2.0

Ethereum 2.0 เป็นเวอร์ชันอัพเกรดของ Ethereum (ETH) ซึ่งเป็น Smart Contract ที่เราคุ้นเคยกันดี การอัปเกรดดังกล่าวหลัก ๆ แล้วจะทำให้ระบบฉันทามติของ Ethereum จาก PoW (Proof-of-Work อนุมัติธุรกรรมโดยการถอดรหัสคณิตศาสตร์) เป็น PoS (Proof-of-Stake การวางสินทรัพย์ไว้ในระบบเพื่อแลกกับสิทธิรตรวจสอบและยืนยันธุรกรรม) นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ต่าง ๆ กับเครือข่ายอื่นอีก เช่น เพิ่มความเร็วของการทำธุรกรรม

อ่านเพิ่ม

โปรเจคต่าง ๆ บน Ethereum

Ethereum เป็น Smart Contract แรกที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงมีโปรเจคมากมายเกิดขึ้นบน Ethereum กว่า 3,000 โปรเจค และมูลค่าที่ถูกล็อคไว้ในระบบ (TVL) กว่า 116 พันล้านดอลลาร์ โปรเจคที่คุ้นเคยกันดีก็จะมี MakerDao ซึ่งเป็นโปรเจคที่สร้างเหรียญ Stablecoin อย่าง DAI กระดานเทรดคริปโตแบบกระจายศูนย์ (DEX) อย่าง Uniswap และเกม Play to earn ชื่อดังอย่าง Axie Infinity จึงถือว่าหาก Ethereum ได้รับการอัปเกรดเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมที่ถูกมากขึ้น

การ Stake เหรียญ ETH สำหรับ Ethereum 2.0

ในการ Stake เหรียญ Ethereum จะจำกัดสิทธิ์ให้กับผู้ที่เป็นผู้ตรวจสอบการทำธุรกรรม (validator) จะต้องล็อคเหรียญ ETH ไว้ในระบบขั้นต่ำ 32 เหรียญใน Address หลักของ Ethereum นี้  

Deposit Contract Address: 0x00000000219ab540356cBB839Cbe05303d7705Fa

และแน่นอนว่าการ Stake เหรียญในฐานะ Validator จะต้องดำเนินการผ่าน Software เพื่อที่จะเข้าถึงเครือข่ายที่เป็นที่รู้จักในชื่อว่า node client และให้ระบบดังกล่าวช่วยทำการยืนยันธุรกรรมบนเครือข่าย Blockchain

โดยรางวัลของการ Stake เหรียญ ETH เพื่อเตรียมเข้าสู่ Ethereum 2.0 จะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับจำนวนของ ETH ทั้งหมดที่ Stake อยู่ในระบบ ยิ่งมากเท่าไหร่ รางวัลที่แบ่งให้ Validator แต่ละ Node ก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น

โดยตอนนี้จะได้ รางวัลเป็น ETH อยู่ประมาณ 5% APR แต่หากไม่มี ETH ถึง 32 เหรียญและต้องการจะฝากกับ Ethereum โดยตรง ก็สามารถทำการ Stake แบบ Pooled staking ผ่านทางโปรโตคอลต่าง ๆ ที่ดำเนินการบนเครือข่าย Ethereum ได้เช่น Rocket Pool, Lido, Ankr Staking และอีกมากมาย สามารถตรวจสอบได้ที่นี่ https://ethereum.org/en/staking/pools/

เช่นเดียวกัน กระดานเทรด Binance ก็มีฟังก์ชั่นสำหรับการ Stake ให้ผู้ที่ถือ Ethereum ทำการ Stake ผ่านทาง Binance ได้เลยโดยไม่ต้องโหลด Software ใด ๆ และได้ รางวัลเป็น ETH อยู่ประมาณ 4-5% APR เช่นเดียวกัน แต่ว่าจะไม่สามารถถอนได้จนกว่าการอัพเกรดจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งอาจจะกินเวลาเป็นปี ส่วนการ Stake แบบ Flexible (ถอนเมื่อไหร่ก็ได้) จะได้สูงที่สุด 2.4% APY

แม้จะ “ตลาดร่วง” สักเท่าไหร่ แต่หากเราถือเหรียญที่มีโปรเจคดี ๆ ใช้งานได้จริงหรือที่เรียกว่าตัวเหรียญมีอุปสงค์ เราก็ไม่ต้องกังวลว่าเหรียญจะล้มหายตายจากไปจากตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสามารถ Stake และได้รับรางวัลแบบทบต้นทบดอก แม้ราคาเหรียญจะตกเท่าไหนเราก็หลุดดอยได้ แต่ต้องใช้ความอดทนสักหน่อยเท่านั้นเอง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: