[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไม "Binance" ถึงประกาศยกเลิกให้บริการภาษาไทย ?

[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไม “Binance” ถึงประกาศยกเลิกให้บริการภาษาไทย ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • Binance ประกาศหยุดให้บริการหรือสนับสนุนภาษาไทยตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. 2564 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ Binance มีความพยายามที่ปรับตัวเข้ากับกฎระเบียบแต่ละประเทศอย่างเต็มที่
  • การประกาศของ Binance ในครั้งนี้ ส่งผลทางลบกับนักลงทุนคริปโทในไทย เพราะจะทำให้มีทางเลือกในการให้บริการน้อยลงมากขึ้นเรื่อย ๆ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset กองทุนรวม
Krungsri Asset กองทุนรวม

นักลงทุนคริปโทน่าจะคุ้นชื่อกับ “Binance” กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะช่วงเวลานี้ต้องยอมรับเลยว่ากระแสของโลกคริปโทกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีทั้งข่าวดี ข่าวร้าย ข่าวที่ชวนให้งงเยอะมาก ๆ

ล่าสุดมีข่าวที่ทำให้นักลงทุนคริปโทชาวไทยต้องทำหน้างงเลยทีเดียว นั่นก็คือ Binance (ไบแนนซ์) ได้ประกาศหยุดให้บริการหรือสนับสนุนภาษาไทยทั้งในหน้า Application และ Website ของไบแนนซ์ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. 2564 เป็นต้นไป

ไบแนนซ์ คือ Crypto Exchange อันดับหนึ่งของโลกที่พี่ทุยเชื่อว่าคนไทยเองก็ใช้เยอะเช่นกัน ซึ่งเหตุผลที่ทางไบแนนซ์ออกมาประกาศยกเลิกให้บริการภาษาไทยก็เพราะทางไบแนนซ์ได้พยายามทำให้การให้บริการของตัวเองเป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ 

พร้อมยังบอกอีกว่าทางไบแนนซ์ไม่ได้มีบัญชี Telegram อย่างเป็นทางการหรือช่องทางการสื่อสารกับคนไทยโดยตรงแต่อย่างใด

[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไม "Binance" ถึงประกาศยกเลิกให้บริการภาษาไทย ?

ทำไม Binance ต้องหยุดให้บริการภาษาไทย ?

ในช่วงที่ผ่านมาถ้าใครติดตามข่าวสารเรื่องคริปโทเรื่อย ๆ เราจะเห็นได้ว่าทาง ก.ล.ต. เคยกล่าวโทษทาง ไบแนนซ์ ว่าเข้ามาทำตลาดในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง และทาง ก.ล.ต. ยังได้ออกมาเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนบนไบแนนซ์ด้วย ใครที่อยากย้อนกลับไปอ่านก็ลองเข้าไปได้เลย ที่นี่

จากเหตุการณ์ครั้งนี้เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าทางไบแนนซ์มีการติดต่อกับทาง ก.ล.ต. อย่างชัดเจน ซึ่งการยกเลิกการให้บริการภาษาไทย พี่ทุยเชื่อว่าน่าจะเป็นการส่ง “สัญญาณทางลบ” กับทางนักลงทุนคริปโทในไทยอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลที่ว่า

  1. พี่ทุยเชื่อว่ามีนักลงทุนไทยบางส่วนไม่ได้ถนัดหรือมีความชอบในการใช้ภาษาอังกฤษมากนัก หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนไทยไปใช้ไบแนนซ์ก็เพราะว่ามีภาษาไทยเนี้ยแหละ ถ้ามีการยกเลิกจริง ๆ แพลตฟอร์มที่เป็น Crypto Exchange อื่น ๆ ในไทย ก็น่าจะได้ประโยชน์ไปแบบเต็ม ๆ
  2. การประกาศยกเลิกครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแบนไบแนนซ์ในไทยมากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวพี่ทุยก็ไม่ใช้ภาษาไทยเท่าไหร่ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ ช่องทางการนำเข้าออกที่เป็นแบบ P2P จะเป็นเป้าหมายต่อไปที่ต้องหยุดในบริการหรือไม่
  3. ตลาดคริปโทในไทยอาจจะกำลังเข้าสู่สภาวะกินรวบแบบที่หลาย ๆ คนกำลังสงสัยกันอยู่ ไม่ว่าจะภาษี 15% และการประกาศลุยตลาด GameFi ซึ่งอนาคตก็น่าจะตามมาด้วยการเก็บภาษีเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน การตัดช่องทางการใช้งานผู้ให้บริการอื่น ๆ ทำให้คนไทยยิ่งมีทางเลือกที่น้อยลงเรื่อย ๆ 

ส่วนตัวพี่ทุยคิดว่า ก.ล.ต. ทำหน้าที่แค่ประกาศเตือนความเสี่ยงที่เกิดขึ้นก็พอ ไม่น่าจะต้องเข้ามาถึงการปิดกั้นหรือสั่งห้ามให้ใครไปลงทุนที่ไหน เพราะถือว่าเป็นความชอบ ความถนัดของแต่ละบุคคล นอกจากว่าผู้ให้บริการหลายนั้นมีการโกงเกิดขึ้นจริง ๆ ซึ่งทาง ไบแนนซ์เห็นได้ค่อนข้างชัดว่าห่างไกลจากคำว่าโกงมากจริง ๆ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก.ล.ต. กลับมองข้ามการโกงในรูปแบบอื่น ๆ เช่น แชร์ลูกโซ่รายวัน ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ควรเข้าไปจัดการให้ถูกต้องมากกว่าการเข้ามาแทรกแซงเรื่องการซื้อขายคริปโทเสียอีก

อ่านเพิ่มเติม

ส่วนใครที่ยังอยากจะใช้บริการของ Binance ต่อ พี่ทุยก็มีวิธีการเปิดบัญชี Binance มาดูขั้นตอนกันแบบง่าย ๆ ได้เลย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
error: