10 อันดับ "คริปโต" ที่ครอง "มูลค่าตลาด" โลกมากที่สุด

10 อันดับ “คริปโต” ที่ครอง “มูลค่าตลาด” โลกมากที่สุด

5 min read  

ฉบับย่อ

  • มูลค่าตลาดของคริปโต หมายถึง มูลค่าตามตลาด (Market Cap.) โดยรวมของเหรียญคริปโตทั้งหมดที่ถูกลิสต์อยู่บนกระดานแลกเปลี่ยน
  • ปี 2564 มูลค่าตลาดของคริปโตพุ่งสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์
  • Bitcoin ครองมูลค่าตลาดมากที่สุด 8 แสนล้านเหรียญดอลลาร์

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"เปิดบัญชี Windsor Broker"
"เปิดบัญชี Windsor Broker"

หลายคนอาจจะเคยศึกษาข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจลงทุนตลาด “คริปโต” กันมาบ้างแล้ว ซึ่งก็มีหลายข้อมูลที่สำคัญเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน แต่ข้อมูลที่พี่ทุยจะนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “มูลค่าตลาด” 

“มูลค่าตลาด” ของ “คริปโต” (Cryptocurrency Market Cap.)

มูลค่าตลาดของคริปโต (Cryptocurrency Market Cap.) คือ มูลค่าตามตลาดโดยรวมของ Cryptocurrency (คริปโต) ทั้งหมดที่มีการระดมทุน แล้วนำไปลิสต์ไว้บนกระดานแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล 

หรือให้เข้าใจกันง่าย ๆ คือ มูลค่าราคาของเหรียญทั้งหมดในตลาด ซึ่งเป็นข้อมูล 17 ม.ค. 2565  ข้อมูลจาก Coinmarketcap แสดงข้อมูล ดังนี้

มูลค่าราคาของเหรียญคริปโตทั้งหมดในตลาดโลก

มูลค่าตลาดของคริปโต เมื่อเดือน ม.ค. 2564 มีมูลค่าของตลาดตอนนั้นอยู่ที่ 700 – 800 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะพุ่งอย่างรวดเร็วแตะมูลค่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือน พ.ค. 2564

และในเดือน พ.ย. 2564 ก็ทำมูลค่าตลาดที่ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น “มูลค่าตลาด” ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ “คริปโต” ที่เกิดขึ้นภายในเวลา 1 ปี ส่วนข้อมูลเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2565 “มูลค่าตลาดของคริปโตอยู่ที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์” 

แล้วสงสัยกันไหมว่ามูลค่าตลาดขนาดนี้ เหรียญคริปโตตัวไหนที่ครองมูลค่าตลาดมากที่สุด

10 คริปโตที่ครองมูลค่าตลาดโลก

DOT

อันดับ 10 Polkadot หรือ DOT

DOT ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2559 โดยหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum นั่นคือ Dr. Gavin James Wood ซึ่ง Polkadot ถูกพัฒนาเพื่อใช้เป็นสกุลเงินในบล็อกเชนที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมการทำงานของเครือข่ายบล็อกเชนอื่น ๆ 

ตามแนวคิดของ Polkadot คือ “Connecting The Dots” ที่สามารถเชื่อมเครือข่ายเข้าด้วยกันได้ง่าย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเครือข่ายบล็อกเชนขึ้นมากมาย 

DOT มีมูลค่าตลาดถึง 26,311 ล้านดอลลาร์ และมีราคาซื้อขาย 26.63 ดอลลาร์ต่อเหรียญ 

ถึงแม้ว่า DOT จะเป็นเหรียญที่ไม่มีกระแสฮือฮาแต่ก็ด้วยความเสถียร ทำงานได้อย่างอิสระ และปลอดภัยทำให้ได้มูลค่าตลาดมามากจนติดอันดับ 10 

อันดับ 9 Terra หรือ LUNA 

LUNA

LUNA ก่อตั้งโดย Daniel Shin และ Do Kwon ซึ่งเป็นชาวเกาหลีใต้ สร้างขึ้นมาเพื่อ “ใช้เป็นสกุลเงินค้ำประกันและใช้แทนเงินกระดาษ (Fiat)” 

LUNA ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลเกาหลีใต้ และสามารถใช้ชำระเงินร่วมกับธนาคารในเกาหลีใต้ได้ถึง 14 แห่ง นับว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเกาหลีใต้ 

และส่งผลให้เหรียญมีมูลค่าตลาดมากถึง 30,439 ล้านดอลลาร์และมีราคาซื้อขายที่ 83.51 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

อย่างไรก็ดี Terra มีแพลตฟอร์มหลากหลาย เช่น การฝาก UST, การค้ำประกันเหรียญ LUNA เพื่อใช้สำหรับการลงทุนในหุ้นเสมือนจริง รวมถึงเกม Starterra แนวยานอวกาศ และ Derby Star แนวแข่งม้าที่อยู่บน Chain ของตัวเอง ทำให้โอกาสเติบโตมีสูง เนื่องจากปี 2564 LUNA เติบโตขึ้นถึง 120 เท่า

อันดับ 8 XRP 

XRP

เหรียญ XRP สร้างขึ้นบน XRP Ledger พัฒนาโดยบริษัท Ripple Lap “เพื่อใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนแทนสกุลเงินหลัก” 

ด้วยความสามารถในแลกเปลี่ยน XRP แทนสกุลเงินต่าง ๆ ภายในไม่กี่วินาที และมีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมที่น้อยมาก 

จึงเป็นจุดเด่นให้สถาบันต่าง ๆ ทั่วโลกเข้ามาใช้งาน แม้กระทั่งธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่ได้เข้าร่วมกับ RippleNet เพื่อพัฒนาการบริการโอนเงินระหว่างประเทศ 

ซึ่งการที่สถาบันต่าง ๆ เข้ามาใช้งานมากขึ้นส่งผลให้มูลค่าของ XRP เพิ่มขึ้นสูงมาก จนมูลค่าตลาดมากถึง 36,351 ล้านดอลลาร์และมีราคาซื้อขายที่ 0.7628 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

อันดับ 7 Solana หรือ SOL 

SOL

SOL ก่อตั้งขึ้นในเดือนมี.ค. 2560 โดยมูลนิธิ Solona สวิตเซอร์แลนด์ ได้พัฒนาเทคโนโลยีแบบใหม่ที่เรียกว่า Proof-of-History ผสมผสานกับ Proof-of-Stake ที่ทำให้ SOL มีความเร็วสูงขึ้นมากจนสามารถสร้างบล็อกใหม่ได้ทุก ๆ 400 Milliseconds และรองรับการใช้งานได้มากถึง 65,000 ธุรกรรมต่อวินาที มีค่าธรรมเนียมต่อธุรกรรมที่ 0.0015 ดอลลาร์ต่อธุรกรรม รวมถึงมีความปลอดภัยสูงอันดับต้น ๆ ในตอนนี้ 

“ด้วยความเร็วและความปลอดภัยที่สูง” จึงทำให้บล็อกมีความเสถียร ประกอบกับมีค่าธรรมเนียมต่ำจึงดึงดูดผู้ใช้งานเข้ามามากขึ้นจนทำให้ SOL มีมูลค่าตลาด 45,003 ล้านดอลลาร์และมีราคาซื้อขายถึง 143.03 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

อันดับ 6 USD Coin หรือ USDC 

USDC

USDC เป็นเหรียญ Stable Coin ที่มีมูลค่าคงที่ โดย 1 เหรียญ มีค่า 1 ดอลลาร์ ทำให้มีความผันผวนน้อยแต่มีสภาพคล่องมากเช่นเดียวกันกับเหรียญ USDT 

แต่คุณสมบัติพิเศษอีกอย่างของ USDC สามารถ “ใช้งานร่วมกันกับบล็อกเชนในเครือข่ายของเหรียญ Ethereum” นอกจากนี้ USDC ยังนำมาใช้ในธุกรรมหลายประเภท เช่น Digital wallet, Exchange, Defi Protocols, Savings, Lending และ Payment Services  

ส่งผลให้มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว จากวันที่สร้างเมื่อ ก.ย. 2561 จนถึงตอนนี้ ม.ค. 2565 มีมูลค่าตลาดที่ 45,491 ล้านดอลลาร์และมีราคาซื้อขายที่ 1 ดอลลาร์ต่อเหรียญ เหรียญประเภทนี้สามารถลงทุนได้คล้ายกับการฝากเงินในธนาคารเพื่อได้รับผลตอบแทนนั่นเอง

อ่านเพิ่ม

อันดับ 5 Cardano หรือ ADA 

ADA

ADA เหรียญที่สามารถทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วและพร้อมกันถึง 257 ธุรกรรมต่อวินาที ซึ่งมากกว่า Bitcoin และ Ethereum ปัจจุบันมีเหรียญ Cardano จำนวน 33,988 ล้านเหรียญจากทั้งหมด 45,000 ล้านเหรียญ

แพลตฟอร์มของ ADA แม้จะถูกเปรียบว่า “เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารักษ์โลก” และเหมาะกับสังคมยุคปัจจุบันที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญแล้ว 

แต่รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้เหมือนยังไม่เป็นที่สนใจสักเท่าไหร่ แต่ก็มูลค่าตลาดมากถึง 50,427 ล้านดอลลาร์และมีราคาซื้อขายที่ 1.50 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ครองมูลค่าตลาดอยู่อันดับ 5

อันดับ 4 Tether หรือ USDT 

USDT

สร้างโดยบริษัท Tether Limited เมื่อปี 2557 จุดประสงค์หลักของ USDT คือ การใช้แทนเงินดอลลาร์ในระบบดิจิทัล เพื่อใช้แลกเหรียญคริปโตอีกที 

การใช้เหรียญ Stable Coin ในการแลกเปลี่ยนคริปโตจะมีความเสถียร และช่วยหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาคริปโตอื่น ๆ 

อีกทั้ง USTD ยังเป็น Stable Coin เหรียญแรกของโลก ทำให้ USDT เองมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายจำนวนมาก และมีมูลค่าตลาดมากถึง 45,491 ล้านดอลลาร์ และมีราคาซื้อขายที่ 1 ดอลลาร์ต่อเหรียญเท่านั้น นอกจากนี้พี่ทุยมองว่าหากจะแลก Stable Coin เพื่อใช้ซื้อขายคริปโตหรือทำธุรกรรมดิจิทัลตัวเลือกอย่าง USTD เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

อันดับ 3 Binance Coin หรือ BNB 

BNB

ถูกพัฒนาโดย “เว็บแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Binanace” ถูกใช้งานหลายด้านโดยเฉพาะในระบบของ Binance เอง เช่น ใช้เป็นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนกระดานเทรดของ Binance, ใช้ซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าต่าง ๆ ที่รับชำระด้วย BNB เป็นต้น

Binance เป็นกระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้มีมูลค่าตลาดมากถึง 80,833 ล้านดอลลาร์ มีราคาซื้อขาย 484.92 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

ด้วยพื้นฐานที่สร้างไว้อย่างดีทั้งการมีกระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีมูลค่าตลาดครองอันดับ 3 ของโลก นั่นจึงทำให้ BNB มีโอกาสเติบโตอย่างมาก 

น่าเสียดายที่ Binance ได้ยกเลิกการให้บริการภาษาไทยบนกระดานเทรดไปเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา 

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2565 มีข่าวที่ทำให้นักลงทุนไทยกลับมาพูดถึงการให้บริการของ Binance ในประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อ GULF บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของไทย ส่งบริษัทลูกเข้าจับมือกับ Binance เพื่อร่วมมือกันศึกษาการทำธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ต้องติดตามกันต่อไปว่าการให้บริการของ Binance ในประเทศไทยจะมีทิศทางเป็นอย่างไรในอนาคตนั่นเอง

อ่านเพิ่ม

อันดับ 2 Ethereum หรือ ETH

ETH

พัฒนาขึ้นในปี 2559 เป็นเหรียญแห่งโลกอนาคตของ DeFi “สัญลักษณ์การทำธุรกรรมทางการเงินที่ไร้ตัวกลาง” และเป็นเหรียญแพลตฟอร์มที่ทุกคนสามารถเข้าไปแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้คริปโตหลาย ๆ เหรียญถูกพัฒนาขึ้นมาบนแพลตฟอร์มของ ETH 

ส่งผลให้มีมูลค่าตลาดมาถึง 389,878 ล้านดอลลาร์ ครองมูลค่าตลาดโลกเป็นอันดับ 2 และมีราคาซื้อขายที่ 3,271.73 ดอลลาร์ต่อเหรียญ และหากนักลงทุนคนไหนชื่นชอบในผลงาน NFT แล้ว ก็หาโอกาสแลก ETH ไว้บ้าง เพื่อนำไปซื้อผลงาน NFT เพราะ ETH เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ชื่นชอบผลงาน NFT เลยนะ

อันดับ 1 Bitcoin หรือ BTC 

BTC

BTC “เป็นเงินดิจิทัลสกุลแรกของโลก” ที่มีเพียง 21 ล้านเหรียญ ปัจจุบันเป็นเหรียญที่ครองแชมป์เหรียญที่มีมูลค่ามากที่สุด ณ ปัจจุบัน 17 ม.ค. 2022 ราคาซื้อขายที่ 42,680.96 ดอลลาร์ต่อเหรียญ และครองแชมป์เหรียญมีมูลค่าตลาดมากที่สุดถึง 808,863 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น 39.4% ของมูลค่าตลาด 

ยิ่ง BTC เป็นคริปโตที่ได้รับความนิยมสูง และมีมูลค่าสูงก็ยิ่งมีความเสี่ยง และมีความผันผวนสูงเช่นเดียวกัน หากนักลงทุนสนใจที่จะลงทุนใน BTC พี่ทุยแนะนำว่าให้ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนด้วยนะ

10 อันดับคริปโตที่ครองมูลค่าตลาดโลก

เป็นยังไงกันบ้างกับ 10 คริปโตที่ครองมูลค่าตลาดมากที่สุดที่นำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ มีตัวที่มองไว้บ้างเปล่านะ 

พี่ทุยอยากบอกว่า หากจะเริ่มลงทุนในคริปโตแล้ว การศึกษาเพียงข้อมูลของมูลค่าตลาดนั้นยังไม่เพียงพอ “ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลหรือรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมก่อนการลงทุน” กันด้วย เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนที่จะสูญเสียเงินต้นที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อนั่นเอง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: