[สรุปโพสต์เดียวจบ] เกิดอะไรขึ้นกับ โฟร์โมสต์ ทำไมถึงเลิกขายนมพาสเจอร์ไรซ์ ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • โฟร์โมสต์ แบรนด์นมภายใต้บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จากเนเธอร์แลนด์ ประกาศเลิกขายและผลิตนม “พาสเจอร์ไรซ์” เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา
  • นมพาสเจอร์ไรซ์ เป็นนมที่ผ่านความร้อนไม่มากเมื่อเทียบกับการฆ่าเชื้อชนิดอื่น ทำให้ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส และมีอายุขัยสั้น เพื่อแลกกับรสชาติที่สดใหม่ ต่างกับนม UHT ที่เก็บได้นานหลายเดือน
  • ต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และการที่ตลาดผู้บริโภคนิยมนม UHT มากกว่า เป็นปัจจัยที่ทำให้โฟร์โมสต์ต้องเลิกผลิตนมชนิดพาสเจอร์ไรซ์ 
  • ในต่างประเทศ ราคานมและผลิตภัณฑ์นมเริ่มปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยังมีความกังวลว่าอากาศร้อนและภัยแล้งในยุโรปจะทำให้วัวไม่ให้นมและนำไปสู่การขาดแคลนในที่สุด 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

กลายเป็นข่าวช็อควงการคนชอบดื่มนมอย่างพี่ทุยเลยทีเดียว ที่ “โฟร์โมสต์” แบรนด์นมที่อยู่คู่คนไทยมามากกว่า 65 ปี ประกาศเลิกขายนมชนิด “พาสเจอร์ไรซ์” ไปเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา 

อันที่จริง พี่ทุยเห็นสัญญาณมาพักหนึ่งแล้ว เพราะหาซื้อนมชนิดพาสเจอร์ไรซ์ยี่ห้อโฟร์โมสต์ได้ยากมาก เจอแต่แบบ UHT วันนี้พี่ทุยพาไปทำความเข้าใจเหตุผลว่าทำไมถึงเลิกขายนมประเภทนี้

เกิดอะไรขึ้นกับ “โฟร์โมสต์” กันแน่

ก่อนอื่นเลย พี่ทุยต้องพาทุกคนไปรู้จักกับ “ชนิด” ของนมที่ทางโฟร์โมสต์เลิกขายก่อน

นมดิบที่มาจากโคมีเชื้อโรคเชื้อแบคทีเรียเต็มไปหมด จึงต้องทำการฆ่าเชื้อก่อน และวิธีการฆ่าเชื้อนั่นเองที่ทำให้ได้นมชนิดต่าง ๆ ออกมา โดยชนิดของนมที่ทางโฟร์โมสต์เลิกขายคือ “นมพาสเจอร์ไรซ์” หรือนมที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน 60-70 องศาเซลเซียสที่ระยะเวลาหนึ่ง 

สังเกตนมพาสเจอร์ไรซ์ได้ง่าย ๆ ก็คือนมที่ “ใส่ขวด” และต้อง “แช่เย็น” อยู่นั่นเอง เพราะนมชนิดนี้ต้องเก็บที่อุณหภูมิน้อยกว่า 8 องศาเซลเซียส ไม่เช่นนั้นเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ จะเติบโตในน้ำนมได้ดี และเน่าเสียได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนมพาสเจอร์ไรซ์ต่อให้แช่ตู้เย็น ก็จะอยู่ได้ราว 10 วันเท่านั้น 

นมชนิดนี้แตกต่างกับนม UHT ที่ย่อมาจาก Ultra Heat Treatment ซึ่งใช้ความร้อนสูงไม่น้อยกว่า 133 องศาเซลเซียสในการฆ่าเชื้อ ก่อนจะบรรจุลง “กล่อง” เนื่องจากกระบวนการถนอมอาหารโดยการผ่านความร้อนสูงนี้เอง ที่ทำให้นม UHT สามารถอยู่ได้นานถึง 6-8 เดือน 

ทำไม “โฟร์โมสต์” ถึงเลิกขายนมพาสเจอร์ไรซ์

เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา ทางโฟร์โมสต์ได้เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดนมของไทยลดลงไป 4% จากปีก่อน และนับเป็นปีที่ 2 ที่ตลาดนมติดลบ โดยมีสาเหตุหลักจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เด็กนักเรียนไม่ได้ไปโรงเรียน และไม่ได้ดื่มนมที่โรงเรียนนั่นเอง 

แต่ในเมื่อสถานการณ์กำลังคลี่คลายและหลายโรงเรียนเปิดกลับมาออนไซท์แล้ว ทำไมโฟร์โมสต์ถึงยังไม่สู้ต่อ พี่ทุยเห็นมีเหตุผล 2 ทาง คือฝั่งของต้นทุนบริษัท และฝั่งของทางผู้บริโภค

ในฝั่งของต้นทุนนั้น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ย่อมทำให้การขนส่งทำได้ลำบากมากกว่าเดิม โดยโฟร์โมสต์ต้องแบกรับค่าขนส่งตั้งแต่การรับนมมาผลิตและการขนส่งไปตามร้านค้า 

ซึ่งอย่างที่พี่ทุยอธิบายไปข้างต้น อายุขัยของนมพาสเจอร์ไรซ์มันสั้นมาก การขนส่งต้องเป็นขนส่งเย็น และเมื่อต้นทุนสูงขึ้น ก็ยากที่จะประคองตัว ยังไม่นับการนำเข้าวัตถุดิบบางประเภทนอกเหนือจากน้ำนมโคที่ได้จากเกษตรกรไทย โดยวิกฤต Supply Shortage ก็กระทบการผลิตของโฟร์โมสต์ไม่ต่างกัน 

ในอีกฟากหนึ่ง ทางด้านของผู้บริโภคในยุคโควิด-19 ย่อมหันไปซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น โดยผู้คนที่ซื้อของออนไลน์นั้น ไม่ชอบซื้อแบบพาสเจอร์ไรซ์ที่เสียค่าส่งแพง เพราะต้องใช้ขนส่งเย็น และยังเก็บรักษาได้ไม่นาน

ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่แล้ว มักซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก ๆ ให้คุ้มค่าส่ง แต่นมพาสเจอร์ไรซ์ไม่สามารถนำมาตุนได้เพราะกินไม่ทัน 

ข้อมูลจากปี 2019 ที่ทางโฟร์โมสต์ได้จาก AC Nielson พบว่า ตลาดนม UHT และสเตอริไรส์ (อย่างนมตราหมี) มีมูลค่าตลาดสูงถึง 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดนมพาสเจอร์ไรซ์ที่ 9,100 ล้านบาท

โดยดูเหมือนว่าคนไทยจะไม่นิยมดื่มนมพาสเจอร์ไรซ์เท่าไร เพราะขนาดตลาดยังแพ้ให้กับนมเปรี้ยวพาสเจอร์ไรซ์ที่ 9,500 ล้านบาทเสียด้วย 

ที่ผ่านมาปรับตัวอย่างไรบ้าง

บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจากเนเธอร์แลนด์ที่เข้ามาไทยเป็นเวลากว่า 65 ปี โดยบริษัทแม่นั้น ทำธุรกิจมาตั้งแต่เมื่อ 150 ปีก่อนแล้ว ก่อนที่บริษัทจะเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในปี 2000

ในปี 2021 ที่ผ่านมา ทางฟรีสแลนด์คัมพิน่า ขาดทุน 1,306 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรเมื่อปี 2020 ที่ 289 ล้านบาท โดยแม้รายได้ของปี 2021 และ 2020 นั้นใกล้เคียง คือประมาณ 1 หมื่นล้านบาทกว่า ๆ แต่ที่เพิ่มขึ้นมาคือรายจ่ายที่เพิ่มจาก 1 หมื่นล้านนิด ๆ เป็น 1.2 หมื่นล้าน และยังมีภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอีกจาก 2 ล้านเป็น 8 ล้าน 

เพราะผลกระทบเริ่มออกฤทธิ์มาตั้งแต่ปี 2021 ที่ผ่านมา ทางฟรีสแลนด์คัมพิน่าไม่ได้นิ่งนอนใจอยู่เฉย ๆ รุกทั้งตลาดออฟไลน์และออนไลน์ โดยได้เปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ Foremost Delivery เป็นของตัวเองด้วย 

แต่ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ก็ทำให้นมพาสเจอร์ไรซ์ที่มีต้นทุนในการขนส่งสูง และมีเชลฟ์ไลฟ์ที่สั้น ต้องโดนคัดออกเพื่อลดค่าใช้จ่าย 

โลกกำลังจะขาดแคลนนม?

อย่างที่พี่ทุยได้บอกไปข้างต้น ต้นทุนด้านขนส่งกำลังปรับเพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันที่เด้งจากต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเมื่อปี 2019 ทะยานไปเหนือ 100 ดอลลาร์ ในปี 2022 แล้ว ส่งผลให้ราคานมเอง ซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ในอังกฤษ สำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยน รายงานว่า ราคานมปรับขึ้นไปแล้ว 50% เมื่อเดือนเม.ย.2022 และยังมีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก ในขณะที่สื่อท้องถิ่นอีกหลายแห่งยังรายงานด้วยว่า เนย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนม บางยี่ห้อแบรนด์ยุโรป เริ่มขาดตลาดแล้ว 

ขณะเดียวกัน ความร้อนจากฮีทเวฟและความแห้งแล้งที่กำลังบุกโจมตียุโรป ก็ทำให้เกิดความกังวลว่า นมและผลิตภัณฑ์จากนมอย่างชีส จะขาดตลาดตามไปด้วย 

ซีเอ็นเอ็นได้จัดทำรายงานไปสัมภาษณ์ผู้ผลิตชีสในอิตาลี โดยผู้ผลิตชีส ระบุว่า ในแต่ละวัวต้องกินน้ำ 100-150 ลิตร ถึงจะได้น้ำนมที่มีคุณภาพดี และคงจะไม่ได้น้ำนมแน่ ๆ ถ้าเกิดวัวร้อนจนไม่สามารถให้นมได้ 

พี่ทุยว่า สัญญาณของเงินเฟ้อที่ทุบหลายอุตสาหกรรม และการขาดแคลนอาหารในอนาคต กำลังค่อย ๆ เผยออกมาเด่นชัดจนไม่มองไม่ได้แล้ว

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
error: