เปิดปีใหม่มาแค่ไม่กี่วัน เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ม.ค. มีข่าวว่า Zhongzhi Enterprise Group ธนาคารเงาขนาดใหญ่ของจีนยื่นล้มละลายต่อศาลกรุงปักกิ่ง นับเป็นเหยื่อรายล่าสุดอันเนื่องมาจากปัญหาวิกฤติอสังหาฯ ในจีน ท่ามกลางความพยายามควบคุมและแก้ปัญหานี้จากภาครัฐ พี่ทุยเลยขอพาไปดูเหตุการณ์นี้อย่างละเอียดกันหน่อยว่า ธนาคารเงาจีน คืออะไร ทำไมถึงล้มละลาย จะมีผลกระทบต่อส่วนไหนบ้าง มีโอกาสลุกลามเป็นวิกฤติขนาดใหญ่หรือไม่? ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย!!
ธนาคารเงา (Shadow Banking) คืออะไร
ทำธุรกิจด้วยการเอาเงินฝากจากลูกค้าไปปล่อยกู้และลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ ซึ่งอาจไปลงทุนในกองทรัสต์ ธนาคารเงาจ่ายผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากธนาคารทั่วไป ทำให้ได้รับความนิยมมีเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนมากมาย
ข้อมูลจาก Bloomberg เดือน ก.ย. 2023 เมื่อรวมเงินลงทุนทั้งหมดของกองทรัสต์ในจีนพบว่ามีสัดส่วนอยู่ในหุ้นและตราสารหนี้ 35% ปล่อยกู้กลุ่มอุตสาหกรรมและพาณิชย์ 23% ปล่อยกู้สถาบันการเงิน 13.6% ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 9.2% ลงทุนอสังหาฯ 6.2% และอื่นๆ 13%
อีกด้านก็ปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงบริการของธนาคารทั่วไป ซึ่งถึงแม้จะทำธุรกิจเหมือนธนาคารแต่ไม่ใช่ธนาคาร และไม่ถูกกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหมือนธนาคารทั่วไปด้วย
Zhongzhi Enterprise Group ธนาคารเงาจีน แห่งนี้ทำธุรกิจอะไร
ก่อตั้งเมื่อปี 1995 เป็นธนาคารเงาขนาดใหญ่ที่มีความสนใจลงทุนในบริษัทบริหารกองทรัสต์ เคยมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลสูงสุดมากกว่า 140,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะมาเจอกับวิกฤติอสังหาฯ ซึ่งมีไปการลงทุนที่สำคัญ คือ ไปถือหุ้น 33% ใน Zhongrong International Trust ที่มีสัดส่วนเงินลงทุนหลักในบริษัทอสังหาฯ ซึ่งมีปัญหา
จุดอ่อนของธนาคารเงา คือ การออกผลิตภัณฑ์ลงทุนที่มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับแหล่งเงินทุน เช่น ลงทุนกับอสังหาฯ ที่ต้องใช้เวลาลงทุนยาวด้วยการระดมเงินฝากระยะสั้น ดังนั้นการลงทุนต้องห้ามมีปัญหาใหญ่เด็ดขาด
ต้นเหตุ Zhongzhi ล้มละลาย
กลางเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานว่า Zhongrong International Trust พลาดการจ่ายผลตอบแทนให้นักลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงหลายรายการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 230,000 ล้านหยวน พร้อมยอมรับว่ายังไม่มีแผนหาเงินมาชำระหนี้ลูกค้าในทันที เนื่องจากขาดสภาพคล่องระยะสั้น
การแก้ไขปัญหาไม่ได้ผล จนเมื่อปลายเดือน พ.ย. บริษัทได้แจ้งต่อนักลงทุนว่ากำลังล้มละลาย โดยมีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์ถึงเท่าตัว จนเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ธนาคารเงาแห่งนี้ได้ยื่นล้มละลายต่อศาล
ปัญหานี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับวิกฤติภาคอสังหาฯ ของจีนที่ยาวนานมาแล้วกว่า 2 ปี เพราะกองทรัสต์บางกองจะเน้นไปลงทุนภาคอสังหาฯ แต่เมื่อบริษัทอสังหาฯ ประสบปัญหา ไม่มีรายได้มากพอจ่ายผลตอบแทนให้กองทรัสต์ ทีนี้กองทรัสต์ก็ไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนให้ลูกค้าที่มาลงทุนได้
มูลค่าความเสียหายมากแค่ไหน ลุกลามหรือไม่?
ข้อมูลเดือน พ.ย. พบว่า Zhongzhi มีหนี้รวม 420,000 – 460,000 ล้านหยวน โดยมีสินทรัพย์อยู่เพียง 200,000 ล้านหยวน ซึ่งทนายความของสำนักงานกฎหมายในเมืองเซียงไฮ้คาดว่าบริษัทจะขายสินทรัพย์ได้มากที่สุดประมาณ 100,000 ล้านหยวน นั่นเท่ากับว่าจะมีเงินคืนเจ้าหนี้ที่เป็นนักลงทุนเพียง 23%
ส่วนอีกความเห็นจากผู้ก่อตั้งบริษัทจัดการสินทรัพย์ ไชน่า วิชั่น แคปิตอล เผยว่าสินทรัพย์ที่ไม่มีคุณภาพจะถูกขายด้วยส่วนลด 70% กลายเป็นว่านักลงทุนอาจได้รับเงินคืนราว 13% แต่กว่าที่ลูกค้าจะรู้ผลและได้เงินคืนก็คงใช้เวลานาน เพราะคาดกันว่ากระบวนการในศาลจะล่าช้าและยาวนาน
แน่นอนว่าหนี้ปริมาณสูงขนาดนี้ต้องมีปัญหาไม่มากก็น้อย แต่โอกาสที่ปัญหาจะลุกลามใหญ่โตจะเกิดจากอะไรได้บ้าง?
คำตอบ คือ เงินของลูกค้าที่ลงทุนในกองทรัสต์ที่มีทั้งลูกค้าบุคคลและบริษัท โดยเฉพาะลูกค้าบริษัท ถ้าไม่ได้ผลตอบแทนหรือเงินลงทุนคืน ก็จะกระทบต่อสถานะการเงิน ต่อเนื่องถึงการดำเนินกิจการ กระทบทั้งฝั่งซัพพลายเออร์ ลูกค้า และผู้ถือหุ้น
ด้วยขนาดหนี้เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมธนาคารเงาและกองทรัสต์ที่อยู่ในระดับล้านล้านหยวน และในระยะหลังเมื่อมีการล้มละลายขนาดใหญ่ก็มักจบลงด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ จากนั้นก็ทยอยคืนหนี้ซึ่งอาจใช้เวลาสักหน่อย เพื่อไม่ให้จบลงที่การล้มละลายและเกิดหนี้เสีย
โอกาสที่ปัญหานี้จะลุกลามจนเกิดวิกฤติน้อยมาก แต่คำถามที่น่าสนใจกว่า คือ การล้มละลายครั้งนี้กระทบเศรษฐกิจจีนหรือไม่?
ธนาคารเงาจีน ล้มละลายกระทบเศรษฐกิจหรือไม่?
ด้วยขนาดเศรษฐกิจจีนที่ใหญ่มาก ผลกระทบโดยตรงที่คิดออกมาเป็นตัวเลขคงแทบไม่เห็นผลในเวลาอันสั้น แต่พี่ทุยมองว่ามีผลกระทบในแง่จิตวิทยาและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
การล้มละลายครั้งทำให้เกิดความกังวลว่าธนาคารเงาที่ไม่มีการกำกับดูแล และอุตสาหกรรมกองทรัสต์จีนที่มีขนาดถึง 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ อาจเป็นช่องทางปัญหาในภาคอสังหาฯ ลุกลามเข้าสู่ระบบการเงินและสร้างวิกฤติความเชื่อมั่นในวงกว้าง ซึ่งยังมีกองทรัสต์อื่น ๆ อีกมากมายที่ไปลงทุนกับโปรเจคอสังหาฯ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทที่มีปัญหาผิดชำระหนี้ เช่น China Evergrande Group
นอกจากนี้ยังเป็นข่าวไม่ดีในขณะที่รัฐบาลจีนกำลังพยายามเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ แถมตอกย้ำปัญหาภาคอสังหาฯ ซึ่งสะท้อนผ่านราคาบ้านมือสองในปี 2023 ที่ร่วงแรงสุดในรอบ 9 ปี
สรุป
พี่ทุยมองว่าเป็นไปไม่ได้แล้วที่ Zhongzhi จะจ่ายหนี้ครบจำนวนในเวลาอันสั้น ซึ่งเหตุการณ์นี้มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ สร้างความกังวลว่าอาจมีปัญหาเกิดขึ้นอีกจากกองทรัสต์อื่น ๆ ต่อจากนี้สถานการณ์จะดีขึ้นหรือเกิดปัญหาเพิ่มอีก ขึ้นอยู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน ที่ไม่ใช่เพียงแค่ภาคอสังหาฯ ซึ่งต้องควบคุมไม่ให้ลุกลาม แต่ยังรวมไปถึงการจ้างงาน ปัญหาเงินฝืด และความเชื่อมั่นผู้บริโภค
อ่านเพิ่ม
