ทำความรู้จัก “กลยุทธ์ Set Aside” เกี่ยวข้องกับหุ้นกู้การบินไทยอย่างไร

ทำความรู้จัก “กลยุทธ์ Set Aside” เกี่ยวข้องกับหุ้นกู้การบินไทยอย่างไร

3 min read  

ฉบับย่อ

  • การ Set Aside คือการแยกส่วนการลงทุนที่คิดว่าจะมีปัญหาออกมา เพื่อลดปัญหาจาก Panic Sell
  • หากไม่มีการใช้ “กลยุทธ์ Set Aside” กองทุนนั้น ๆ อาจเกิดแรงขาย ทำให้ผู้จัดการกองทุนต้องขายสินทรัพย์ในราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็นทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง
  • สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบให้สายการบินคู่ประเทศไทยอย่าง “การบินไทย” ต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูธุรกิจ กองทุนหลายกองทุนต้องเทขายหุ้นกู้การบินไทย เพราะหลุดจากนโยบาย Investment Grade
  • หุ้นกู้การบินไทยเคยได้รับเรทติ้ง A จากความน่าเชื่อถือของบริษัททั้ง ๆ ที่มีหนี้สินและผลขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการบินไทยมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นกระทรวงการคลังมากกว่า 50%

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่กระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจการบินทำให้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ตัวการบินไทยเองที่เป็นสายการบินคู่ประเทศไทย ปกติแล้วในพักหลังก็ขาดทุนทุกปี มีหนี้สูงพอตัวยิ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก สถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่าน่าเป็นห่วง และหลายฝ่ายหวังให้รัฐบาลช่วยอุ้ม และอีกสิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนห่วงเลยก็คือ “ตราสารหนี้” ของการบินไทย เพราะหลายกองทุน รวมถึงสหกรณ์ต่าง ๆ ถือครองตราสารหนี้การบินไทยเป็นจำนวนมาก จนหลาย ๆ กองทุนต้องประกาศ “กลยุทธ์ Set Aside” ออกมา พอถึงตรงนี้หลาย  ๆ คนอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าการ Set Aside นี้คืออะไรกันแน่ ? วันนี้พี่ทุยจะพาไปรู้จักคำนี้กัน เพราะช่วงนี้เราอาจจะได้ยินคำนี้กันอีกเรื่อย ๆ

Set Aside คืออะไร ? 

Set Aside คือการที่กองทุนตราสารหนี้แยกการคำนวณ “ตราสารหนี้ที่มีปัญหา” ออกจากการคำนวณ NAV ปกติชั่วคราว เพื่อไม่ให้ตราสารหนี้ตัวใดตัวหนึ่ง ส่งผลกระทบในภาพรวมของกองทุนรวมตราสารหนี้

หากไม่มี “กลยุทธ์ Set Aside” จะเกิดอะไรขึ้น ?

การที่ใช้ “กลยุทธ์ Set Aside” ช่วยลดการขายแบบตื่นตระหนก (Panic Sell) จากนักลงทุนที่ลงทุนในกองตราสารหนี้ได้ เนื่องจากหากไม่มีการแยกคิดคำนวณตราสารหนี้ที่มีปัญหาออกไปจะทำให้ NAV ของกองทุนปรับตัวลงอย่างมาก อาจจะทำให้เกิดความไม่สบายใจของนักลงทุน ทำให้นักลงทุนเทขายออกมาได้ และเมื่อนักลงทุนเทขายหน่วยของกองทุนรวมตราสารหนี้ออกมา ผู้จัดการกองทุนก็จำเป็นต้องเทขายตราสารหนี้ที่ถืออยู่เช่นกัน ก็จะยิ่งทำให้ราคาตราสารหนี้ในภาพรวมยิ่งปรับตัวลดลง

การทำ Set Aside จะช่วยป้องกันการเทขายจากนักลงทุน เพราะตราสารหนี้ที่มีปัญหา ไม่ได้ถูกนำไปคำนวณในช่วง Set Aside แล้ว ดังนั้น หากนักลงทุนจะขายกองทุนออกมาก่อน ก็จะถูกคำนวณจากส่วนอื่นของกองทุน ไม่ใช่ส่วนตราสารหนี้ที่มีปัญหาที่โดนแยกไว้ การ Set Aside เหมือนเป็นการพักไว้ก่อนเพื่อให้สถานการณ์ชัดเจน เพราะถึงแม้ว่าผลลัพธ์จะออกมาไม่ดี แต่ราคาก็จะตอบสนองต่อความจริงไม่ใช่ลดลงกว่ามูลค่าที่แท้จริงจากแรงเทขาย ในช่วงโควิด-19 มีกองทุนบางกองทุนได้รับผลกระทบจากแรงเทขาย เกิดจากนักลงทุนที่ต้องการขายออกมาก่อนเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบจากสถานการณ์ตอนนี้ เมื่อมีแรงเทขายเป็นจำนวนมาก เลยทำให้กองทุนต้องรีบขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่า

เพราะโดยปกติแล้วกองทุนตราสารหนี้จะเตรียมสภาพคล่องไว้เพียง 5-15% เท่านั้น เพราะหากสภาพคล่องมากเกินไป เงินที่ลงทุนก็ไม่เติบโต ทำให้เมื่อมีแรงขายจำนวนมาก ก็ทำให้ได้รับผลกระทบต่อ NAV และยิ่งราคาลง คนที่เห็นทีหลังก็รีบขายตาม เกิดผลแบบ Snow Ball ทำให้ผลกระทบยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกองทุนเหล่านั้นต้องประกาศปิดเพื่อหยุดแรงขาย และผู้จัดการกองทุนค่อย ๆ รินขายออกทีละนิดเพื่อให้ได้ราคาขายที่ดีที่สุด ไม่ใช่เกิดจาก Panic Sell หรือความกลัวของนักลงทุน

สถานการณ์ “การบินไทย” และผลกระทบต่อหุ้นกู้

สถานการณ์การบินไทยในปัจจุบัน ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 มีมติให้การบินไทยเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ ผ่านศาลล้มละลายกลาง ซึ่งน่าจะส่งผลต่อหุ้นกู้ของการบินไทย ที่มีมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท มีโอกาสที่จะไม่ได้รับชำระตามกำหนด

จากเหตุการนี้ TRIS หรือ ทริสเรทติ้ง บริษัทที่คอยจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ที่เคยหุ้นเรทติ้งกับการบินไทยไว้ที่ระดับ A ได้ปรับลดเรทติ้งจนเหลือ BBB (Junk Bond) และปรับลงไปเหลือระดับ C ภายใน 3 วันหลังประกาศ ซึ่งเป็นการลดลงอย่างรวดเร็ว จากการที่เข้าแผนฟื้นฟูกิจการ การบินไทยจะสามารถพักชำระหนี้จากเจ้าหนี้ได้ทุกรายตามกฏหมาย นั่นหมายความว่าอาจจะส่งผลต่อหุ้นกู้การบินไทยอีกด้วย เพราะมีสถานะเจ้าหนี้เช่นกัน

กองทุนตราสารหนี้บางกองถือหุ้นกู้การบินไทยก็ได้รับผลกระทบ มีหลายกองทุนรวม ได้ใช้มาตรการ Set Aside หรือแยกหุ้นกู้การบินไทยออกจากการคำนวณ NAV แต่ในบางกองนั้นมีนโยบายที่ลงทุนในตราสารหนี้ Investment Grade หรือหมายความว่า กองทุนนั้นจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีเรทติ้งตั้งแต่ AAA ลงไปจนถึง BBB- หรือไม่ลงทุนใน Junk Bond นั่นเอง

เมื่อการบินไทยถูกจัดอันดับลดลงไปจนถึง C ทำให้หลุดเงื่อนไขของนโยบายกองทุนในหลาย ๆ กองทุน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบให้ กองทุนเหล่านั้นต้องหาวิธี หรือเทขายหุ้นกู้การบินไทยออกมา ยิ่งส่งผลต่อราคาของหุ้นกู้การบินไทยขึ้นไปอีก

นอกจากกองทุนแล้วสหกรณ์หลาย ๆ แห่งก็มีการลงทุนในหุ้นกู้การบินไทย มีจำนวนสหกรณ์สูงถึง 82 สหกรณ์ ที่ถือหุ้นกู้การบินไทยอยุ่ รวมแล้วประมาณเกือบ 40% ของหุ้นกู้ทั้งหมดที่อยู่ตามสหกรณ์ต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย คิดเป็นมูลค่ากว่า 7.6 พันล้านบาท ตามมาด้วย สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กว่า 2.8 พันล้านบาท และ สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กว่า 2.3 พันล้านบาท หุ้นกู้การบินไทยเคยมีเรทติ้งสูงถึง A แถมยังมีสัดส่วนที่กระทรวงการคลังถือครองสูงกว่า 50% อีกด้วย จึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีไวรัสระบาดและส่งผลระดับโลก ทำให้บริษัทใหญ่ ๆ อย่างการบินไทยจะต้องล้มละลายหรือเข้าสู่แผนฟื้นฟูธุรกิจ

ทำไมก่อนหน้านี้การบินไทยถึงได้เรทติ้ง A

ถึงแม้การบินไทยในพักหลังจะมีหนี้เยอะและขาดทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยตัวแบรนด์เองนั้นถือว่าเป็นแบรนด์สายการบินที่มี Service อันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว อีกทั้งตัวการบินไทยเองก็ยังเป็นพันธมิตรกับ Star Alliance พันธมิตรสายการบินระดับโลก ส่งผลทำให้มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือเป็นวงกว้างเลยทีเดียว ในอีกมุมหนึ่งการบินไทยเองนั้นก็มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นกระทรวงการคลังสูงกว่า 50% ทำให้มีความน่าเชื่อถือว่าหากเกิดเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อการบินไทยขึ้น รัฐบาลก็จะเข้ามาสนับสนุน

แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ไม่มีใครคาดการณ์ว่าโลกของเราจะเกิดเหตุการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะสามารถกระทบและเปลี่ยนพฤติกรรมให้กับคนทั้งโลกได้ จนสายการบินทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลาย ๆ สายการบินถึงกับขนาดต้องปิดตัวลงในที่สุดนั่นเอง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: