เจาะดีล "ปตท." ร่วมทุน Foxconn ลุยธุรกิจ EV Car

เจาะดีล “ปตท.” ร่วมทุน Foxconn ลุยธุรกิจ EV Car

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ช่วงสิ้นเดือนที่ผ่านมา “ปตท.” กับ Foxconn ได้ลงนามความร่วมมือเตรียมตั้งฐานการผลิตรถ EV โดยจะเป็นแพลตฟอร์มกลางให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก 
  • สำหรับปตท. ดีลนี้พี่ทุยมองว่าน่าสนใจจากที่ในระยะหลังที่ปตท.เริ่มหันมาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ ไม่ว่าจะเป็น EV Charging Platform, EV Station ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ปตท. กระโดดเข้ามาในธุรกิจใหม่ ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับธุรกิจได้ จากเดิมที่มีเพียงธุรกิน้ำมัน/ปิโตรเลียมและการค้าปลีกเท่านั้น
  • ในแง่ของเศรษฐกิจไทยภาพรวม การเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ดีและจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากอุตสาหกรรมยานยนต์แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่มีเทคโนโลยีดีกว่าและยั่งยืนมากกว่า

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Phatra Leasing"
"Phatra Leasing"

เมื่อไม่กี่วันมานี้พี่ทุยเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะได้เห็นดีลหนึ่งที่พี่ทุยคิดว่าน่าสนใจ ดีลนั้นคือการจับมือระหว่างบริษัท “ปตท.” จำกัด (มหาชน) และบริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด (Hon Hai Precision Industry Co., Ltd.) ของไต้หวัน เพื่อร่วมมือกันในครงการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Car ในไทย วันนี้พี่ทุยจะพามารู้จักว่าบริษัทนี้คือใครและดีลครั้งนี้จะมีความสำคัญกับไทยอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย..

Foxconn คือใคร ?

บริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด มักรู้จักกันในชื่อ Foxconn Technology Group เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยการผลิตชิปอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ทั้ง Apple, Amazon, Nintendo, Xiaomi, Sony หรือ Microsoft โดยบริษัทปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 57,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือใหญ่กว่าปตท. ประมาณ 9 เท่า)

แล้วผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวอะไรกับการผลิต EV Car กัน เรื่องของเรื่องคือในช่วงปลายปีที่ผ่านมา Foxconn ได้เปิดตัวโปรเจคใหม่เพื่อมุ่งเป้าไปที่การผลิต EV Car ในชื่อ MIH EV Open Platform โดย Foxconn จะสร้างแพลตฟอร์มกลางสำหรับนักพัฒนาและวิศวกรยานยนต์ที่ทำหน้าที่ออกแบบหรือผลิตชื้นส่วน EV ของบริษัทต่าง ๆ ในไต้หวันให้เข้ามาช่วยกันออกแบบรถยนต์ EV Car

แนวทางนี้เกิดขึ้นจากที่ Young Liu CEO ของ Foxconn มองว่าการพัฒนาตลาด EV Car เป็นอะไรใช้ต้นทุนสูงมากสำหรับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ทั้งในแง่ของเวลาและทรัพยากรต่าง ๆ สำหรับการพัฒนารถยนต์ EV สักคัน รวมทั้งมองว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไต้หวันเองก็มีขนาดเล็กเกินไปที่จะพัฒนาในโมเดลธุรกิจแบบเดิมได้ ดังนั้นมันคงจะดีกว่าถ้าทุกบริษัทในไต้หวันมาช่วยกันออกแบบพัฒนารถยนต์ EV ในแพลตฟอร์มกลาง

William Wei CTO ของ MIH ระบุว่าในอนาคตทุกคนจะสามารถออกแบบพัฒนาระบบหรือฟีเจอร์ของรถยนต์ไฟฟ้าบน Cloud ได้ถึง 80% เพราะเป้าหมายของโปรเจกต์นี้ คือการเลียนแบบสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่นมาก ๆ สำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชันหรือออกแบบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างมือถือหรือคอมพิวเตอร์สักเครื่อง ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาการพัฒนาได้ครึ่งหนึ่งและต้นทุนและความเสี่ยงต่าง ๆ จะลดลงไปด้วย

จนถึงปัจจุบัน โปรเจกต์นี้สามารถสร้างพันธมิตรของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน EV Car กว่า 1,200 บริษัทในไต้หวันเข้ามาร่วมมือกันออกแบบและพัฒนา EV Car ด้วยกันแล้ว นอกจากนี้ ตัวบริษัท MIH เองจะแยกตัวออกจาก Foxconn ในช่วงกลางปีที่จะถึงนี้ เพื่อทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไต้หวัน

ถ้าไปดูข้อมูลที่เปิดเผยของ MIH แล้วจะเห็นว่าสิ่งที่ MIH ตั้งเป้าไว้นอกจากจะมีตัวกลางสำหรับออกแบบ Software สำหรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ อีกด้านหนึ่ง MIH ตั้งเป้าสร้างมาตรฐานของ Hardware ด้วยการออกแบบตัวถังรถ หรือ Chassis, ระบบล้อและมอเตอร์, ระบบแบตเตอรี่ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับผู้ผลิตหรือลูกค้านำไปปรับแต่งตามความต้องการอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง, รถ SUV หรือรถกระบะก็ตาม

“ปตท.” ปลุกกระแสรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

สำหรับดีลครั้งนี้ข้อมูลเบื้องต้นจาก นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ระบุว่าจะเป็นความร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์มการผลิต และเสริมศักยภาพระบบนิเวศ

ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตลอดห่วงโซ่คุณค่ายานยนต์ไฟฟ้า แบบ End-to-End รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้รับผลิตสินค้า (Original Equipment Manufacturers: OEMs) ในประเทศไทยที่มีความสนใจสามารถเข้าถึงการบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วและใช้ต้นทุนต่ำ

เพื่อร่วมสร้างอนาคตแห่งการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยระยะแรกปตท. และ Foxconn ตั้งเป้าหมายเงินร่วมลงทุนขั้นต้นที่ 1,000 – 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะขยายการลงทุนในอนาคตต่อไป ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจสู่เวทีโลกในอนาคต

ดีลนี้เป็นประโยชน์อย่างไรกับ “ปตท.” ?

ตรงนี้พี่ทุยมองว่าสำหรับปตท. ดีลนี้ถือว่าเป็นแนวทางธุรกิจที่ดีและสอดคล้องกับเทรนด์ในอนาคต แม้ว่าเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมยังมีบทบาทสำคัญ แต่กระแสของรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไร้คนขับ ฯลฯ กำลังมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปตท.ต้องปรับตัวให้ทันสถานการณ์ และที่ผ่านมาทางปตท. เองได้เริ่มรุกเข้าสู่ EV Value Chain

โดยจับมือพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนา EV Charging Platform, EV Station และ EV Battery ไปล่วงหน้าก่อนแล้ว อาจจะต้องติดตามกันต่อไปว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไรหรือเราจะเห็นปตท. กระโดดเข้ามาร่วมวงในฐานะผู้ผลิตด้วยหรือไม่ ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงของธุรกิจออกไปจากเดิมที่มีเพียงธุรกิจน้ำมัน ปิโตรเลียม และค้าปลีก

ประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากดีลนี้ ?

สำหรับประโยชน์ของดีลนี้กับประเทศไทย แน่นอนว่าถ้าเกิดขึ้นได้จริง พี่ทุยมองว่าจะช่วยให้ภาคยานยนต์ของไทยที่เป็นภาคอุตสาหกรรมที่แทบจะใหญ่ที่สุดในประเทศได้รับประโยชน์จากการมีแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่กระแสของรถยนต์แบบดั้งเดิมถูกตั้งคำถามถึงความยั่งยืนและลดความนิยมลงไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน การที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสามารถย้ายไปยังเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าและดีกว่าได้จะช่วยเพิ่มทั้งอำนาจต่อรองในทางเศรษฐกิจ สร้างงานให้คนไทย และทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
ปี 2021 Money Buffalo "รับสมัครงาน"
error: