เมื่อมีบริการ “Grab Finance” จะมีผลต่อธนาคารต่าง ๆ มั้ย ?

เมื่อมีบริการ “Grab Finance” จะมีผลต่อธนาคารต่าง ๆ มั้ย ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • Grab เปิดให้บริการ “Grab Finance” มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยตั้งงบประมาณไว้ที่ 3,000 ล้านบาท มีการปล่อยสินเชื่อ 3 แบบ คือ สินเชื่อเงินสดผ่านแอปพลิเคชัน บริการผ่อนชำระสินค้ารายวันและสินเชื่อ SMEs แต่เป็นบริการเฉพาะสำหรับผู้ที่เป็น Partner ขับขี่ของ Grab เท่านั้น
  • โดยจะอนุมัติวงเงินให้ Partner แต่ละคนตาม Credit score ซึ่งมาจากการเก็บข้อมูลของ Grab เอง เช่น ความสามารถในการสร้างรายได้ต่อวัน เป็นต้น
  • Grab ไม่ได้หวังผลกำไรจากการดำเนินงานส่วนนี้ แต่ตั้งใจจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ Partner  ซึ่งกู้ยืมหรือทำบัตรเครดิตได้ยาก เพราะไม่มีรายได้เป็นเงินเดือนประจำ

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ธุรกิจหนึ่งที่น่าเห็นใจพอสมควรคือ “ธุรกิจธนาคาร” ที่ถ้าเป็นละครคงเศร้าเคล้าน้ำตา ประมาณว่านอกจากจะไม่ได้ครองคู่กันแล้ว ยังต้องเจอกับเรื่องกดดันอีกหลายเรื่องทั้งนอกและใน พอเรื่องนึงคลี่คลาย อีกเรื่องก็ต่อคิวมาให้แก้ปัญหาอีก จนไม่รู้ว่าจะจบให้แฮปปี้เอนดิ้งได้ยังไง ทั้งเรื่องงดเว้นค่าธรรมเนียม อัตราดอกเบี้ย เรื่องการปรับมาตรฐานทางบัญชี IFRS9 แถมตอนนี้ Grab ยังเปิดบริการเกี่ยวกับการเงินของเค้ามาอีกคือ “Grab Finance”

อย่างที่พูดไป คือตอนนี้ Grab ที่ก่อนหน้านี้เปิดตัวด้วยการเป็นบริการด้านการขนส่ง Grab car และต่อมาก็เป็นบริการรับส่งอาหารฮิตติดลมบนในชื่อ Grab Food และตอนนี้เค้ากำลังจะกระโดดเข้ามาแจมเป็นผู้เล่นรายใหม่ในธุรกิจด้านการเงินในชื่อว่า “Grab Finance” หลังจากได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง ให้มีบริการกู้สินเชื่อได้ นอกจากนี้ในสิงค์โปร์ Grab ได้รับใบอนุญาต Digital Banking เพื่อทำธุรกิจธนาคารดิจิทัล รวมถึงใบอนุญาตทำธุรกิจ Micro Investment แต่พวกนี้ยังไม่มีแผนจะเปิดในไทย

แต่บริการสินเชื่อของเค้า ไม่ได้เปิดให้คนทั่ว ๆ ไปนะ ในตอนนี้ยังกำจัดอยู่แค่การปล่อยสินเชื่อให้เหล่าบรรดา Partner ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งอาหารในแพลตฟอร์มของเค้าเท่านั้น การปล่อยสินเชื่อให้ Partner นี้มีมาตั้งแต่ปลายปี 2562 แล้ว

การปล่อยสินเชื่อของ “Grab Finance” มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ

1. สินเชื่อเงินสดผ่านแอปพลิเคชัน

สินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ แบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ต้องเอารถ เอาบ้านหรือที่ดินไปค้ำไว้ให้เสียวสันหลังเล่น โดย Partner ผู้ขับขี่สามารถขอสินเชื่อได้อย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านแอปพลิเคชัน K-plus ของธนาคารกสิกรไทย ส่วนนี้มีวงเงินสูงสุดที่สามารถขอกู้ได้อยู่ที่ 100,000 บาท ระยะเวลา 6 เดือน และมีดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 18%

2. บริการผ่อนชำระสินค้ารายวัน

บริการผ่อนชำระโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบรายวัน ดอกเบี้ย 0% สำหรับ Partner ผู้ขับขี่ อันนี้เป็นอัตราดอกเบี้ย 0% เลยนะ เค้าจะหักเงินเป็นรายวันจากกระเป๋าตังค์ของ Partner ผู้ขับขี่ (เป็นเหมือนแอปพลิเคชันสะสมยอดเงินที่ทำได้ในแต่ละวันของ Partner ผู้ขับขี่) ทาง “Grab Finance” จะหาจำนวนเงินที่จะชำระคืนออกมาเป็นรายเดือนก่อนแล้วหารด้วย 28 เช่น ต้องผ่อนรายเดือน 1,000 บาท ก็เอามาหารด้วย 28 เท่ากับประมาณ 36 บาทต่อวันเท่านั้น

3. สินเชื่อ SMEs

สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย ระยะสั้น ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับเพิ่มสภาพคล่อง เอาไปหมุนหรือเป็นสายป่านในธุรกิจ มีวงเงินสูงสุดที่สามารถกู้ได้อยู่ที่ 1,000,000 บาทและมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 15%

อย่างที่เห็น คือเค้าจะกำหนดวงเงินสูงสุดที่จะให้กู้ได้ แต่ผู้กู้แต่ละคนก็จะได้รับการอนุมัติจำนวนเงินต่างกัน ซึ่งจะได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับคะแนนความน่าเชื่อถือหรือ “credit score” ของ Partner ผู้ขับขี่คนนั้น เหมือนเวลาเราไปขอกู้เงินจากธนาคาร เค้าจะอนุมัติให้เรามากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเครดิตที่ผ่านมาของเราไง เช่น เงินเดือน หลักทรัพย์ ประวัติการกู้เงินที่ผ่านมาว่าชำระหนี้ตรงเวลามั้ย “Grab Finance” ก็ทำอย่างนี้แหละ แต่ข้อมูลของเค้าคงจะเรียลกว่าเพราะเป็นคนเก็บเองเลย ไม่มีการย้อมแมวให้ดูเผิน ๆ เหมือนเสือแน่นอน ฮ่า ๆ เรียกได้ว่านี่คือการใช้ประโยชน์จาก Big Data พี่ทุยเลยพูดเสมอว่า สมัยนี้รู้อะไรไม่สู้รู้ Data ยังไงล่ะ ไว้พี่ทุยจะมาลงลึกให้อีกทีว่า Grab เค้าดูความน่าเชื่อถือจากข้อมูลเพื่อมาประเมินเป็น Credit Score ได้อย่างไรบ้าง

แล้ว Grab ทำเพื่ออะไรกันนะ?

Grab ได้กำไรจากดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งสองประเภท (กู้เงินเพื่อไปผ่อนมือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่นับ เพราะดอกเบี้ย 0%) ซึ่งทาง Grab ได้บอกว่าเค้าไม่ได้หวังกอบโกยรายได้จากตรงนี้นะ แต่มีมาเพื่อช่วยในการแก้ปัญหาของ Partner  อย่างที่รู้กันว่าถ้าจะขอกู้ธนาคารก็ต้องยุ่งยาก มีเอกสารมากมาย หรือแม้กระทั่งเรื่องการขอใช้งานบัตรเครดิต ซึ่งกว่าจะเปิดได้ก็ไม่ง่ายนัก เพราะต้องมีหลักฐานการเงินอย่างแน่ชัด ยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำงานประจำแบบมีเงินเดือนที่แน่นอน ยิ่งทำบัตรเครดิตได้ยาก ถึงแม้จะมีรายได้มากเท่าไหร่ก็ตาม

ถ้าไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเรามีเงินเข้าอย่างสม่ำเสมอแน่นอน ก็ถือว่าเป็นคนไม่มีเครดิตในสายตาธนาคาร ดังนั้น Partner ของ Grab ที่รับงานเป็นจ๊อบ ๆ ไป ย่อมถูกธนาคารมองว่าไม่มีหลักฐานทางการเงินที่น่าเชื่อถือ จะกู้ก็ยาก จะเปิดบัตรเครดิตเพื่อผ่อนสินค้าเหมือนคนอื่นเค้าก็คงเป็นเรื่องยาก Grab มองเห็นถึงปัญหาตรงนี้แหละ เลยเอา Big Data ที่มีอยู่ในมือมาใช้เป็นเครดิตซะเลย ใครไม่ให้เครดิต Grab ให้เอง ป๋ามั้ย ถามใจดู

การที่ Grab ปล่อยสินเชื่อให้ Partner เนี่ย ส่งผลกระทบต่อรายได้ของธนาคารต่าง ๆ มั้ยนะ?

อย่างที่พี่ทุยเกริ่นมาในตอนแรกว่าธนาคารโดยหลายเรื่องรุมเร้าจนราคาหุ้นถอยรูดยาวมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2561 ยกตัวอย่างเช่น

1. หุ้นของธนาคารกสิกรไทยหรือจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในชื่อว่า KBANK ลดจากราคาประมาณ 240 บาทต่อหุ้น เมื่อเดือนมกราคม 2561 มาเหลือ 134.50 บาทต่อหุ้น ในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นลดลงประมาณ 43% ในสองปีนี้

เมื่อมีบริการ “Grab Finance” จะมีผลต่อธนาคารต่าง ๆ มั้ย ?

2. หุ้นของธนาคารไทยพาณิชย์หรือจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในชื่อว่า SCB ลดจากราคาประมาณ 160 บาทต่อหุ้น เมื่อเดือนมกราคม 2561 มาเหลือประมาณ 97.50 บาทต่อหุ้น ในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นลดลงประมาณ 39% ในสองปีนี้

เมื่อมีบริการ “Grab Finance” จะมีผลต่อธนาคารต่าง ๆ มั้ย ?

3. หุ้นของธนาคารกรุงเทพหรือจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในชื่อว่า BBL ลดจากราคาประมาณ 210 บาทต่อหุ้น เมื่อเดือนมกราคม 2561 มาเหลือประมาณ 142 บาทต่อหุ้นในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นลดลงประมาณ 32% ในสองปีนี้

เมื่อมีบริการ “Grab Finance” จะมีผลต่อธนาคารต่าง ๆ มั้ย ?

ส่วนตัวพี่พีทุยมองว่าการที่ “Grab Finance” มาเปิดให้บริการปล่อยสินเชื่อนี้ไม่น่าจะกระทบธนาคารต่าง ๆ เพราะว่า เป็นการปล่อยกู้เฉพาะกลุ่ม ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มเป้าหมายนี้ก็ไม่ค่อยมีสิทธิ์มีเสียงในการกู้ยืมหรือทำบัตรเครดิตของธนาคารอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นการที่ Grab มีบริการนี้ผุดมา ธนาคารต่าง ๆ ก็จะไม่ได้ประโยชน์แต่ก็ไม่เสียประโยชน์อะไร คนที่ได้ประโยชน์ก็จะคือตัวผู้กู้และธุรกิจต่าง ๆ ที่ผู้กู้เอาเงินตรงนั้นไปใช้ ข้อดีคือจะเกิดเงินหมุนเวียนในธุรกิจต่าง ๆ มากขึ้นไงล่ะ

ได้ยินมาว่าในครั้งนี้ Grab เค้าตั้งงบไว้ถึง 3,000 ล้านเลยนะ ที่ผ่านมาอัตราการเกิดหนี้เสียก็ดีงามไม่ถึง 2% เลย แต่ถึงจะดูน่าสนใจยังไง ถ้าไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องไปกู้หรอกเนอะ การกู้หรือการใช้เครดิตจนติดเป็นนิสัยก็เหมือนการเอาเงินในอนาคตมาใช้ เหมือนเราเอาข้าวของวันพรุ่งนี้มากิน พอถึงวันพรุ่งนี้ไม่มีข้าวกินเพราะหมดไปแล้วก็ต้องเอาของวันถัดไปมากินต่อเป็นทอด ๆ ไป แค่คิดก็เหนื่อยแล้วเนี่ย เชื่อพี่ทุยเถอะ เงินกู้ไม่ใช่รายได้ เมื่อได้มาก็ต้องคืนเค้า แค่เป็นการเอาเงินในอนาคตมาใช้เท่านั้น

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: