ถอดแนวคิดการลงทุน "Jim Simons" อดีตนักคณิตศาสตร์ผู้ถอดรหัสสงครามเวียดนาม

ถอดแนวคิดการลงทุน “Jim Simons” อดีตนักคณิตศาสตร์ผู้ถอดรหัสสงครามเวียดนาม

3 min read  

ฉบับย่อ

  • “Jim Simons” แห่งกองทุน Medallion เจ้าของฉายา The Quant King ก่อตั้ง Renaissance ตั้งแต่ปี 1982 โดยมีกองทุน Medallion เป็นกองทุนหลัก ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงถึง 39% ต่อปี ระหว่างปี 1988 – 2018
  • หลังจากที่จบปริญญาเอกทางด้านคณิตศาสตร์ ก่อนจะเข้าสู่แวดวงการลงทุน เดิมที Jim Simons เคยใช้ชีวิตในฐานะนักคณิตศาสตร์ และอาจารย์มหาวิทยาลัย รวมถึงเคยเป็นนักถอดรหัสในช่วงสงครามเวียดนาม หลังจากนั้นเขาได้ตัดสินใจเข้าสู่โลกของการลงทุนในวัย 40 ปี เมื่อปี 1978
  • หลักการที่สำคัญที่สุดที่ Jim Simons ยึดถือ คือสิ่งที่เรียบง่ายเพียงแค่ว่า “Remove all emotion” หรือ ‘ตัดอารมณ์ออกไป’
  • Algorithm ของ Jim Simons จะอาศัยข้อมูลของตลาดย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ช่วงปี 1700 เพื่อมองหารูปแบบ (Pattern) บางอย่างที่ซ่อนอยู่ ซึ่งมนุษย์เราอาจไม่สามารถรับรู้มันได้ โดยส่วนมากรูปแบบเหล่านี้ มักจะเป็นช่องว่างในการทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้นมาก ๆ ของราคา โดยค่าเฉลี่ยของสถานะที่กองทุนถือครองอยู่ที่เพียง 2 วัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021

The Quant King ฉายานี้ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย เพราะหากเปรียบเทียบกับบรรดาผู้จัดการกองทุนหรือนักลงทุนชื่อดังระดับโลก ไล่มาตั้งแต่ George Soros, Peter Lynch, Warren Buffett หรือ Ray Dalio ผู้ที่สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี เหนือบรรดานักลงทุนเหล่านี้ คือ “Jim Simons” แห่งกองทุน Medallion

ตั้งแต่ปี 1988 – 2018 เขาสร้างผลตอบแทนสูงถึง 39% ต่อปี ขณะที่ George Soros อยู่ที่ 32% ส่วน Warren Buffett อยู่ที่ 21% หลังจากที่จบปริญญาเอกทางด้านคณิตศาสตร์ ก่อนจะเข้าสู่แวดวงการลงทุน เดิมที Jim Simons เคยใช้ชีวิตในฐานะนักคณิตศาสตร์ และอาจารย์มหาวิทยาลัย รวมถึงเคยเป็นนักถอดรหัสในช่วงสงครามเวียดนาม เขาเริ่มเข้าสู่โลกของการลงทุนในวัย 40 ปี เมื่อปี 1978 เรื่องราวของเขาถูกเล่าผ่านหนังสือของ Greg Zuckerman คือ The man who solved the market:How Jim Simons launched the Quant Revolution

เมื่อถูกถามถึงเคล็ดลับของเขา ที่แม้จะมีปูมหลังไม่ธรรมดา แต่หลักการที่สำคัญที่สุดที่เขายึดถือ คือสิ่งที่เรียบง่ายเพียงแค่ว่า “Remove all emotion” หรือ ‘ตัดอารมณ์ออกไป’ จากประสบการณ์ในฐานะนักคณิตศาสตร์ และการอาศัยชุดของข้อมูลจำนวนมหาศาล เขาได้สร้างโมเดลทางคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ซึ่งจะช่วยให้เขาสามารถตัดหลุมพรางทางด้านอารมณ์ออกไปได้

Algorithm ของเขาจะอาศัยข้อมูลของตลาดย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ช่วงปี 1700 เพื่อมองหารูปแบบ (Pattern) บางอย่างที่ซ่อนอยู่ ซึ่งมนุษย์เราอาจไม่สามารถรับรู้มันได้ โดยส่วนมากรูปแบบเหล่านี้ มักจะเป็นช่องว่างในการทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้นมาก ๆ ของราคา โดยค่าเฉลี่ยของสถานะที่กองทุนถือครองอยู่ที่เพียง 2 วัน
แนวทางของเขาชัดเจนอย่างมาก

นอกจากวิธีการลงทุน เขายังมีวิธีการเลือกคนเข้ามาทำงานร่วมกับเขา เพราะบุคลากรสำคัญของกองทุนเหล่านั้น คือเหล่านักการเงินมืออาชีพ แต่เขาเชื่อในผู้เชี่ยวชาญทางด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์มากกว่า สัญชาติญาณ การพูดคุยกับบริษัท หรือแม้กระทั่งการนั่งวิเคราะห์งบการเงิน ดูเหมือนจะไม่ใช่แนวทางของ Simons และ Renaissance ซึ่งมีกองทุน Medallion เป็นกองทุนหลัก เพราะโมเดลการลงทุนของเขา ประมวลข้อมูลในระดับที่ใหญ่กว่านั้นมาก อย่างไรก็ตาม การจะเอาชนะอารมณ์ของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะแม้แต่ Simons ผู้ซึ่งยึดถือกับโมเดลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์แพนิค

Zukerman เล่าถึงปลายปี 2018 ซึ่งตลาดเริ่มถูกเทขายลงมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ Simons อยู่ระหว่างการพักร้อนที่แคลิฟอเนียร์ และเกิดมีสัญญาณเตือนขึ้นมาบนหน้าจอของเข้า เขาตัดสินใจโทรปรึกษากับเหล่าผู้จัดการกองทุน
เพื่อถามถึงการป้องกันความเสี่ยงนอกเหนือจากโมเดลที่ตั้งไว้ ในท้ายที่สุด กองทุนตัดสินใจที่จะยึดตามโมเดลเดิม และพบว่า หากคุณยึดมั่นในโมเดลและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างดีแล้ว หลังจากนั้นคุณจะสามารถโดดเด่นกว่าตลาดได้ ปัจจุบันเขาเป็นบุคคลร่ำรวยอันดับที่ 36 จากการจัดอันดับของ Forbes โดยมีทรัพย์สิน 2.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ Renaissance บริหารสินทรัพย์อยู่ราว 6.8หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่าเขาจะประกาศรีไทร์จากบริษัทไปแล้วตั้งแต่ปี 2010 แต่ก็ยังคงมีบทบาทและลงทุนผ่านกองทุนของบริษัทของเขาอยู่เช่นกัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021
Money Buffalo INVESTMENT LIVE 2021

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: