ในช่วงที่ผ่านมาจีนเข้ามาลงทุนในไทยค่อนข้างมาก จะเรียกว่า มีธุรกิจในไทยตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบก็ว่าได้ และมีทั้งที่เป็นธุรกิจที่เข้ามาแบบเปิดเผย และเข้ามาแบบสีเทา ๆ วันนี้พี่ทุยก็เลยอยากจะมาแชร์เรื่องราว ทุนจีนบุกไทย ว่า สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร รุกคืบไปถึงไหนแล้ว
จากข้อมูลสถิติของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปี 2023 ที่ผ่านมา นักลงทุนจากจีนมีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยยื่นขอทั้งสิ้น 430 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุนรวม 159,387 ล้านบาท
ทุนจีนบุกไทย เงินลงทุนกว่าแสนล้าน
พี่ทุย ต้องบอกว่า ตัวเลขแหล่งที่มาของเงินลงทุนในโครงการต่างชาติ ที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในปี 2023 ที่ส่วนใหญ่มาจากจีน ซึ่งตัวเลขดูก้าวกระโดดไปจากปีก่อนหน้านั้น เมื่อดูในรายละเอียดจะพบว่า ส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป
ได้แก่ กิจการผลิตชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ กิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า กิจการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ กิจการผลิตที่เกี่ยวข้องกับวงจรในการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นต้น
รายชื่อบริษัทจีนที่ลงทุนในไทย ปี 2021 – 2023
ปี 2021
- State Construction Engineering* (คมนาคม) 490 ล้านดอลลาร์
- China Communication Construction* (โลจิสติกส์) 280 ล้านดอลลาร์
- China Railway Construction* (คมนาคม) 100 ล้านดอลลาร์
ปี 2022
- China Energy Engineering* (เกษตร) 210 ล้านดอลลาร์
- China National Petroleum Corp.* (พลังงาน) 560 ล้านดอลลาร์
- Great Wall (คมนาคม) 120 ล้านดอลลาร์
- BYD (คมนาคม) 490 ล้านดอลลาร์
ปี 2023
- Wuxi Jones Technology (เทคโนโลยี) 100 ล้านดอลลาร์
- Zhejiang Hezhong (คมนาคม) 290 ล้านดอลลาร์
- Shenzhen Kinwong (เทคโนโลยี) 100 ล้านดอลลาร์
- Zhuhai Huafa (เทคโนโลยี) 130 ล้านดอลลาร์
- China Railway Engineering* (คมนาคม) 270 ล้านดอลลาร์
- Hongdou (คมนาคม) 260 ล้านดอลลาร์
- China South Industries (คมนาคม) 240 ล้านดอลลาร์
หมายเหตุ : * เป็นบริษัทที่รัฐบาลจีนถือหุ้นอยู่
ที่มา : China Global Investment Tracker
ถ้าดูจากข้อมูลนี้แล้ว ก็จะพบว่า มีบริษัทที่รัฐบาลจีนถือหุ้นเข้ามาลงทุนในไทยค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยอุตสาหกรรมหลัก ๆ ที่บริษัทจีนมาลงทุนในไทยหนัก ๆ ในช่วงปี 2021-2023 ก็คือ เทคโนโลยี และคมนาคม ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะในช่วงนี้ ไทยมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย รวมทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ด้วย
พอตัดภาพมาดูในปี 2024 ทุนจีนที่เข้ามาลงทุนในไทย ก็ยังมีแววอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา ด้วยแรงขับเคลื่อนหลักที่มาจากการลงทุนในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดย The Global Times สื่อทางการจีน มีการรายงานเอาไว้ว่า นับตั้งแต่เดือน ธ.ค.2023 มีบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ (A-Share) ถึง 14 แห่ง ที่ประกาศว่าจะก่อตั้งสาขา สร้างโรงงานใหม่ รวมทั้งขยายโรงงาน หรือ เพิ่มการลงทุนในไทย
ตัวอย่างของบริษัทจดทะเบียนจีนที่ประกาศจะลงทุนในไทย ได้แก่
- ZYNP Corp ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาป จากมณฑลเหอหนาน ระบุว่าจะลงทุนในไทย 210 ล้านหยวน (29.56 ล้านดอลลาร์) เพื่อสร้างโรงงานผลิตในไทย
- Circuit Fabology Microelectronics Equipment Co ผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ จากมณฑลอันฮุย เตรียมลงทุน 100 ล้านหยวน ในไทย เพื่อก่อตั้งสาขา ซื้อที่ดิน และสร้างโรงงาน
ปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้บริษัทจีนมาลงทุนในไทย
- รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการดึงดูดเงินลงทุนจากจีน เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ
- รัฐบาลไทยประกาศยกเว้นวีซ่าชั่วคราวให้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทย เริ่มตั้งแต่ มี.ค.2024 สะท้อนว่าให้ความสำคัญกับจีน ซึ่งจะช่วยหนุนการค้าและการลงทุนระหว่างกันด้วย
- ไทยมีห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุม และต้นทุนต่ำ
- การลงทุนในไทยได้ประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่าง 10 ประเทศอาเซียน กับ 5 ประเทศคู่เจรจา ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้น ที่จีนขนเงินไปลงทุนค่อนข้างมาก จากข้อมูลเว็บไซต์รัฐบาลจีน ระบุว่า ปี 2023 ที่ผ่านมา จีนมีการไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ นอกภาคการเงินถึง 916,990 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบกับปี 2022 หรือถ้าคิดเป็นเงินสกุลดอลลาร์ ก็จะอยู่ที่ 130,130 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.4%
ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนภายใต้เส้นทางสายไหมใหม่ หรือ Belt and Road Initiative ถึง 224,090 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 28.4%
สำหรับในอาเซียนนั้น ไม่ใช่แค่ไทย ที่จีนขนเงินไปลงทุนโดยตรงค่อนข้างมาก เพราะยังมีอีก 2 จุดหมายในอาเซียนที่ฮอตฮิตไม่แพ้กัน นั่นก็คือ เวียดนาม และอินโดนีเซีย
พี่ทุยต้องบอกว่า การที่จีนมาลงทุนในไทยเยอะนั้น แน่นอนว่า ได้ก็จะได้ประโยชน์ในเชิงเม็ดเงินที่หมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจ การจ้างงาน แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในอีกแง่มุมหนึ่ง ด้วยความเป็นมหาอำนาจของจีน ที่มีทุนหนา และจุดแข็งที่สามารถนำเสนอสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากกว่าบริษัทไทย ก็ถือเป็นความท้าทายของบริษัทไทยเช่นกัน ในอุตสาหกรรมที่จีนมาลงทุนมาก
นอกจากนี้ ก็มีความท้าทายที่ประเทศไทยมักจะต้องเจอตามมา นั่นก็คือ เรื่องคุณภาพสินค้าและบริการที่ได้รับจากบริษัทจีน ที่ก็ต้องยอมรับว่า ต่อให้จีนจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน แต่ประเด็นนี้ ก็ยังเป็นปัญหาที่พบเห็นได้อยู่ร่ำไป ไม่ต้องดูอื่นไกล ดูได้จาก กลุ่มคมนาคม ที่มีข่าวคราวออกมาค่อนข้างมาก เกี่ยวกับปัญหาคุณภาพที่เกิดขึ้น หลังการใช้สินค้าและบริการที่ผลิตโดยจีน
ขณะเดียวกัน ไม่เพียงแต่มีความท้าทายเหล่านี้ เพราะอีกประเด็นที่ไทยเผชิญหน้าอยู่ก็คือ การมีกลุ่มธุรกิจสีเทาจากจีนเข้ามาตั้งถิ่นฐานในไทย เพื่อแสวงหาโอกาสจากการกินรวบรายได้ จากคนจีนที่มาเที่ยวหรือมาพำนักในไทย เช่น ทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่มีเครือข่ายธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ชอปปิง เป็นของคนจีนทั้งหมด เป็นต้น
อ่านเพิ่ม