กองทุนลดหย่อนภาษีน้องใหม่อย่าง Thai ESG ที่เพิ่งได้รับอนุญาตให้ใช้ลดหย่อนภาษีเพิ่มสูงสุด 100,000 บาท จะเหมือนหรือแตกต่างยังไงกับ SSF/RMF เดิมที่มีอยู่บ้าง แล้วถ้าอยากเลือกลงทุนกับ Thai ESG สักกองทุน จังหวะนี้ทำไมต้องเป็นกองทุน ES-SETESG จาก บลจ. อีสท์สปริง
พี่ทุยสรุปแบบเข้าใจง่าย ๆ มาให้แล้ว ไปฟังกัน
สำหรับใครที่กำลังมองหา “ค่าลดหย่อนภาษี” เพิ่มเติม ล่าสุดได้มีประกาศให้กองทุน Thai ESG สามารถลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้อีกสูงสุด 100,000 บาท
กองทุน Thai ESG คืออะไร แล้วเหมาะกับใคร ?
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) คือ กองทุนที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีน้องใหม่ที่ล่าสุดถูกจัดตั้งในช่วงเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งอนุญาตให้นำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนของ Thai ESG มาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ไม่รวมกองทุนเกษียณอายุอื่น ๆ
ซึ่ง Thai ESG จะมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นไทย หรือตราสารหนี้ไทย ของบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านความยั่งยืน ซึ่งเข้าเกณฑ์ ESG เท่านั้น และมีเงื่อนไขการถือครองที่ต้องถือลงทุนอย่างน้อย 8 ปีเต็ม (นับจากวันที่ซื้อ)
ดังนั้น Thai ESG จะเหมาะกับคนที่ต้องการลงทุนในระยะยาว มีมุมมองบวกกับตลาดหุ้นและตราสารหนี้ไทย พร้อมต้องการวงเงินการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมนั่นเอง
สำหรับใครสนใจ Thai ESG พี่ทุยแนะนำกองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG หรือ ES-SETESG จากบลจ.อีสท์สปริง จังหวะนี้ที่ถือว่าน่าสนใจมาก ๆ ด้วยหลากหลายเหตุผลเลย ไม่ว่าจะเป็น..
1. ธีมการลงทุน ESG กำลังได้รับการตอบรับที่ดีจากทั่วโลก
เรียกว่าตอนนี้กำลังเป็นกระแสที่นิยมอย่างมากสำหรับนักลงทุนทั่วโลกเลยก็ว่าได้ จะเห็นได้จาก Global ESG ETF ที่เม็ดเงินไหลเข้าทำให้สินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
และแน่นอนว่า ESG ในไทยเองก็ได้อานิสงค์เรื่องนี้ไปด้วย เพราะถ้าเราไปดูผลตอบแทนย้อนหลังของตลาดหุ้นไทย จะเห็นได้ว่า SETESG มีผลการดำเนินงานที่น่าสนใจกว่าภาพรวมของตลาดอยู่อย่างมีนัยสำคัญ
หมายเหตุ: ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
2. ค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำแค่ 0.5% ต่อปี บริหารงานแบบ Passive Management
ด้วยนโยบายการลงทุนของ ES-SETESG จะเน้นลงทุนให้ใกล้เคียงกับดัชนี SET ESG Index ให้มากที่สุด หรือที่เราจะเรียกว่าการลงทุนแบบ Passive ทำให้มีต้นทุนในการบริหารงานที่ต่ำ เลยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพียง 0.5% ต่อปีเท่านั้น
3. มีให้เลือกทั้งแบบปันผลและไม่ปันผล ตามสไตล์ของนักลงทุน
ES-SETESG ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ตามความต้องการของนักลงทุน สำหรับใครที่ต้องการโอกาสเติบโตระยะยาวต่อเนื่องก็สามารถเลือกลงทุนกับ Class A ที่มีชื่อว่า ES-SETESG-ThaiESG-A ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนสะสมมูลค่า
หรือถ้าใครต้องการโอกาสรับกระแสเงินสดระหว่างทางด้วยก็สามารถเลือก Class D ที่มีชื่อว่า ES-SETESG-ThaiESG-D ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนจ่ายเงินปันผล
สำหรับใครสนใจลงทุนระยะยาว มีมุมมองบวกกับการลงทุนในไทย พร้อมต้องการหาค่าลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมในช่วงปลายปีแบบนี้ ES-SETESG เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเลย ใครที่สนใจลงทุน ES-SETESG เตรียมเปิด IPO ช่วง 8-18 ธันวาคม 2566 นี้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- กองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนสะสมมูลค่า)
- กองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนจ่ายเงินปันผล)
ติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ.อีสท์สปริง หรือโทร 1725
ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าว และควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน