ป้ายยา กองทุนตราสารหนี้ 2024 น่าสนใจ เมื่อดอกเบี้ยสุดทางแล้ว

ป้ายยา กองทุนตราสารหนี้ 2024 น่าสนใจ เมื่อดอกเบี้ยสุดทางแล้ว

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาตราสารหนี้มักจะลง เพราะนักลงทุนจะรอซื้อตราสารหนี้ที่จะออกใหม่ในอนาคต ซึ่งจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้น ช่วงดอกเบี้ยขาลง ราคาตราสารหนี้มักจะขึ้น เพราะนักลงทุนจะหาซื้อตราสารหนี้ในตลาดเพื่อเก็บกินดอกเบี้ยที่สูงกว่าตราสารหนี้ที่ออกใหม่หลังจากนั้น
  • สาเหตุที่ต้องขึ้นดอกเบี้ย นั่นก็คือ เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งลดลงมาตั้งแต่กลางปี 2023 กำลังซื้อก็ลดลง เงินเฟ้อมีแนวโน้มทยอยลดลง ธนาคารกลางก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกต่อไปแล้ว
  • ผลตอบแทนที่จะมาทำให้ราคากองทุนตราสารหนี้เพิ่มขึ้นมาจาก 1. ดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ในพอร์ตกองทุน ดอกเบี้ยของตราสารหนี้ในตลาดอยู่ระดับสูงสุดในรอบประมาณ 10 ปี นับว่าน่าสนใจ และ 2. ราคาตราสารหนี้ในพอร์ตกองทุน พอดอกเบี้ยลง ราคาตราสารหนี้ก็จะขึ้น ต้องรอหน่อยอีกสักพักกว่าดอกเบี้ยจะปรับลง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ถ้าใครสังเกต ตั้งแต่ดอกเบี้ยเริ่มขึ้นรัว ๆ ช่วง ปี 2022-2023 ราคากองทุนตราสารหนี้ก็แทบจะอยู่กับที่หรือไม่ก็ลดลง แต่ปี 2024 นี้ พี่ทุยขอบอกว่ากองทุนตราสารหนี้กลับมาน่าสนใจแล้ว แต่เพราะอะไร ? พี่ทุยมีคำตอบ พร้อมแจกโพย กองทุนตราสารหนี้ 2024 ที่น่าสนใจด้วย ไปดูกัน

เข้าใจกลไกราคา ตราสารหนี้ & ดอกเบี้ย แบบง่าย ๆ

ถ้าไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ประเทศหรือบริษัทขาดความน่าเชื่อถือจนราคาตราสารหนี้ของประเทศหรือบริษัทนั้นร่วง ในสถานการณ์ปกติปัจจัยหลักที่ส่งผลกับทิศทางตราสารหนี้ คือ ดอกเบี้ย

ช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาตราสารหนี้มักจะลง

เพราะนักลงทุนจะไม่ซื้อหรือขายตราสารหนี้ที่ถืออยู่ออก แล้วรอซื้อตราสารหนี้ที่จะออกใหม่ในอนาคต ซึ่งจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าที่ถืออยู่ ตราสารหนี้ที่ออกใหม่หลังจากนั้นจะจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นตามดอกเบี้ยที่ถูกปรับเพิ่มขึ้น

ช่วงดอกเบี้ยขาลง ราคาตราสารหนี้มักจะขึ้น

เพราะนักลงทุนจะหาซื้อตราสารหนี้ในตลาดเพื่อเก็บกินดอกเบี้ยที่สูงกว่าตราสารหนี้ที่ออกใหม่หลังจากนั้น ซึ่งจะจ่ายดอกเบี้ยต่ำลงตามดอกเบี้ยที่ถูกปรับลด

ปี 2023 ทำไมกองทุนตราสารหนี้ถึงไม่น่าสนใจ ราคาร่วง ?

กองทุนรวมต้องทำราคารายวันที่รู้จักกันในชื่อ NAV (Net Asset Value) ซึ่งคิดจากราคาตลาดของสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอยู่ ถ้าเป็นกองทุนหุ้นก็จะใช้ราคาหุ้นราคาสุดท้ายตอนปิดตลาดของวันนั้น ๆ 

ส่วนกองทุนตราสารหนี้ก็จะใช้ราคาตราสารหนี้ราคาสุดท้ายที่ซื้อขายกันตอนปิดตลาดมาคิดราคากองทุนเหมือนกัน (ตราสารหนี้ทั้งพันธบัตรและหุ้นกู้ มีตลาดรองซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเหมือนตลาดหุ้น) นั่นแปลว่าราคากองทุนตราสารหนี้จะเคลื่อนไหวตามราคาตราสารหนี้

ตั้งแต่ต้นปี 2022 หลังเปิดเมืองเต็มที่ คนจับจ่ายใช้สอยหนักมาก ทั่วโลกเจอกับภาวะเงินเฟ้อสูง ทำให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อหยุดเงินเฟ้อ ด้วยเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ดอกเบี้ยก็ต้องขึ้นตาม นี่เลยเป็นสาเหตุว่าทำไมที่ผ่านมาราคากองทุนตราสารหนี้ถึงร่วงหรือแทบไม่ขยับไปไหน

ดอกเบี้ยแตะจุดสูงสุดไปแล้วจริงหรือ ?

คำถามคือ แล้วจุดไหนถึงเป็นจุดที่กองทุนตราสารหนี้มีความน่าสนใจมากที่สุด พี่ทุยตอบเลยว่าตอนที่ดอกเบี้ยขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่ตอนนี้ดอกเบี้ยแตะจุดสูงสุดไปแล้วจริงหรือ?

ก็ต้องย้อนไปถึงสาเหตุที่ต้องขึ้นดอกเบี้ย นั่นก็คือ เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งลดลงมาตั้งแต่กลางปี 2023 มองไปข้างหน้า กำลังซื้อก็ลดลง ราคาน้ำมันทรงตัว เงินเฟ้อมีแนวโน้มทยอยลดลง ธนาคารกลางก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกต่อไปแล้ว ถ้าขึ้นต่อโดยไม่จำเป็นอาจส่งผลเสียกับเศรษฐกิจ พี่ทุยเลยมองว่า ปลายปี 2023 นี้ ดอกเบี้ยได้ขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุดแล้ว

ดอกเบี้ยแตะจุดสูงสุด ถึงเวลาลงทุน กองทุนตราสารหนี้ 2024 ทำไมเป็นงั้น?

ตรงนี้ต้องเข้าใจเพิ่มอีกนิดว่า ผลตอบแทนที่จะมาทำให้ราคากองทุนตราสารหนี้เพิ่มขึ้นมาจากไหนบ้าง? แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

  • ดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ในพอร์ตกองทุน

ขึ้นชื่อว่าตราสารหนี้ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้นักลงทุน กองทุนก็ได้ด้วยเช่นกัน และในช่วงที่ดอกเบี้ยแตะจุดสูงสุด กองทุนก็จะเข้าลงทุนตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยสูงตามดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น และรับดอกเบี้ยเข้ากองทุน เพิ่มสินทรัพย์ในกองทุน NAV หรือราคาก็ค่อยๆเพิ่มตามไปด้วย

ซึ่งตอนนี้ดอกเบี้ยของตราสารหนี้ในตลาดอยู่ระดับสูงสุดในรอบประมาณ 10 ปี การได้ดอกเบี้ยระดับสูงขนาดนี้นี่ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว

  • ราคาตราสารหนี้ในพอร์ตกองทุน

พอดอกเบี้ยมาแตะจุดสูงสุด สิ่งที่จะเกิดถัดไปเป็นประจำ คือ การปรับดอกเบี้ยลง พอดอกเบี้ยลง ราคาตราสารหนี้ในพอร์ตกองทุนก็ขึ้นตามด้วย ก็เท่ากับมูลค่าสินทรัพย์ในกองทุนเพิ่ม ราคาหรือ NAV กองทุนก็ขึ้นตามเช่นกัน

แต่พี่ทุยขอบอกก่อนว่าต้องรอหน่อยนะกว่าดอกเบี้ยจะปรับลง น่าจะเกิดขึ้นช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวพอสมควร ซึ่งยังไม่ใช่ใกล้ ๆ นี้ แต่ก็คงอีกไม่นานมาก (นักลงทุนในตลาดมองว่าทั่วโลกจะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยช่วงกลางปีหน้า) ตอนนี้เน้นไปที่กินดอกเบี้ยสูงไปก่อน

กองทุนตราสารหนี้ 2024 ที่น่าสนใจ

วันนี้พี่ทุยมีกองทุนตราสารหนี้ที่น่าสนใจมาแนะนำตามความเหมาะสม เรียงตามความเสี่ยงจากน้อยไปหามาก

K-TREASURY

กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นที่เน้นลงทุนตั๋วเงินคลัง พันธบัตร และเงินฝากในประเทศ ไม่ลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ข้อมูลจาก Fund Factsheet เดือน ต.ค. 2023 ตราสารหนี้ในกองทุนให้ดอกเบี้ยเมื่อถือจนครบกำหนดอายุ (Yield to Maturity) ที่ 2.14%

เรียกได้ว่าเป็นพอร์ตตราสารหนี้ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดของประเทศ เกรด AAA และ AA แถมให้ดอกเบี้ยน่าสนใจเลยทีเดียวในยุคนี้ เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ

KKP S-PLUS

กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นนี้มีขอบเขตลงทุนกว้างขึ้น ลงทุนได้ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตร และหุ้นกู้เอกชน รวมถึงเงินฝาก แถมลงทุนได้ทั้งในและต่างประเทศ โดยกองทุนจะเน้นลงทุนตราสารหนี้เกรดคุณภาพ ที่เรียกว่า Investment Grade ไม่น้อยกว่า 80% 

ข้อมูลจาก Fund Factsheet เดือน ก.ย. 2023 ตราสารหนี้ในกองทุนให้ดอกเบี้ยเมื่อถือจนครบกำหนดอายุ (Yield to Maturity) ที่ 2.84%

เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง โดยขยับความเสี่ยงได้ขึ้นมาอีกนิดนึงไปลงทุนหุ้นกู้เอกชนหรือต่างประเทศ เพิ่มผลตอบแทนจากดอกเบี้ย แต่ยังมีการบริหารให้ความผันผวนที่นับว่าต่ำ

KFAFIX-A

กองทุนตราสารหนี้ระยะกลางสามารถลงทุนได้ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐ หุ้นกู้เอกชน และเงินฝาก ทั้งในและต่างประเทศ โดยกองทุนจะเน้นลงทุนตราสารหนี้ Investment Grade ไม่น้อยกว่า 80%

ด้วยการเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางทำให้เพิ่มขอบเขตให้สามารถลงทุนพันธบัตรที่มีอายุยาวได้ ซึ่งจะจ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่าพันธบัตรอายุสั้น กองทุนจึงมีโอกาสเพิ่มผลตอบแทนจากดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ในพอร์ตที่สูงขึ้น

ข้อมูลจาก Fund Factsheet เดือน ต.ค. 2023 ตราสารหนี้ในกองทุนให้ดอกเบี้ยเมื่อถือจนครบกำหนดอายุ (Yield to Maturity) ที่ 3.21%

เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง รับความผันผวนที่มากขึ้นได้ ไม่จำเป็นต้องรีบใช้เงิน ให้เวลาลงทุนแลกกับผลตอบแทนที่คาดหวังที่สูงขึ้น

สุดท้ายนี้พี่ทุยหวังว่า สาระความรู้ในบทความนี้จะช่วยให้นักลงทุนได้เอาไปใช้กับการลงทุนกองทุนตราสารหนี้ได้ดียิ่งขึ้น และไม่ว่าการลงทุนจะดีขนาดไหน มั่นใจมากแค่ไหน ก็อย่าลืมกระจายความเสี่ยงทั้งพอร์ตอยู่เสมอด้วย

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile