“ตราสารหนี้” หนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักลงทุนทั่วโลก ในช่วงปี 2022 ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วและแรง ทำให้ “ตราสารหนี้” ได้รับแรงกดดันมาอย่างต่อเนื่อง แต่รู้หรือไม่ว่าช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ “ตราสารหนี้” กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง จากการที่อัตราดอกเบี้ยใกล้แตะระดับสูงสุด แล้วถ้าอยากลงทุนตราสารหนี้ชั้นนำทั่วโลก ทำไมต้อง KFSINCFX จาก บลจ.กรุงศรี พี่ทุยสรุปมาให้เรียบร้อยแล้ว ตามมาฟังได้เลย !!
ในช่วงปี 2022 ที่ผ่านมาหลังจากที่ทางธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วและแรง เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหลังโควิด-19 ประกอบกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลเสียต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั่วโลก ทำให้ราคาสินค้าที่เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญพุ่งสูงทั่วโลก
ซึ่งการปรับเพิ่มขึ้นดอกเบี้ยนี้ได้กดดันตลาดตราสารหนี้อย่างมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ “ตราสารหนี้” กำลังกลับมามีโอกาสให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจอีกครั้ง
แล้วถ้าเราลองไปดูที่ผลตอบแทนจากการถือตราสารหนี้ ณ เวลานี้ เทียบกับช่วงก่อนขึ้นดอกเบี้ยตอนสิ้นปี 2021 จะเห็นได้ว่า “อัตราตอบแทน (Yield)” เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากกว่าเดิมอย่างมากเลยทีเดียว
สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ชั้นนำทั่วโลกอยู่ พี่ทุยแนะนำเลย “กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเอฟเอ็กซ์ (KFSINCFX)”
โดยกองทุนนี้จะลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund ซึ่งได้รับ Morningstar Rating 5 ดาว* บริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนระดับโลกอย่าง PIMCO ถือว่าเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวได้อย่างน่าสนใจ
(*ที่มา: Morningstar Rating จาก PIMCO ณ 31 ก.ค. 2566)
โดยการจัดอันดับจาก Morningstar ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดอันดับของ AIMC
ซึ่งกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund มีจุดเด่นที่แข็งแกร่งคือ
1. กระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลก
เช่น ตราสารหนี้ภาครัฐ, หุ้นกู้เอกชน Investment grade, High yield, ตราสารหนี้ที่มีอสังหาฯ/สินทรัพย์ค้ำประกัน
2. ปรับพอร์ตการลงทุนยืดหยุ่น ทั้งในด้านอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ และประเภทตราสารหนี้ที่ลงทุน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด และอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลง และเน้นป้องกันความเสี่ยงขาลงเมื่อเทียบกับกองทุนตราสารหนี้อื่น ๆ ที่เน้นลงทุนในตราสารภาคเอกชน
3. มุ่งเน้นกระแสเงินสดจากการลงทุนเป็นตัวสร้างผลตอบแทนโดยรวม และช่วยชดเชยความเสี่ยงขาลงเมื่อราคาตราสารหนี้ที่ลงทุนลดลง
และเมื่อดูจากกราฟจะเห็นได้ว่าในปีที่ Capital Gain ปรับตัวติดลบ ปีต่อมา Capital Gain จะฟื้นตัวขึ้นอย่างโดดเด่น
ถ้าย้อนไปดูช่วงวิกฤตต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นช่วง
ปี 2013 Taper Tantrum เหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดรอบโลกตื่นตระหนก ในปี 2013
ปี 2015 Energy Sell-off หลังจาก Fed ประกาศว่าจะลดวงเงิน (QE) หรือการเทขายน้ำมันอย่างหนักช่วงปีนั้น
หรือแม้แต่ปี 2019 ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ก็ตาม
กองทุนก็ยังสามารถยืนระยะผ่านทุกช่วงวิกฤต พลิกกลับมาสร้างผลตอบแทนที่ดี และดีกว่า Benchmark ได้ในที่สุด
ด้วยฝีมือและความเชี่ยวชาญอย่างยาวนานของ PIMCO กองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund
มีประวัติผลตอบแทนเอาชนะดัชนีชี้วัดได้ทุกช่วงเวลา ทั้งระยะสั้น 3 เดือน หรือยาว 5 – 10 ปีก็ชนะดัชนีชี้วัดมาอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับ Morningstar 5 ดาวเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือด้วย
(ที่มา: Morningstar Rating จาก PIMCO ณ 31 ก.ค. 2566)
สำหรับ “กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลสมาร์ทอินคัมเอฟเอ็กซ์ (KFSINCFX)” เสนอขาย IPO ตั้งแต่วันที่ 3 – 16 ต.ค. 2566 นี้ ลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาทเท่านั้น
โดยมีให้เลือกลงทุนทั้ง
KFSINCFX-R
ที่มีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto-Redemption) ปีละ 4 ครั้ง เปิดโอกาสให้เราได้รับกระแสเงินสดจากกองทุนสม่ำเสมอ คล้ายกับการจ่ายปันผล แต่มีข้อดีกว่าตรงที่ไม่ต้องเสียภาษีด้วย
KFSINCFX-A
แบบสะสมมูลค่า ที่จะสะสมกำไรไว้ในพอร์ตต่อเนื่อง ใครชอบแบบไหนก็เลือกลงทุนแบบนั้นได้เลย
กองทุน KFSINCFX มีความเสี่ยงระดับ 5 – เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
สำหรับใครที่สนใจดูข้อมูลกองทุน
คลิก https://bit.ly/3Qch4Dv หรือ Scan QR Code เพื่อดูข้อมูลกองทุน
และทำรายการซื้อกองทุนบน @ccess Mobile App ของบลจ.กรุงศรี ได้สะดวกมาก ๆ หรือโทร 02 657 5757 ได้เลยยยย!
- ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
- ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
- ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวมของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
- กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนแรกเริ่มได้
- การจัดอันดับจาก Morningstar ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดอันดับของ AIMC
