“ตราสารหนี้” ถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ สถานการณ์กำลังจะเปลี่ยนแปลง ต้องบอกว่า เวลานี้เหมาะสมอย่างมากสำหรับการเก็บตราสารหนี้เข้าพอร์ต ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ? พี่ทุยสรุปรวบรวมมาเป็น 3 เหตุผลที่น่าสนใจไว้ให้แล้ว ส่วนใครที่สนใจลงทุนใน ‘ตราสารหนี้’ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง พี่ทุยแนะนำให้ลองดู 4 กองทุนตราสารหนี้ของ KAsset ไปดูกัน

1 – ดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มจะกลับตัวเข้าสู่ขาลง
ในช่วงต้นปี 2022 เราจะเห็นว่า ‘อัตราดอกเบี้ย’ นั้นเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจนที่ทั้งเร็วและแรง จนกระทบกระเทือนการลงทุนไปทั่วโลก
ซึ่งก็ต้องบอกว่า “ความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ย (Interest Risk)” เช่นนี้ ถือว่าเป็นธรรมชาติของการลงทุนในตราสารหนี้นะ นั่นก็เพราะ เมื่ออัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นจะทำให้ตราสารหนี้ที่ออกมาใหม่ ให้อัตราดอกเบี้ยของตราสารชุดใหม่ที่ ‘สูงกว่า’ ซึ่งส่งผลให้มีแรงเทขายตราสารหนี้ชุดเก่าออกมา ทำให้ราคาปรับตัวลง และมีโอกาสขาดทุนได้
หรือพูดง่าย ๆ คือ “ราคาของตราสารหนี้ จะทำงานสวนทางกับอัตราดอกเบี้ย”
อัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น >> ราคาตราสารหนี้ลดลง
อัตราดอกเบี้ยลดลง >> ราคาตราสารหนี้เพิ่มขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจ คือ ณ เวลานี้ ‘อัตราเงินเฟ้อ’ ได้เข้าสู่ช่วงปลายวัฏจักรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือกล่าวคือกำลังจะ ‘ลดลง’ จึงทำให้ มีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ “ดอกเบี้ย” น่าจะมีการปรับเพิ่มได้อีก 1-2 ครั้งเท่านั้น
ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่า “ดอกเบี้ยจะกลับเข้าสู่ช่วงขาลง”
กล่าวคือ อัตราดอกเบี้ยที่จากเดิมเคยเป็นแรงกดดันตราสารหนี้ ตอนนี้กำลังจะกลับมาเป็น ‘แรงหนุน’ ให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นยังไงล่ะ

2 – ตราสารหนี้สามารถรับมือความผันผวนของตลาดในเวลานี้ได้
เพราะด้วยรูปแบบการลงทุนของตราสารหนี้ ที่จะมีการกำหนดระยะเวลาในการลงทุนอย่างชัดเจน พร้อมกับอัตราดอกเบี้ยที่เราจะได้รับอย่างแน่นอน
การลงทุนในตราสารหนี้จึงไม่เสี่ยงมากเท่ากับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ อีกทั้งยังช่วยสร้างกระแสเงินสดให้กับพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง มีแรงเทขาย โดยทั่วไปแล้วเงินก็จะไหลกลับมาที่ตราสารหนี้ด้วย ดังนั้น ทำให้ใครที่มีตราสารหนี้ไว้ในพอร์ต แล้วในภาพรวมขาดทุนจากตลาดหุ้น ก็จะมีส่วนของตราสารหนี้มาช่วยให้ได้กำไรกลับขึ้นมาด้วย

3 – ตอนนี้ราคาตราสารหนี้กำลัง “ถูก” ซึ่งทำให้ได้ผลตอบแทน (YTM) สูงขึ้น
จากตัวเลข YTM พบว่า ถ้าเราเข้าถือตราสารหนี้ในเวลานี้ซึ่งมีราคาที่ค่อนข้างถูกจะทำให้ผลตอบแทนจากการถือตราสารหนี้จนครบอายุนั้น ‘สูงกว่าค่าเฉลี่ย’ และ ‘สูงที่สุด’ ในช่วงระยะเวลา 10 ปี
ดังนั้น การเข้าลงทุนตราสารหนี้เวลานี้ จึงถือว่าเป็นจังหวะที่ค่อนข้างได้เปรียบเลยล่ะ
ที่มา : JPMorgan (Guide to Market as of June 2023)

ซึ่งส่วนตัวพี่ทุยแนะนำว่าถ้าจะลงทุนตราสารหนี้ ให้ซื้อผ่าน “กองทุนตราสารหนี้” จะดีและสะดวกมากกว่า
เพราะต้องบอกว่า สำหรับบ้านเราการจะเข้าถึงการลงทุนตราสารหนี้ได้นั้นยังมีข้อจำกัดอยู่โดยเฉพาะเรื่องของเงินเริ่มต้นและสภาพคล่อง ในขณะที่การลงทุนผ่าน “กองทุนตราสารหนี้” จะช่วยกระจายการลงทุนได้เป็นอย่างดี ความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูง เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย พร้อมยังมีผู้เชี่ยวชาญมาคอยดูแล โดยใช้เงินเริ่มต้นแค่หลักร้อย
สำหรับ “กองทุนตราสารหนี้” ที่น่าสนใจในเวลานี้ก็ต้องบอกว่าของ KAsset เขามาแรงทีเดียว
ซึ่งพี่ทุยลองหยิบมาให้ดูทั้งหมด 4 กอง โดยมีให้เลือกทั้งระยะสั้น กลาง และยาว ดังนั้น ไม่ว่าเราต้องการลงทุนแบบไหน ก็สามารถเลือกตามที่ KAsset เขาจัดมาให้ได้เลย สะดวกสุด ๆ

4 กองทุนตราสารหนี้ ที่ KAsset คัดมาให้เลือกลงทุนได้ตามชอบ
1. K-SFPLUS
กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ความผันผวนต่ำ กระจายลงทุนทั้งตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศ โดยจะเน้นเลือกลงทุนตราสารเกรด A เหมาะกับคนที่ต้องการหาที่พักเงินระยะสั้น ๆ แต่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก
ระยะเวลาการลงทุนแนะนำ: 3 เดือน – 6 เดือนขึ้นไป
2. K-PLAN1
กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง กระจายลงทุนทั้งตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศ การันตี 5 ดาวจาก Morningstar (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย.66) เหมาะกับลงทุนได้ยาวมากขึ้นอีกหน่อยเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น
ระยะเวลาการลงทุนแนะนำ: 9 เดือน – 1 ปีขึ้นไป

3. K-FIXEDPLUS
กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว กระจายลงทุนทั้งตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศ แต่จะเพิ่มความยืดหยุ่นสำหรับการลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่มากขึ้น เหมาะกับคนที่สามารถลงทุนได้ระยะปานกลางถึงยาว เน้นเสริมพอร์ตลงทุนให้แข็งแกร่ง เติบโตอย่างมั่นคง
ระยะเวลาการลงทุนแนะนำ: 1 ปีขึ้นไป
4. K-GB-A(D)
เป็น Feeder Fund ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลักต่างประเทศ J.P. Morgan Funds – Aggregate Bond Fund ที่เน้นกระจายลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลกมากกว่า 400 ตัว การันตีฝีมือด้วย 4 ดาวจาก Morningstar (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย.66) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการกระจายลงทุนตราสารหนี้ชั้นนำทั่วโลก เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
ระยะเวลาการลงทุนแนะนำ: 3 ปี – 5 ปี
ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสลงทุนในตราสารหนี้ สามารถเริ่มต้นลงทุนง่าย ๆ ได้วันนี้ แค่ 500 บาท โดยเปิด K PLUS หรือ K-My Funds แล้วก็เริ่มต้นลงทุนได้เลย >>> https://kbank.co/3DKSQcl
อ่านเพิ่ม
หมายเหตุ
- ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้ยืนยันอนาคต
- การลงทุนในตราสารหนี้มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย
- โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- สนใจลงทุนและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่กสิกรไทย
