การลงทุนใน “จีน” จังหวะนี้ ที่นักลงทุนต้องรู้!

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ขนาดเศรษฐกิจของจีน คิดเป็นสัดส่วน 17% ของเศรษฐกิจโลก จัดเป็นอันดับ 2 ของโลกเป็นรองเพียงสหรัฐฯ เท่านั้น ซึ่ง ณ ปัจจุบัน จีนกำลังพยายามก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 1 อย่างเต็มที่ ทั้งด้านการเงิน การค้า การเมือง
  • จังหวะนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้าไปเก็บ “หุ้นจีน” เพราะเหล่านักวิเคราะห์ คาดว่าจีนจะสามารถก้าวขึ้นสู่ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2573 และมีการฟื้นตัวที่โดดเด่น โดยเฉพาะแรงสนับสนุนด้านการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน และการท่องเที่ยวที่เติบโตได้อย่างโดดเด่น
  • บลจ.กรุงศรี เปิดขายกองทุนรวมที่มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของประเทศจีน ชื่อ “กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300 (KFCSI300)” ที่เป็น Feeder Funds ที่นำเงินไปลงทุนต่อใน ChinaAMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

จีนอยู่ในสายตาของนักลงทุนมาโดยตลอด ด้วยเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสอง และมีจำนวนประชากรมากติดอันดับโลก แต่ขณะที่เศรษฐกิจโลกตอนนี้อยู่ในภาวะชะลอตัว และถูกกดดันด้วยเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ย ทำไมโฟกัสการลงทุนจึงยิ่งมุ่งไปที่จีน และถือเป็นจังหวะเข้าลงทุนที่ไม่ควรพลาด ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย พี่ทุยสรุปมาให้ทั้งหมดแล้ว! ใครที่สนใจจะลงทุนในหุ้นจีน พี่ทุยแนะนำการลงทุนที่อ้างอิงไปกับดัชนีหุ้นจีน A-Shares คือ CSI300 Index กับ “กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300” หรือ KFCSI300 เปิดเสนอขายตั้งแต่ วันนี้ – 26 มิถุนายน 2566 นี้

ลงทุนจีน

ก่อนที่เราจะลงทุนหุ้นอะไรก็ตาม เรื่องแรกที่เราต้องดูให้ดีและยืนยันให้มั่นใจทุกครั้งก็คือ หุ้นที่เราซื้อ อุตสาหกรรมที่จะลงทุน หรือประเทศที่เราจะกระจายการลงทุนไปมีแนวโน้มการเติบโตได้ดีในระยะยาว เพราะถ้าเราเลือกได้ถูกที่ถูกทางโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีจะมากกว่าการขาดทุน พี่ทุยชอบคำที่ว่าแม้เราจะเป็นนักลงทุนธรรมดา ๆ แต่ถ้าอยู่ท่ามกลางพายุด้วยความแรงของลมพายุก็พาเราบินไปไกลได้เหมือนกัน

วันนี้พี่ทุยจะพาไปส่องกันว่าทำไมพายุที่ชื่อว่า “ประเทศจีน” ถึงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นักลงทุนธรรมดาแบบเรา ๆ น่าจะเข้าไปลงทุนเพื่อให้บินได้สูง ๆ

จีน เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

ก่อนอื่นเลยพี่ทุยอยากจะพาทุกคนไปรู้จักประเทศจีนกันให้มากขึ้นก่อน รู้กันหรือไม่ว่า…

จีน เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

ขนาดเศรษฐกิจหรือ GDP ของประเทศจีน คิดเป็นสัดส่วน 17% ของเศรษฐกิจโลก

จัดเป็นอันดับ 2 ของโลกเป็นรองเพียงอเมริกาเพียงเท่านั้น ซึ่ง ณ ปัจจุบันตอนนี้พี่ทุยเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้ว่าจีนกำลังพยายามก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 1 อย่างเต็มที่ ทั้งด้านการเงิน การค้า การเมืองก็ว่าได้ คาดว่าจีนจะสามารถก้าวขึ้นสู่ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2573 

จีน เป็นประเทศผู้บริโภคหลักของโลก

ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่า 1,400 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 5 ของโลก ทำให้เป็นตลาดผู้บริโภคที่มีการเติบโตเร็วที่สุด ซึ่งปัจจุบันการเติบโตของเศรษฐกิจจีนคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของการเติบโตเศรษฐกิจโลก

จีน เป็นประเทศที่มีเงินลงทุนทางตรงสูงสุดเป็นอันดับ 1 เป็นเวลา 29 ปีต่อเนื่อง

นับเฉพาะเม็ดเงินลงทุนทางตรงในจีนเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.1% สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งแน่นอนว่าเม็ดเงินไหลเข้ามาก็มาจากเข้ามาตั้งฐานการผลิตที่จีนเป็นหลักด้วย ทำให้ตอนนี้ จีนเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้นำเข้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยส่วนแบ่งตลาดของจีนด้านการนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 3.8% เป็น 11.5% และการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 4.3% เป็น 14.7%

ทำไมจังหวะนี้ เป็นโอกาสที่ดีของหุ้นจีน

ทำไมจังหวะนี้ เป็นโอกาสที่ดีของหุ้นจีน

แล้วทำไมจังหวะนี้ ต้องซื้อตอนนี้เดี๋ยวนี้ ถึงเป็นโอกาสที่ดี ที่จะเข้าไปเก็บ “หุ้นจีน” ประเด็นแรกก่อนเลยก็คือ เหล่านักวิเคราะห์ชั้นนำได้มีการคาดการณ์ว่าจีนจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นของโลก เนื่องจากมีการฟื้นตัวที่โดดเด่น โดยเฉพาะแรงสนับสนุนด้านการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน และการท่องเที่ยว

ปัจจุบันค่า P/E ของตลาดหุ้นจีนอย่าง CSI 300 Index อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี

ประเด็นที่สองที่ทำให้ตลาดหุ้นจีนน่าสนใจก็คือ เรื่องของระดับราคาที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างถูก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเราจะสามารถดูค่าความถูกแพงของตลาดหุ้นได้จาก P/E ซึ่ง ณ ปัจจุบันค่า P/E ของตลาดหุ้นจีนอย่าง CSI 300 Index อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี เลยก็ว่าได้

MSCI Emerging Market index

และประเด็นสุดท้ายคือ ตลาดหุ้นจีนได้ประโยชน์จากการเข้าคำนวณในดัชนีหลัก MSCI Emerging Market index ซึ่งแปลว่าในอนาคตตลาดหุ้นจีนเองจะมีเม็ดเงินจากนักลงทุนทั่วโลกเข้ามาเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

รวมถึงนโบายภาครัฐที่เป็นไปในทิศทางผ่อนคลาย ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ยิ่งทำให้จีนน่าสนใจสำหรับนักลงทุน ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนและจะสะท้อนเข้ามายังราคาของหุ้นจีนในที่สุด

กองทุนที่มีโอกาสเติบโตพร้อมกับจีน กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300

กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300

สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางกระจายการลงทุนไปยังประเทศจีน แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะลงทุนอะไรดี พี่ทุยแนะนำ “กองทุนรวม” ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ง่ายและดีสำหรับนักลงทุนเลย 

อย่างล่าสุดทาง บลจ.กรุงศรี เปิดขายกองทุนรวมที่มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของประเทศจีน ชื่อ “กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300 (KFCSI300)” ที่เป็น Feeder Funds ที่นำเงินไปลงทุนต่อใน ChinaAMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

กองทุนนี้ทำให้เราเข้าถึงหุ้นจีน A-Shares ชั้นนำ 300 บริษัทของจีนมีที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุด ซึ่งอ้างอิงจากดัชนี CSI 300 Index  โดยมีเป้าหมายผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนี CSI 300 Index 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

ChinaAMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก)

ChinaAMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก)

ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุน ETF ที่เน้นลงทุน ในหุ้นจีน A-Shares ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

โดยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของ A-Shares ETF ทั้งหมดที่จดทะเบียนนอกประเทศจีน และใหญ่เป็นอันดับ 2 ในฮ่องกง

การลงทุนในดัชนี CSI 300 Index คือการลงทุนหุ้นจีนขนาดใหญ่ 300 ตัวแรกในตลาดที่อ้างอิงกับ CSI 300 Index มีสภาพคล่องสูงและทำให้มั่นใจได้ว่าเงินเราลงทุนจะไปอยู่กับบริษัทที่ใหญ่ มีการกระจายการลงทุนในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย

ซึ่งดัชนี CSI 300 Index สามารถเป็นตัวแทนของตลาดจีน A-Shares ได้อย่างครอบคลุม

และการลงทุนผ่านกองทุนหลักที่เป็น ETF ที่มีสภาพคล่องสูงและมีค่าธรรมเนียมที่ไม่สูงจนเกินไป ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีได้ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยหลัก ๆ ของการลงทุนเชิงรับ (Passive) เลยก็ว่าได้ ทำให้ ChinaAMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก) มีค่า Tracking Error ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกองประเภทเดียวกัน

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300

โดยสรุปแล้ว “กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI300 (KFCSI300)” 

ลงทุนในหนึ่งในกองทุน A-Shares ETF ที่ลงทุนในดัชนีหุ้นจีน A-Shares ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

โดยมีจุดเด่นสำคัญก็คือเข้าถึงหุ้นชั้นนำ 300 บริษัทของจีนที่อ้างอิงดัชนี CSI 300 Index กองทุนมีสภาพคล่องสูง และยังมีค่าธรรมเนียมในการบริหารที่ต่ำเนื่องจากเป็นการบริการแบบเชิงรับ (Passive Investment) 

สำหรับใครที่สนใจ “กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300 (KFCSI300)” ทาง บลจ.กรุงศรี เปิดเสนอขายตั้งแต่วันนี้ – 26 มิถุนายน 2566

กองทุน KFCSI300 มีสองชนิดหน่วยลงทุน

  • กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300-สะสมมูลค่า (KFCSI300-A) ลงทุนขั้นต่ำ 500 บาท
  • กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้ CSI 300-ผู้ลงทุนสถาบัน (KFCSI300-I) ไม่กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ

กองทุน KFCSI300 มีระดับความเสี่ยง 6: เสี่ยงสูง

ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน 

ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://bit.ly/3Nyytoo
หรือโทร 02 657 5757 ได้เลย

ใครที่สนใจซื้อกองทุนก็สามารถเปิดบัญชีและซื้อกองทุนได้ผ่าน @ccess Mobile App หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ บลจ.กรุงศรี และธนาคารกรุงศรีทุกสาขา

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน| กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial