ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 เป็นต้นมา แนวโน้มอย่างหนึ่งที่ชัดเจนมาก ๆ ว่ามาแน่ ๆ ก็คือ “เงินเฟ้อ” ที่สูง ทำให้เหล่าธนาคารกลางจะต้องใช้นโยบายการเงินแบบหดตัว ซึ่งเครื่องมือหนึ่งที่นำมาใช้งานก็คือการ “ขึ้นดอกเบี้ย” สำหรับใครที่รับความเสี่ยงสูงระดับหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ไม่ไหว แต่ก็ยังอยากได้ผลตอบที่ดีกว่าการฝากเงินกับธนาคาร พี่ทุยมีอีกหนึ่งทางเลือก ก็คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Inverse Floater THOR Complex Return 2YA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SCBTHOR2YA) ความเสี่ยง 4 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ
สำหรับ SCBTHOR2YA ถือเป็นกองทุนชนิดซับซ้อน (Complex Fund) ที่มีการใช้ตราสารอนุพันธ์เข้ามาเพื่อช่วยสร้างโอกาสและช่วยลดความเสี่ยง
SCBTHOR2YA คืออะไร ? เอาเงินไปลงทุนอะไร ? มีโอกาสและความเสี่ยงอะไรที่นักลงทุนต้องสนใจ แล้วใครที่เหมาะกับกองทุนนี้ พี่ทุยสรุปมาให้เรียบร้อยแล้ว!
ปี 2022 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีกปีที่ตลาดมีความผันผวนสูงกว่าปกติ
เพราะทั้งจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงก่อนหน้า เพื่อทำให้เศรษฐกิจรอดจากสถานการณ์โควิด พร้อมทั้งมีปัญหาความขัดแย้งเรื่องสงคราม ทำให้เกิดเงินเฟ้อสูงทั่วโลก
ซึ่งเมื่อเงินเฟ้อสูง แน่นอนว่าเหล่าธนาคารกลางจำเป็นต้องใช้ยาแรงในการเข้าควบคุมสถานการณ์ และหนึ่งในเครื่องมือที่ถูกนำขึ้นมาใช้งานก็คือ “ขึ้นดอกเบี้ย” แล้วการขึ้นดอกเบี้ยไม่เป็นผลดีต่อตลาดการลงทุน ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ราคาปรับตัวลงกันอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำอย่าง “ตราสารหนี้” เองก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
โดยทั่วไปแล้วตราสารหนี้มักจะเป็นหลุมหลบภัยเวลาที่อยากลดความเสี่ยง ลดความผันผวน แต่การขึ้นดอกเบี้ยที่แรงและถี่ทำให้ตราสารหนี้เองก็ได้รับแรงกดดันเช่นกัน
วันนี้พี่ทุยเลยจะมาแนะนำอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสำหรับใครที่รับความเสี่ยงสูงระดับหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ไม่ไหว แต่ก็ยังอยากได้ผลตอบที่ดีกว่าการฝากเงินกับธนาคาร นั่นก็คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Inverse Floater THOR Complex Return 2YA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SCBTHOR2YA)
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Inverse Floater THOR Complex Return 2YA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SCBTHOR2YA) เป็นกองทุนระดับความเสี่ยง 4 ชนิด Complex Fund ที่มีความซับซ้อนกว่ากองทุนรวมทั่วไป
เนื่องจากมีเงินการนำเงินลงทุนบางส่วนไปลงทุนในตราสารอนุพันธ์อย่าง IRS ด้วย รวมถึงเป็นกองทุนที่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ก่อนอายุ 2 ปี เรียกได้ว่าเงินจะโดนล็อคไว้ยาว ๆ 2 ปีเลย ดังนั้น พี่ทุยบอกก่อนเลยว่าสำหรับใครที่สนใจ SCBTHOR2YA ต้องศึกษาข้อมูลในละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน
SCBTHOR2YA จะแบ่งเงินลงทุนเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรก
จะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝาก ซึ่งข้อดีก็คือตราสารหนี้จะได้รับเงินต้นเต็มจำนวนหลังครบอายุการลงทุน ซึ่งช่วยความเสี่ยงเรื่องการขาดทุนเงินต้นได้ แต่กองทุนยังคงมีความเสี่ยงผิดชำระหนี้ (default risk) ที่เกิดขึ้นจากการผิดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร/เงินฝาก ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนได้ จากการประมาณการคาดว่าผลตอบแทนจากส่วนแรกจะได้ประมาณ 1.6% ต่อปี
ส่วนที่สอง
จะนำเงินไปลงทุนใน SWAP อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย THOR ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ลงทุนได้รับเงินผลตอบแทน “ทุก 3 เดือน” เพิ่มเติม โดยผลตอบแทนคาดการณ์ในส่วนที่สองจะได้เท่ากับ 3.50%** – (2xTHOR) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและอัตราดอกเบี้ยในอนาคตด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าอัตราผลตอบแทนในส่วนที่สอง ยิ่ง THOR ต่ำยิ่งได้ผลตอบแทนมากขึ้น ถ้าหากดอกเบี้ยในระยะสั้นจะทรงตัวไม่ได้ปรับขึ้นแล้วแบบก้าวกระโดดก็จะยิ่งให้ผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น
จากการคาดการณ์ผลตอบแทนรวม 2 ส่วนที่นักลงทุนน่าจะได้รับจะเท่ากับ 5.10%** – (2xTHOR) ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและอัตราดอกเบี้ยในอนาคตด้วย
เงื่อนไข
*พอร์ตการลงทุนที่แสดงเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น พอร์ตลงทุนจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนในช่วงเวลา 2 ปีได้ ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าวผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
– บริษัทจัดการจะใช้ดุลพินิจในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ต่อเมื่อเป็นการดำเนินการภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็นและสมควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
– หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้
– ราคาของสัญญาออปชั่นขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างคู่สัญญา กองทุนยังคงมีความเสี่ยงผิดชำระหนี้ (default risk) ที่เกิดขึ้นจากการผิดชำระหนี้ของผู้ออกสัญญา/คู่สัญญา ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่นได้
THOR คืออะไร
อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง Thai Overnight Repurchase Rate (THOR) ก็คือ อัตราดอกเบี้ยของธุรกรรมระยะข้ามคืนในตลาดซื้อคืนพันธบัตรภาคเอกชนระหว่างธนาคาร
ถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่แทบจะไร้ความเสี่ยง ทำให้มีค่าใกล้เคียงกับ ดอกเบี้ยนโยบายมาก ๆ เพราะเป็นการกู้ระยะธนาคาร แถมยังเป็นการกู้แค่ 1 คืนเท่านั้น
ที่มา: https://www.bot.or.th/Thai/FinancialMarkets/Documents/THOR_userguide.pdf
SCBTHOR2YA เหมาะกับใคร
ซึ่งจากเงื่อนไขในการลงทุนของ SCBTHOR2YA จะเหมาะกับนักลงทุนที่อยากได้ผลตอบแทนที่มากกว่าการแค่ทิ้งเงินฝากไว้ในธนาคาร แต่ถ้าจะให้ลงตราสารหนี้หรือกองทุนตราสารหนี้ทั่ว ๆ ไปก็รู้สึกกลัวว่าจะขาดทุนจากความผันผวนของดอกเบี้ยในอนาคต และเป็นส่วนของเงินลงทุนที่ถือได้ระยะเวลา 2 ปี
นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่มีมุมมองเรื่องแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัว หรือถ้าขึ้นก็ไม่ได้ขึ้นแรงเหมือนกับใครอดีตที่ผ่านมา ซึ่งถ้าออกมาตามที่คาดจะยิ่งช่วยทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดี แล้วในทางกลับกันถ้าเกิดเงินเฟ้อคุมอยู่แล้วดอกเบี้ยเกิดปรับลดลงมาแทนก็จะยิ่งให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นด้วย
พี่ทุยลองคำนวณตัวอย่างผลตอบแทนของการลงทุน 1,000,000 บาท กับ SCBTHOR2YA โดยหลักการคำนวณผลตอบแทนของกองทุน จะคำนวณจาก 5.10% – (2xTHOR) ซึ่งจะได้เห็นว่าทั้งหมด 3 กรณีหลักตามระดับของ THOR
กรณีที่ 1 ดอกเบี้ยอ้างอิงทยอยปรับขึ้นไปสู่จุดสูงสุดที่1.75%ในปี 2566 และมีแนวโน้มปรับลดลงเล็กน้อยไปที่ระดับ 1.5% ในช่วงกลางปี 2567
วิธีการคำนวณผลตอบแทนก็สามารถใส่ตามสมการได้เลยในกรณีนี้สมมติให้ THOR อยู่ที่ 1.25% มีการปรับขึ้นเล็กน้อยแบบช้า ๆ ผลตอบแทนที่จะได้รับจะเท่ากับ 5.1% – (2×1.25%) x 94/365 x1,000,000 = 6,695.89 บาท และในงวดอื่น ๆ สามารถดูตามตารางในรูปจะเห็นได้ว่าผลตอบแทนโดยรวมจะออกมาเท่ากับ 2.02% เฉลี่ยต่อปี
กรณีที่ 2 ดอกเบี้ยอ้างอิงทยอยปรับขึ้นสู่ 2% ณ สิ้นปี 2566 และปรับขึ้นอีกหนึ่งครั้งในปี 2567อยู่ที่ 2.25% ณ สิ้นปี
ผลตอบแทนโดยรวมจะออกมาเท่ากับ 1.24% เฉลี่ยต่อปี และกรณีที่ 3 ดอกเบี้ยอ้างอิงปรับขึ้นไตรมาสละ 0.25% ตลอดอายุโครงการ ผลตอบแทนโดยรวมจะออกมาเท่ากับ 1.05% เฉลี่ยต่อปี
เงื่อนไข
– ราคาของสัญญาออปชั่นขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างคู่สัญญา กองทุนยังคงมีความเสี่ยงผิดชำระหนี้ (default risk) ที่เกิดขึ้นจากการผิดชำระหนี้ของผู้ออกสัญญา/คู่สัญญา ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่นได้
– เป็นเพียงตัวเลขประมาณการ เพื่อใช้ประกอบเป็นตัวอย่างในการคำนวณเท่านั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
– ศึกษารายละเอียดการคำนวณผลตอบแทนกองทุนเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนบน website ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม www.scbam.com
สำหรับใครที่สนใจลงทุนกับ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Inverse Floater THOR Complex Return 2YA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
พี่ทุยย้ำอีกครั้งก่อนว่ากองทุนนี้เป็น Complex Fund ที่มีการใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อหาโอกาสและลดความผันผวนทำให้มีความเสี่ยงมากกว่าและอาศัยความเข้าใจมากกว่ากองทุนรวมทั่วไป ถึงแม้จะเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพสูงก็ตามก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องผิดนัดชำระ (Default Risk) อาจจะทำให้เสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งจำนวนได้ และต้องถือกองทุนเป็นเวลา 2 ปี
สามารถจอง IPO ได้ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. 2565 ถึง 28 พ.ย. 2565 เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท สามารถจองซื้อออนไลน์ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป SCB Easy App
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.scbam.com โทร SCB Call Center 02-777-7777
หรือจะเดินเข้าไปที่หน้าสาขาของธนาคารไทยพาณิชย์ได้ทุกสาขา คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://link.scb/3EwBBNu
ที่มา : ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และ เอกสารนำเสนอข้อมูลกองทุน จาก SCBAM ณ วันที่ 16 พ.ย. 65
เงื่อนไข
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Inverse Floater Complex THOR Return 2YA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SCBTHOR2YA) ความเสี่ยง 4 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ
– การลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งมีปัจจัยอ้างอิง มีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง จึงอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ (ในกรณีที่เป็นกองทุนรวมที่มีปัจจัยอ้างอิง (underlying asset) และกำหนดเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนโดยอ้างอิงกับปัจจัยอ้างอิงดังกล่าว)
– กองทุนยังคงมีความเสี่ยงผิดชำระหนี้ (default risk) ที่เกิดขึ้นจากการผิดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร/เงินฝาก ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนได้
– ผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนในช่วงเวลา 2 ปีได้ ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าวผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
– การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน