เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession) จะเลือกลงทุน SSF/RMF ยังไงดี ? by LHFund

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession) จะเลือกลงทุน SSF/RMF ยังไงดี ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • พอสงครามเริ่มเลยทำให้ ราคาสินค้าและพลังงานพุ่งสูงขึ้นจนทำให้เกิดปัญหา “เงินเฟ้อ” ไปทั่วโลกจนเป็นที่มาทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องเร่ง “ขึ้นดอกเบี้ย” และการดึงเงินออกจากระบบผ่าน Quantitative Tightening (QT) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
  • การใช้นโยบายสกัดเงินเฟ้อที่ถือว่าเป็นว่ายาแรงขนาดนี้ ทำให้ ณ ปัจจุบันเรากำลังจะเจอปัญหาที่เรียกว่า “เศรษฐกิจถดถอย (Recession)” ทั่วโลก
  • “กองทุนเปิด LHSTRATEGY-ASSF และ กองทุนเปิด LHSTRATEGY-DSSF” จะเป็นกองทุนหุ้นไทย ที่ใช้กลยุทธ์  Low BETA & Low Volatility ซึ่งมี Risk adjusted return ในการลงทุนที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม เหมาะกับช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน หรือตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งอาจจะมีการคัดเลือกหุ้นกลุ่ม  Growth ที่มีอัตราเติบโตสูง ในอัตราที่ไม่เกิน 20% ของมูลค่ากองทุน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ในปี 2023 นักวิเคราะห์หลากหลายสำนักทั้งไทยและต่างประเทศ ต่างลงความเห็นว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะต้องเจอกับ Recession แต่จะเจอเบาหรือหนัก นั่นก็ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าพลังงาน และอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นหลัก มาร่วมเปิดโพยแนะนำ SSF/RMF จาก LHFUND ที่ลงทุนหุ้นไทยว่ามีกองไหนที่น่าสนใจบ้าง ? ไปพร้อมกันกับพี่ทุยได้เล้ยยย!

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession) จะเลือกลงทุน SSF/RMF ยังไงดี ?

ใน 2022 นี้ ถือว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่ค่อนข้างท้าทาย ภาพรวมตลาดการลงทุนถือว่าค่อนข้างยากลำบากเลยทีเดียว ซึ่งเราจะได้เห็นความผันผวนในตลาดปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเหตุการณ์ที่ไม่ได้เห็นกันบ่อย ๆ เกิดขึ้นในปีนี้พร้อม ๆ กันหลายอย่าง

ได้เห็นน้ำมันหรือถ่านหิน ธุรกิจที่หลาย ๆ คนเคยคิดว่ามันเป็นขาลงไปแล้ว จาก demand ที่หดตัว ซึ่งถูกกดดันจากทั้งเรื่อง ESG และ EV กลายมาเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในปีนี้

ได้เห็นการที่ราคาของสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอย่างพันธบัตรรัฐบาล ปรับตัวลดลงแรง แรงใกล้เคียงกับตลาดหุ้น 

ได้เห็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Nasdaq) ที่เคยให้ผลตอบแทนในระดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นในช่วงสิบปีที่ผ่านมา กลับกลายมาปรับตัวลงแรงในปีนี้

หรือล่าสุดที่เราก็ได้เห็น หุ้นที่เป็นขวัญใจมหาชนอย่างเวียดนาม กลายเป็นหุ้นที่ปรับตัวลงแรงที่สุดในช่วงเดือนที่ผ่านมา

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession) จะเลือกลงทุน SSF/RMF ยังไงดี ?

จุดเริ่มต้นของสถานการณ์ที่ลำบากไปทั่วโลกแบบนี้จริง ๆ ต้องบอกว่าตัวจุดฉนวนก็คือ “สงคราม” ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจริง ๆ ช่วงปลายปี 2021 นักวิเคราะห์หลากหลายสำนักทั้งไทยและต่างประเทศ ก็ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตลาดน่าจะเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องได้ โดยตลาดหุ้นไทยที่มีการท่องเที่ยวแบกอยู่ พอเริ่มเปิดประเทศจริงจัง นักลงทุนเริ่มไหลเข้ามา ทุกอย่างต้องกลับมาดีแน่นอน 

แต่พอสงครามเริ่มเลยทำให้ ราคาสินค้าและพลังงานพุ่งสูงขึ้นจนทำให้เกิดปัญหา “เงินเฟ้อ” ไปทั่วโลกจนเป็นที่มาทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องเร่ง “ขึ้นดอกเบี้ย” และการดึงเงินออกจากระบบผ่าน Quantitative Tightening (QT) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งการใช้นโยบายสกัดเงินเฟ้อที่ถือว่าเป็นว่ายาแรงขนาดนี้ ทำให้ ณ ปัจจุบันเรากำลังจะเจอปัญหาที่เรียกว่า “เศรษฐกิจถดถอย (Recession)” ทั่วโลก

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession) จะเลือกลงทุน SSF/RMF ยังไงดี ? by LHFund

ซึ่งถ้าหากเรามองแล้วว่าให้อนาคตยังไง Recession ก็น่าจะมาแน่ ๆ 

พี่ทุยเลยอยากพาย้อนกลับไปดู Recession ที่เกิดทั่วโลกในอดีตรอบ 50 ปี เราจะเห็นว่าเกิดมาแล้วทั้งหมด 6 ครั้ง จะเห็นได้ว่า 3 ใน 6 ครั้ง สาเหตุมาจากเรื่องของพลังงานหรือราคาน้ำมัน ซึ่งก็อาจจะคาดการณ์ได้ว่า Recession ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้เหตุอาจจะมาจากน้ำมันอีกครั้งเช่นกัน

แต่มีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจก็คือถ้าหากเรากลับมามองที่ “ประเทศไทย” เราเอง ประเทศไทยเราแทบจะไม่เคยเจอ Recession ที่เกิดจากน้ำมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถ้าหากย้อนไปช่วง 30 ปีที่ผ่านมาไทยเราเจอ Recession รวมทั้งหมด 4 ครั้ง

1. Asian Financial Crisis
2. Subprime Crisis
3. น้ำท่วมปี 54
4. COVID-19

ซึ่งจากข้อมูลในอดีตก็พอเห็นได้ว่าถึงแม้โลกจะเกิด Recession แต่ก็ไม่ใช่ทุกประเทศ ทุกพื้นที่เศรษฐกิจจะเกิดตาม ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับระบบ และ โครงสร้างเศรษฐกิจของแต่ละประเทศด้วย

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession) จะเลือกลงทุน SSF/RMF ยังไงดี ?

ทีนี้พอกลับมาดูที่ปัจจัยเฉพาะของประเทศไทยเราเอง ก็พอดูมีลุ้นว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะกลับมายืนระยะได้ดีกว่ามากกว่าเศรษฐกิจโลกในช่วงปีหน้าอยู่เหมือนกัน

1. โครงสร้างตลาดหุ้นไทย

ประเทศไทยเรามีบริษัทขนาดใหญ่ หรือหุ้นกลุ่ม Value Stock เป็นหลัก เพราะถ้าไปดูกำไรของ 50 บริษัทแรกคิดเป็นกำไรของ 75% ของทั้งตลาดเลย แล้วหุ้นที่มีรายได้แบกตลาดเลยก็คือธนาคาร พลังงานและ Retail ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์จากการฟื้นของตัวเศรษฐกิจ และราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นด้วย

2 ได้แรงหนุนจากท่องเที่ยว

ประเทศไทยถือว่ามี “ท่องเที่ยว” แบกมาเกือบตลอดตอนช่วงโควิด-19 ระบาดแล้วมีการปิดเมืองเรียกว่าไทยเราตกที่นั่งลำบากเลย ซึ่งพอทุกอย่างเริ่มกลับมาเหมือนเดิม เปิดประเทศกันมากขึ้น เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้าออก ก็จะเป็นแรงหนุนที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเราได้เปรียบ

3. กำลังฟื้นตัว และถูกในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ

หากดูเรื่องการฟื้นตัวจากโควิด-19 ต้องบอกว่าไทยเราอยู่อันดับต้น ๆ เลยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยทาง IMF คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเป็น 1 ใน 3 ประเทศ ที่ GDP ยังคงเติบโตในอัตราที่สูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในปี 2023

และถ้าเปรียบเทียบเรื่องเงินที่นักลงทุนต่างชาติขายไปตั้งแต่ช่วงโควิดระบาด เงินยังกลับเข้ามาแค่ครึ่งเดียวของเงินที่ออกไป โดยค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตลาดหุ้นไทยดูค่อนข้างถูก และน่าสนใจมากขึ้นไปอีกในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ

4. เลือกตั้งใหญ่ในปีหน้า

ในช่วงเลือกตั้งเรามักจะเห็นตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเพื่อรับข่าวนโยบายต่าง ๆ รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐเพื่อรักษาฐานเสียงเพื่อดึงคะแนนในช่วงเลือกตั้งใหม่ด้วย

เปิดโพย SSF/RMF จาก LHFUND

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession) จะเลือกลงทุน SSF/RMF ยังไงดี ?

สำหรับใครที่กำลังมองหา SSF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี หรือกำลังจัดพอร์ตเพื่อสับเปลี่ยนกองทุนจาก SSF/RMF เดิมอยู่ 

ในช่วงระยะเวลา 1-2 ปี ประเทศไทยเราเองดูจะมีความได้เปรียบมากกว่าตลาดโลก แต่แน่นอนว่าก็จะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนทั่วโลกอย่างแน่นอน ซึ่งทาง LHFUND มีแนะนำให้ลงทุนในช่วงนี้ 2 กองทุน

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession)

กองทุนแรกคือ “กองทุนเปิด LHSTRATEGY-ASSF และ กองทุนเปิด LHSTRATEGY-DSSF” 

จะเป็นกองทุนหุ้นไทย ที่ใช้กลยุทธ์  Low BETA & Low Volatility ซึ่งมี Risk adjusted return ในการลงทุนที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม เหมาะกับช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน หรือตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งอาจจะมีการคัดเลือกหุ้นกลุ่ม  Growth ที่มีอัตราเติบโตสูง ในอัตราที่ไม่เกิน 20% ของมูลค่ากองทุน

หุ้น Low BETA & Low Volatility คือ หุ้นที่มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดในภาพรวม ก็คือหุ้นที่กำไรเติบโตได้ต่อเนื่องได้ทุกสภาวะเศรษฐกิจ เช่น  Healthcare, Utilities หรือ กลุ่ม Defensive อื่นๆ และมีอัตราการจ่ายปันผลที่ดี หรือมีประวัติการซื้อหุ้นคืน ซึ่งบ่งบอกถึงว่าบริษัทมีกระแสเงินสดที่ดี เป็นตัวช่วยหนุนราคาหุ้นในช่วงตลาดซบเซาได้ดี

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession)

ซึ่งถ้าหากดูผลตอบแทนย้อนหลังเราจะเห็นได้ LHSTRATEGY สามารถทำผลตอบแทนชนะตลาด (SET Index) มาได้อย่างต่อเนื่องทุกช่วงระยะเวลา แม้ในช่วงโควิด-19 ก็ลงน้อยกว่าตลาดและกลับมาได้เร็วมากกว่าตลาดพร้อมทำผลตอบแทนเหนือตลาดได้ดีในช่วงดังกล่าวด้วย แล้วถ้าไปดูกองทุนหุ้นไทยที่ลงทุนในกลุ่ม Low BETA จะเห็นได้ว่า LHSTRATEGY ผลตอบแทนอยู่ในระดับท็อป ๆ เลย

โดย LHSTRATEGY มี SSF ให้เลือกลงทุนทั้งหมด 2 ประเภท 

สามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการได้เลย

1. ชนิดสะสมมูลค่า (LHSTRATEGY-ASSF)

2. ชนิดจ่ายเงินปันผล (LHSTRATEGY-DSSF)

ถ้าหากใครยังคงมองว่าตลาดอาจจะยังคงผันผวนอยู่ในระยะสั้นๆ แต่ใจนึงก็รู้ว่าเป็นโอกาสในการลงทุนที่นานๆทีจะมีครั้ง กองทุนนี้ที่เน้นการบริหารแบบ Active Low Beta ถือว่าน่าสนใจ เพราะถ้าตลาดยังคงผันผวนอยู่ กองทุนนี้ก็ปรับตัวลงน้อยกว่าตลาด แต่ในทางกลับกันก็ช่วยการันตีว่าเราจะไม่พลาดโอกาสการลงทุน หรือ ตกรถในช่วงตลาดกลับตัวรอบนี้ด้วย แล้วดอกเบี้ยก็น่าจะยังอยู่ในระดับสูง ๆ หุ้น Low BETA & Low Volatility ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession)

หรือถ้าใครรู้สึกว่าการลงทุนหุ้นอย่างเดียวเลยอาจจะเสี่ยงสักหน่อยในช่วงนี้ ก็สามารถเลือกลงทุน กองทุนเปิด แอล เอช เฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (LHFLRMF) ได้ ที่จะนโยบายการลงทุนแบบยืดหยุ่นระหว่าง “ตราสารหนี้’ และ “หุ้น” ในประเทศไทย มีความอิสระในการปรับพอร์ตการลงทุน ซึ่งจะมีการปรับพอร์ตแบบ Active เพื่อให้ได้สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม

ซึ่งส่วนของหุ้นก็จะเน้นลงทุนในกลุ่ม Value Stock และ Growth Stock ที่คาดว่าผลการดำเนินงานจะยังคงสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องแข็งแกร่งในระยะยาวซึ่งเหมาะกับการลงทุนเพื่อใช้ในยามเกษียณอายุระยะยาวที่สอดคล้องกับการลงทุน RMF

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession)

สัดส่วนพอร์ต ณ ปัจจุบัน มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน และค้าปลีก ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ากองทุนสามารถเอาชนะดัชนีชี้วัดมาได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่จัดตั้งกองทุน ถือว่าเป็นกองทุนผสมอีกหนึ่งกองที่ผลการดำเนินงานน่าสนใจใช้ได้เลย

เมื่อเศรษฐกิจกำลังถดถอย (Recession)

สำหรับใครสนใจลงทุนทั้ง  LHSTRATEGY-ASSF, LHSTRATEGY-DSSF และ  LHFLRMF 

สามารถไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lhfund.co.th หรือโทร 02 286 3484 ได้เลย

แต่ยังไง พี่ทุยขอแนะนำว่าควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งนะครับ!

คำเตือน

ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีต/ ผลการเปรียบเทียบ ผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile