ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่การลงทุน “คริปโทเคอเรนซี (Cryptocurrency)” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลตอบแทนที่ดึงดูดแบบสุด ๆ ส่วนตัวพี่ทุยคิดว่าการลงทุนในคริปโทฯ เป็นการลงทุนที่มีความเฉพาะตัวค่อนข้างสูง ยังไม่มีมาตราฐานเหมือนกับการลงทุนอื่น ๆ อาจจะเพราะว่า ยังเป็นตลาดที่ใหม่มาก ยังไม่มีผู้เข้ามากำกับดูแลอย่างชัดเจน ซึ่งการที่ไม่มีผู้กำกับดูแลก็เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียไปในตัว ที่ถือว่าเป็นเสน่ห์ที่ทำให้โลกของคริปโทน่าสนใจ
เรื่องข้อดีพี่ทุยเชื่อว่าเราน่าจะรู้กันอยู่แล้ว แต่หลาย ๆ คนเข้ามาในตลาด Cryptocurrency โดยที่ยังไม่รู้ถึงข้อเสียคือ ข้อจำกัด ของการลงทุนในคริปโทอย่างชัดเจนซึ่งอาจจะเป็นที่มาที่อาจจะทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งก้อนได้เลย สำหรับใครที่เป็นมือใหม่เพิ่งเข้ามาลงทุน พี่ทุยอยากให้พุ่งความสนใจไปที่การป้องกันความเสี่ยง ที่เราจะไม่ถูกโกงก่อนน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
การถูกโกงที่พี่ทุยกำลังจะพูดถึงนี้ไม่นับความเสี่ยงเรื่องความ “ผันผวนของราคา” ที่เป็นความเสี่ยงเฉพาะที่อาจจะเกิดขึ้นของแต่ละเหรียญ แต่จะเน้นไปที่การถูกโกงเป็นหลักเลย การโกงจะเกินได้ 2 กรณีหลักก็คือ
ถูกโกงจากเจตนาของผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Cryptocurrency
สิ่งหนึ่งที่ทำให้การลงทุนในโลกของคริปโทน่าสนใจอย่างมากก็คือการที่เราสามารถนำเหรียญต่าง ๆ ไปทำสิ่งทีเรียกว่า “Yield Farming” ได้ ถ้าให้เทียบง่าย ๆ ก็เหมือนกับการที่เรานำเหรียญไปฝากไปกับแพลตฟอร์ม แล้วแพลตฟอร์มก็จะทำเหรียญที่เราไปฝากไปทำประโยชน์อื่น ๆ แล้วก็จะจัดสรรปันส่วนกลับมาให้กับเราที่เป็นคนฝากเหรียญเข้าไป
แต่ด้วยความที่ไม่มีผู้กำกับดูแลคือใครจะอยากเปิดอะไร ทำอะไร ให้ผลตอบแทนเท่าไหร่ยังไงก็สามารถทำได้เลย ดังนั้นการตรวจสอบดูแพลตฟอร์มนั้นว่าน่าไว้ใจ ไม่โกง ไม่ชิงเงินเราหนีไป ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก พี่ทุยบอกก่อนว่าวิธีตรวจสอบแพลตฟอร์มทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์จากพี่ทุยเอง ที่ใช้ในการคัดเลือกแพลตฟอร์มก่อนจะเลือกลงทุนสักที่หนึ่ง
1. อายุของแพลตฟอร์ม
สิ่งที่แรกที่พี่ทุยจะดูเลยก็คือ แพลตฟอร์มนี้เปิดตัวมานานขนาดไหนแล้ว มีประวัติเป็นอย่างไร มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจ เคยเป็นข่าวอะไรบ้าง อย่างเช่นเคยโดน Hack แล้วก็รอดมายังไง เหรียญที่ฝากปลอดภัยมั้ยอย่างไร ยิ่งเปิดมานานแล้วก็ช่วยให้มั่นใจได้ว่า น่าจะปลอดภัยมากกว่าแพลตฟอร์มที่เพิ่งเปิดตัวไม่ไม่นาน
2. ใครเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม
อีกเรื่องหนึ่งที่พี่ทุยดูเสมอก็คือ “ใคร” เป็นคนคิดค้นและพัฒนาแพลตฟอร์มขึ้นมา เปิดเผยตัวตนมากแค่ไหน เพราะต้องยอมรับว่าโลกของคริปโทโดยเฉพาะส่วนของ DeFi เป็นโลกที่พิสูจน์หรือทำอะไรได้ค่อนข้างมาก การที่เรารู้ว่าเรากำลังฝากเงินไว้กับใครก็จะช่วยทำให้เรามั่นใจและเห็นภาพในอนาคตมากขึ้น
แต่ถ้าถามว่ามีแพลตฟอร์มไหนมั้ยที่นักพัฒนาไม่เปิดแผยหน้าแล้วทำออกมาได้ดี คำตอบก็คือมี แต่น้อยมาก ๆ พี่ทุยเลยมักจะดูแพลตฟอร์มที่เจ้าของเปิดหน้า เปิดตัวทีมให้เรารู้ว่าเป็นใครมาจากไหนอย่างไร เก่งจริงมั้ย มีความสามารถพอจะทำตามได้ที่พูดหรือไม่
3. Community ของแพลตฟอร์ม
โดยทั่วไปแล้วการทำตลาดเพื่อให้คนรู้จักแพลตฟอร์มมากขึ้น มักจะทำผ่านโซเซียลมีเดียต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น telegram, twitter หรือตาม Facebook Group ต่าง ๆ ให้เราลองเข้าไปฝังตัวเองตามคอมมูนิตี้ต่าง ๆ เพื่อดูทิศทางการพัฒนาต่าง ๆ รวมถึงการตั้งคำถามและตอบคำถามของเหล่าเจ้าของ ไม่ว่าจะทั้งจากคนที่ลงเงิน คนที่เป็นนักพัฒนา (Dev) ตอบคำถามเป็นยังไง มีความรู้ความเข้าในโลกคริปโทมากน้อยขนาดไหน
ส่วนพี่ทุยถ้าตอบแล้วมีบางส่วนที่ขัดกับความเข้าใจหรือความเชื่อมั่นของตัวพี่ทุยเอง แน่นอนว่าพี่ทุยเองก็ขอบอกผ่านการนำเงินไปฝากที่แพลตฟอร์มนั้น
4. ผลตอบแทนที่สูงมากจนเกินไป
ณ ตอนนี้มีสิ่งที่เรียกว่า “ฟาร์มซิ่ง” ออกมาใหม่รายวัน เพราะการเปิดแพลตฟอร์มใหม่ไม่ใช่เรื่องที่ยาก บ้างก็ลอกกันแล้วเปลี่ยนหน้าตานิดหน่อยก็มาเปิดให้บริการกันแล้ว ซึ่งแน่นอนหลาย ๆ ครั้งเราจะเห็นการนำเหรียญไปฝาก บางทีให้ผลตอบแทนที่สูงระดับ หลักพันหรือหมื่นเปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียว พี่ทุยแนะนำว่าเจอแบบนี้ให้รอดูเป็นผู้ชมข้างสนามก่อนน่าจะดีกว่า ส่วนตัวพี่ทุยเชื่อว่าผลตอบแทนสูงมาคู่กับความเสี่ยงสูงเสมอ (High Risk High Return)
แต่หลาย ๆ พอคนเห็นผลตอบแทนสูง ๆ ก็รีบกระโดดเข้าไป หวังว่าเราจะเจอ Moonshot แบบที่หลาย ๆ คนหรือนักลงทุนหลาย ๆ คนเคยได้ในอดีต ซึ่งผลตอบแทนที่สูงมักจะเป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจนักลงทุนมากที่สุด
5. มูลค่า TVL (Total Value Lock)
TVL หรือ Total Value Lock เป็นมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกนำมาฝากไว้ในแพลตฟอร์ม ยิ่งเยอะก็ยิ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่ามีนักลงทุนที่สนใจแพลตฟอร์มนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งแปลว่าต้องมีนักลงทุนที่มีความรู้เรื่องการลงทุน มีความรู้เรื่องการเขียนโปรแกรมต่าง ๆ ช่วยตรวจสอบมาแล้วต่อหนึ่ง รวมถึงอาจจะมีนักลงทุนรายใหญ่ซึ่งก่อนการลงทุนแต่ละที่เขาน่าจะมีข้อมูลที่มากกว่ารายย่อยแบบเราแน่นอน ในความคิดเห็นของพี่ทุยแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือจะต้องมี TVL มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ถ้าต่ำกว่านั้นพี่ทุยคงมองข้ามไปเลย เพราะมีความเสี่ยงที่จะอันตรายต่อเงินของเรา
แต่แน่นอนว่ายิ่งมีคนนำเงินเข้ามาฝากมาขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะทำให้ผลตอบแทนที่เราได้จากการนำเงินไปฝากหรือการฟาร์มก็จะยิ่งน้อยลงด้วย แต่คำว่าน้อยลงที่พี่ถูกพูดถึงก็ยังถือว่าสูงมาก ๆ เมื่อกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ อยู่นะ
6. Audit กับใคร
อีกหนึ่งความเชื่อมั่นที่เราสามารถดูได้ก็คือแพลตฟอร์มนี้ถูกตรวจสอบ (Audit) โดยใคร คำว่าตรวจสอบนี้คือการตรวจสอบโค้ดของโปรแกรมที่อยู่เบื้องหลังที่เราเห็นว่าถูกต้องหรือไม่ มีบัคตรงไหนที่อาจจะทำให้เกิดการโกงได้หรือไม่ ถ้าเป็น Audit ที่ชื่อดัง ๆ ก็อาจจะพอไว้ใจได้มากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีกรณีที่ถูก Audit มาแล้วแต่ไม่มีการโกงเกิดขึ้นนะ มีอยู่บ้างเหมือนกันแต่เป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ๆ
ถูกโกงจากความผิดพลาดของผู้ใช้งาน (User Error)
โลกของคริปโทนอกจากความเสี่ยงจากแพลตฟอร์มที่เราอาจจะถูกโกงเงินไปแบบดื้อ ๆ แล้ว ความเสี่ยงอีกเรื่องหนึ่งที่ใหญ่มาก ๆ ก็คือ “ความผิดพลาดของผู้ใช้งาน (User Error)”
ซึ่งต้องเข้าใจว่าก่อนเวลาที่เราจะเอาเหรียญไปฝากตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ เราจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “กระเป๋า (Wallet)” ที่เอาไว้เก็บเหรียญ ถึงกระเป๋านี้จะถูกเก็บไว้อยู่บนบล็อกเชน (Blockchain) โดยเราจะสามารถเข้าถึงกระเป๋าเราได้จากสิ่งที่เรียกว่า Seed Phrase หรือแปลว่าบ้าน ๆ ก็คือรหัสผ่าน (Password) เนี่ยแหละ ซึ่ง Seed Phrase ของ wallet จะมาอยู่ในรุปของชุดคำอาจจะยาวตั้งแต่ 12 – 24 คำแล้วแต่ว่าเราเลือกใช้ของอะไรซึ่งแนะนำว่าให้ลองศึกษาแพลตฟอร์มที่เราสนใจว่าอยู่บน Chain อะไร แล้วต้องใช้กระเป๋าแบบไหนถึงจะเหมาะสมอีกที
แปลว่าถ้าใครก็ตามที่มี Seed Phrase ที่เป็นชุดคำก็สามารถเข้าถึง Wallet เราได้ทุกที่ทุกเวลาทั่วโลก ความเสี่ยงเลยเกิดจากที่เราเก็บรักษา Seed Phrase ไม่ดี ทำให้มีคนอื่นล่วงรู้ Seed Phrase ของเราจนทำให้เขาสามารถเข้าถึงเงินในกระเป๋าของเราได้ และถูกสั่งโอนออกไปทำให้เกิดความเสียหายได้ แน่นอนว่าถ้าเราลืม Seed Phrase หรือทำที่จด Seed Phrase หายก็บอกลาเงินในกระเป๋าเราได้เลยเช่นกัน
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงหลักที่นักลงทุนมือใหม่มักจะโดนกันบ่อยมาก ๆ วันนี้พี่ทุยเลยจะมีแนะนำวิธีในการเก็บรักษา Seed Phrase ยังไงที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับกระเป๋าของเราได้
1. จดบันทึก Seed Phrase ในกระดาษเท่านั้น
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าอะไร เราก็มักจะเก็บไว้บนโลกออนไลน์ เพราะช่วยทำให้เราเข้าถึงได้ทุกที่ แล้วก็มีความสะดวกมาก ๆ ซึ่งหลาย ๆ คนเลยเรื่องที่จะเก็บ Seed Phrase ไว้ในคอมหรือบนออนไลน์เพื่อป้องกันไม่ให้หาย เพราะถ้าทำหายก็เหมือนโยนเงินทิ้งเหมือนกัน
แต่รู้หรือไม่ว่าการเก็บไว้บนโลกออนไลน์ก็ไม่ต่างกับการที่เราโยน Seed Phrase ให้กับโจรทันที เพราะไม่แน่ว่าอุปกรณ์ที่เราใช้ เว็ปไซต์ที่เราเอาไปเข้าไปเก็บ อาจจะมีไวรัสหรือโจรเข้ามาพร้อมหา Seed Phrase อยู่ก็เป็นได้ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งที่เกิดการโจรกรรมกระเป๋าเงินกัน สืบกันไปสืบกันมาก็จะเห็นว่าได้มีการเก็บ Seed Phrase ไว้บนโลกออนไลน์หรือถ่ายรูปเก็บไว้ในอุปกรณ์ไอทีเสมอ
ดังนั้นวิธีทีจะเก็บ Seed Phrase ที่ดีที่สุดคือ “จดลงกระดาษ” ที่ไม่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตใด ๆ ห้ามถ่ายรูปหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีการไล่เรียง Seed Phrase ให้เห็นเด็ดขาด แต่แนะนำว่าหลังจดให้ลอง Log In เข้ากระเป๋าด้วย Seed Phrase ที่เราจดอีกครั้งเพื่อป้องกันการจดผิด พร้อมแนะนำว่าให้จดไว้หลาย ๆ ใบ และแยกเก็บหลาย ๆ ที่จะเป็นสิ่งที่ปลอดภัยมากที่สุด
อ่านเพิ่มที่นี่
2. อุปกรณ์ที่เข้าใช้บริการแพลตฟอร์ม ควรแยกกับเครื่องอื่น ๆ
เนื่องด้วยโลกออนไลน์เดี่ยวนี้ พี่ทุยบอกก่อนเลยว่าทำอะไรได้มากกว่าที่คิด เราไม่มีทางรู้เลยว่าอุปกรณ์ไอที ที่เราใช้ปลอดภัยหรือเปล่า หรืออาจจะเผลอโหลดข้อมูลอะไรบางอย่างมาแล้วอาจจะแถมไวรัสมาด้วยก็เป็นไปได้เหมือนกัน ส่วนตัวพี่ทุยเลยก็เลือกใช้อุปกรณ์แยกจากการใช้งานในประจำวันเลย ในกรณีที่เราต้องโอนเงินเข้าออกกระเป๋าเงินเพื่อความมั่นใจ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลุดรั่วของ Seed Phrase ให้กับบุคคลอื่น
3. ตรวจสอบความถูกต้อง URL ของแพลตฟอร์มทุกครั้ง
ก่อนที่เราจะเอาเงินเข้าไปฝากในแพลตฟอร์มจะต้อง “เชื่อม” กระเป๋า (Wallet) เข้ากับแพลตฟอร์มเสมอ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็จะมีมิจฉาชีพที่สร้าง URL ปลอมที่มีความใกล้เคียงกับแพลตฟอร์มที่เราใช้บ่อย ๆ ทั้งอาจจะมีการเปลี่ยน หรือเพิ่มตัวอักษรเข้ามาเล็กน้อย แต่จะมีความคล้ายกันมาก ทำให้อาจจะเกิดความเข้าใจผิดได้ และเมื่อเราเชื่อมกระเป๋าเข้าไป อาจจะการหลอกให้เรากรอก Seed Phrase พี่ทุยย้ำเลยว่าการเชื่อมกระเป๋าเพื่อใช้งานแพลตฟอร์ม ไม่ต้องหรอก Seed Phrase อีกครั้งแต่อย่างใด ห้ามกรอก Seed Phrase ไม่ว่าที่ไหนก็ตามนอกจากเราจะกรอกเพื่อเข้าถึงกระเป๋าของเราเอง
4. ระวังเหรียญแปลก ๆ ที่เข้ามาในกระเป๋า
เดี๋ยวจะมีวิธีการแจกเหรียญ (Airdrop) ชื่อแปลก ๆ เข้ามาในกระเป๋าแบบไม่รู้จัก แล้วถ้าเราต้องการขายเหรียญก็จะบังคับให้เราเอากระเป๋าเข้าไปผูกในแพลตฟอร์มแปลก ๆ แล้วก็อาจจะหลอกให้เรากรอก Seed Phrase สำหรับการขายนั้น ๆ
5. แยกหลายกระเป๋าลดความเสี่ยงได้
แน่นอนว่าต่อให้เราระวังแค่ไหน แต่ก็ไม่แน่ว่าเราอาจจะสร้างความผิดพลาดขึ้นมาไม่รู้ตัวก็เป็นไปได้เช่นกัน วิธีหนึ่งที่พี่ทุยทำเลยก็คือ ไม่รวมทุกเหรียญไว้ในกระเป๋าเดียว พยายามแยกหลาย ๆ กระเป๋า ซึ่งต้นทุนในการเปิดกระเป๋าใหม่หรือซื้อ Hardware Wallet อันใหม่ถือว่าเป็นต้นทุนที่ต่ำเมื่อเทียบกับพอร์ตการลงทุน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงอันนี้ ทางที่ดีที่สุดคือถ้าจะเอาเหรียญออกไป ฝากแพลตฟอร์มหรือฟาร์ม แน่นอนว่าให้แยกเหรียญละหนึ่งกระเป๋าเลยก็ได้เช่นกัน
ช่วงแรกที่เข้าสู่โลกคริปโทอาจจะรู้สึกว่าวุ่นวายเล็กน้อย แล้วก็ต้องมีการลงทุนเพื่อความปลอดภัยของเหรียญด้วย แต่เมื่อเทียบกับพอร์ตกับผลตอบแทนที่ได้ พี่ทุยว่าเป็นเรื่องที่เล็กมาก ๆ เลยนะ สุดท้ายแล้วต่อให้เราระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม ก็มีโอกาสที่เราพลาดและถูกโกงได้อยู่ดี พี่ทุยแนะนำว่าเงินที่นำมาลงทุนในตลาดคริปโทควรเป็นเงินเย็นที่พร้อมจะสูญเสียได้เท่านั้น