ประสบการณ์ “เลือกซื้อคอนโด” ด้วยตัวเอง ครบจบทุกขั้นตอน

ประสบการณ์ “เลือกซื้อคอนโด” ด้วยตัวเอง ครบจบทุกขั้นตอน

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ประสบการณ์ “เลือกซื้อคอนโด” ด้วยตัวเอง ตั้งแต่เลือกโครงการ เลือกธนาคารที่จะกู้เงิน จนถึงเข้าไปตรวจห้องและรับโอนที่ดิน เรียกได้ว่าครบจบทุกขั้นตอน
  • การเลือกซื้อคอนโด ต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเองมากที่สุด และดูงบประมาณที่เหมาะสมที่เราสามารถผ่อนไหว จะได้ไม่เป็นภาระทางการเงินในอนาคต

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ประสบการณ์ “เลือกซื้อคอนโด” ครั้งแรก ตั้งแต่เริ่มมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์กับตัวเองมากที่สุดจนกระทั่งถึงการรับโอนห้องมาเป็นของตัวเอง เรียกได้ว่าครบจบทุกขั้นตอน

เจ้าของเคสนี้เป็นคนเชียงใหม่ พอเรียนจบก็มาทำงานที่กรุงเทพฯ ได้ประมาณสองปี ซึ่งสองปีที่ผ่านมาก็เช่าหออยู่มาตลอด อยากซื้อคอนโดเพราะว่า วันที่ใบเสร็จค่าหอส่งมาถึงก็นั่งมองใบเสร็จค่าหอแล้วรู้สึกเสียดายกับจำนวนเงินที่ได้จ่ายไป หลายคนเคยบอกนะว่าเช่าหอที่ว่าแพงยังไงก็ถูกกว่าซื้อคอนโด เพราะอยู่คอนโดจะมีค่าใช้จ่ายพวกค่าส่วนกลางต่าง ๆ เพิ่มเข้ามา แต่เจ้าของเคสเชื่อว่าคนที่เช่าหอหลาย ๆ คนจะคิดเหมือนกัน คืออย่างน้อยเราก็จ่ายเงินให้กับอะไรที่เป็นของเราเอง

ขั้นตอนแรก : เลือกคอนโด

เริ่มจากการเลือกคอนโด สำหรับโจทย์ในการมองหาคอนโดของเจ้าของเคส คือ
1. โครงการต้องพร้อมอยู่เลย เพราะไม่อยากจ่ายค่าหอแล้ว
2. ต้องอยู่ในพื้นที่ที่เดินทางสะดวก มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน อาจจะไม่ต้องติดรถไฟฟ้าเลยก็ได้แต่ต้องไม่ไกลเกินไป
3. ราคาของคอนโดนั้น พอตีเป็นราคาผ่อนแล้วต้องมีราคาพอ ๆ กับค่าหอที่เจ้าของเคสจ่ายอยู่
4. ตัวโครงการต้องมีส่วนช่วยในการยื่นกู้เกิน เพื่อที่จะได้เอาส่วนต่างมาหักกับเงินค่าจอง ค่าทำสัญญา และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ วันโอน รวมถึงมีเงินเหลือไปใช้ในการซื้อเฟอร์นิเจอร์

เจ้าของเคสได้ไปดูคอนโดมาทั้งหมด 5 โครงการ ใจจริงอยากไปดูให้เยอะกว่านี้ แต่การไปดูโครงการแต่ละที่ก็ใช้เวลาไปครึ่งค่อนวันแล้ว ตอนแรกคิดว่าแค่ไปดูเฉย ๆ แปปเดียวก็เสร็จ แต่พอเอาเข้าจริงคือนานแล้วก็เหนื่อยมาก (พี่ทุยเห็นด้วยเลย เพราะการจะเลือกคอนโดสักที่ เราต้องดูรายละเอียดหลายอย่างประกอบ)

รายละเอียดของคอนโดแต่ละโครงการ

1. คอนโดย่านลาดกระบัง ราคาไม่ถึง 1,000,000 บาท ขนาดห้องประมาณ 22 ตารางเมตร

ตอนไปดูห้องคือไม่ชอบเลย ห้องเล็ก ได้ห้องเปล่าแบบไม่มีเฟอร์นิเจอร์ แต่ว่าคอนโดช่วยยื่นกู้เกินให้อีกหนึ่งแสนกว่าบาท ซึ่งโครงการจะหักค่าใช้จ่ายวันโอนไปแล้วค่อยคืนส่วนต่างให้เรา ส่วนเรื่องทำเลคืออยู่ใกล้รถไฟฟ้ามาก

2. คอนโดย่านโชคชัยสี่ ราคา 1,600,000 บาท ขนาดห้องประมาณ 25 ตารางเมตร

โครงการนี้มีดีที่ของกินเยอะ การเดินทางอาจจะไม่ค่อยสะดวกเพราะกำลังสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่อยู่ เฟอร์นิเจอร์ให้ครบเลยยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้า โครงการช่วยกู้เงินเกินให้เหมือนกันประมาณ 200,000 บาท มีโปรโมชั่นปีแรกผ่อนถูกกับธนาคารสีเขียว ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนทั้งหมด จ่ายเงินจองแค่ 1,000 บาท แล้วยื่นเอกสารทันที ถ้าอนุมัติก็สามารถเข้าอยู่ได้เลย

3. คอนโดย่านลาซาล ราคา 1,800,000 บาท ขนาดห้องประมาณ 25 ตารางเมตร

โครงการนี้เจ้าของเคสชอบมากที่สุดเลย คนไม่พลุกพล่านแต่ก็ไม่ถึงกับเปลี่ยว บรรยากาศคอนโดดี เงียบสงบ ตกแต่งสวย พนักงานขายคอนโดพูดจาดีที่สุดตั้งแต่ไปดูมาทุกโครงการ เฟอร์นิเจอร์มีครบทุกอย่างรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า มีโปรโมชั่นปีแรกผ่อนถูกกับธนาคารสีม่วง มีส่วนลดเป็นเงินคืนให้ประมาณ 50,000 บาท ฟรีค่าโอน ฟรีค่าส่วนกลาง 1 ปี แต่ค่าจดจำนองต้องจ่ายเอง

4. คอนโดย่านแบริ่ง ราคา 1,500,000 บาท ขนาดห้องประมาณ 22 ตารางเมตร

ตัวเฟสหนึ่งที่สร้างเสร็จแล้วได้ห้องเปล่าราคา 1,500,000 บาท ไม่มีโปรโมชั่นใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีช่วยกู้เกิน ไม่ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน ส่วนตัวเฟสที่ยังสร้างไม่เสร็จมีโปรโมชั่นทุกอย่างรวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ด้วย ราคา 1,000,000 บาทถ้วน ถ้าคนที่ยังไม่รีบซื้อหรือยังไม่รีบเข้าอยู่ ตัวเฟสสองน่าจะคุ้มกว่า ส่วนตัวเจ้าของเคสที่ต้องการเข้าอยู่ทันทีเลยขอผ่านโครงการนี้ไปก่อน

5. คอนโดแบริ่ง ราคา 1,600,000 บาท ขนาดห้องประมาณ 25 ตารางเมตร

โครงการนี้มียูนิตน้อย ทำให้ตึกดูเล็ก ๆ น่าอึดอัด แต่โปรโมชั่นค่อนข้างดีเลย เฟอร์นิเจอร์ครบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้า ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน ไม่มีกู้เงินเกินให้ แต่เจ้าของเคสไม่ค่อยชอบทำเลแถวนี้สักเท่าไหร่ ใกล้รถไฟฟ้าก็จริง แต่ตัวโครงการติดกับหอพักที่อยู่รอบข้างเกินไป เพียงแค่เปิดประตูระเบียงห้องก็จะเจอกับระเบียงห้องของหอข้าง ๆ แล้ว ระยะห่างเหมือนจะปีนไปหากันได้เลย ก็เลยเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตัดออกไป

หลังจากไปดูมาครบทุกโครงการแล้วก็ลองคิดทบทวนอยู่หลายวัน ต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายในอนาคตด้วย บางที่ฟรีค่าส่วนกลางปีแรกก็จริง แต่หลังจากนั้นที่ต้องจ่ายเองก็ถือว่าค่อนข้างแพง สุดท้ายเจ้าของเคสเลยตัดสินใจเลือกโครงการแรกที่ไปดูเลยตรงลาดกระบังที่ราคาไม่ถึง 1,000,000 บาท ถึงตัวห้องจะไม่ถูกใจเลย แต่ถ้ามองระยะยาวก็อาจจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะตัวโครงการอยู่ใกล้นิคมและสนามบินสุวรรณภูมิ อีกหน่อยถ้าเจ้าของเคสอยากจะซื้อบ้านเป็นของตัวเองหรือจะย้ายกลับไปอยู่เชียงใหม่เหมือนเดิม ก็น่าจะปล่อยห้องให้คนเช่าได้ไม่ยาก ราคาห้องก็ไม่สูงมากด้วย พอตีเป็นราคาผ่อนต่อเดือนก็ไม่สูงเท่าไหร่ ซึ่งถูกกว่าค่าหอที่เจ้าของเคสต้องจ่ายต่อเดือนอีกด้วย ตัวห้องถึงจะเป็นห้องเปล่า แต่อย่างน้อยก็ได้เงินคืนมาไว้ใช้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งตัวโครงการก็อยู่ระแวกเดียวกับที่เคยเช่าหออยู่ด้วย ซึ่งที่นี่แหละตอบโจทย์การ “เลือกซื้อคอนโด” ของเจ้าของเคสมากที่สุด

ขั้นตอนที่สอง : การยื่นกู้

หลังจากตัดสินใจแล้วก็เดินหน้ายื่นเอกสารทันที ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เข้าจองจนถึงรับห้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

24/02/2018

ยื่นเอกสารให้กับโครงการเพื่อทำสินเชื่อบ้านช่วยในการเตรียมความพร้อมทางการเงิน (Pre Approve) ข้อดีอีกข้อของโครงการนี้ก็คือให้ยื่นเอกสารก่อน ถ้า Pre Approve ผ่านค่อยจ่ายเงินจองพร้อมกับเลือกห้อง ซึ่งเอกสารที่ใช้มีเพียงแค่สำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, สลิปเงินเดือนย้อยหลัง 3 เดือน และรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน ตอนนั้นโครงการให้ยื่นแค่ธนาคารเดียว แต่เจ้าของเคสต่อรองขอยื่นสองธนาคาร โดยตัวเจ้าของเคสนั้นไม่มีหลักการในการเลือกธนาคารหรอกนะ แต่ตอนโครงการถามว่าจะยื่นธนาคารไหนดี ก็เหลือบไปเห็นพนักงานขายคอนโดกำลังหยิบใบสมัครของธนาคารธนชาต กับ ธอส. มาให้พอดี ก็เลยเลือกสองธนาคารนี้แหละ ฮ่า

04/05/2018

หลังจากรอมาเป็นอาทิตย์ในที่สุดทางธนาคารก็โทรมา ช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่รอคอยคือเครียดมากนอนไม่ค่อยหลับเลย เจ้าของเคสคิดว่าหลายคนน่าจะเคยเป็น เพราะนี่เป็นการกู้เงินเพื่อจะมีคอนโดเป็นของตัวเองครั้งแรก ก็เลยตื่นเต้นและกังวลเป็นธรรมดา (พี่ทุยเข้าใจเลย เคยผ่านตรงนี้มาก่อน ฮ่า) ธนาคารแรกที่โทรมาคือ ธนชาต ธนาคารโทรมาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก บอกว่าอนุมัติวงเงินเกินมาให้ประมาณ 250,000 บาท ดอกเบี้ยเฉลี่ยสามปีแรก 3.33 แล้วก็บอกให้เข้าไปทำสัญญาซื้อขายกับโครงการ ไม่ได้ขอเอกสารอะไรเพิ่มเติม

05/05/2018

เจ้าของเคสก็ได้เข้ามาเลือกห้องพร้อมจ่ายเงินจอง 5,000 บาท แล้วก็เซ็นสัญญาซื้อขายกับทางโครงการ วันนั้นทางโครงการได้แจ้งว่ามีการจัดโปรโมชั่นใหม่ โดยการเอาห้องที่เคยมีคนอยู่มาแล้วมาขายใหม่ในราคาที่ถูกลง โดยให้สิทธิ์คนที่ทำ Pre Approve ผ่านแล้วได้จองก่อน หรือเลือกห้องใหม่แต่ให้ส่วนลดเพิ่มอีก 30,000 บาทแทน โดยมีเงื่อนไขต้องโอนห้องภายในสิ้นเดือน ซึ่งตัวของเจ้าของเคสอยากได้ห้องใหม่ก็เลยเลือกส่วนลดเพิ่มไปแทน

09/05/2018

ทาง ธอส. โทรมาบอกผล Pre Approve อนุมัติวงเงินให้เกินมา 300,000 กว่าบาท ไม่ได้บอกรายละเอียดดอกเบี้ย แต่ในตอนนั้นเจ้าของเคสเลือกธนาคารธนชาตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

11/05/2018

ธนาคารธนชาตโทรมายืนยันวงเงิน เจ้าของเคสเลือกรับวงเงินที่อนุมัติให้ทั้งหมด เดี๋ยวพอหักค่าใช้จ่ายวันโอนกับซื้อเฟอร์นิเจอร์ไปแล้วค่อยเอาส่วนที่เหลือจ่ายคืน รวมถึงตัวประกัน MRTA (ประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ) ตอนแรกเจ้าของเคสไม่ขอทำประกัน แต่ธนาคารก็พยายามพูดจาโน้มน้าวจนสุดท้ายพูดเหมือนกึ่งบังคับว่าถ้าไม่ทำจะไม่อนุมัติวงเงินเท่านี้ก็เลยจำใจตกลงไป คิดว่าพอผ่าน 3 ปีค่อยรีไฟแนนซ์แล้วขอเงินคืนประกันเอา แต่ก็ต่อรองจ่ายเบี้ยประกันแค่ 25 ปี จากเดิม 30 ปี แล้วธนาคารก็ให้ไปเปิดบัญชีเพื่อเอาไว้หักเงินผ่านบัญชีด้วย

13/05/2018

เข้าไปเซ็นหนังสือมอบอำนาจที่โครงการ คือ เซ็นมอบอำนาจให้ทางโครงการกับธนาคารไปจัดการเรื่องโอนที่ดินให้แทน ตรงนี้ใครอยากจะไปพร้อมกับธนาคารหรือรอห้องเรียบร้อยก่อนค่อยไปโอนก็ได้ แต่เจ้าของเคสให้ทางโครงการกับธนาคารจัดการไปเลยเพราะไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ ส่วนเรื่องห้องเดี๋ยวค่อยตามแก้ทีหลัง ตอนเย็นวันเดียวกันนั้นพนักงานธนาคารก็เอาสัญญามาให้เซ็นถึงที่หอเลย สัญญาที่ต้องเซ็นมีเยอะมาก เซ็นจนมือหงิกกันไปเลยทีเดียว ฮ่า แต่ตอนเซ็นก็พยายามอ่านตัวสัญญาไปด้วยเผื่อว่าธนาคารตุกติกอะไรเรา (เจ้าของเคสทำถูกต้องแล้ว ต้องอ่านรายละเอียดทุกอย่างให้ครบถ้วน) ตอนเซ็นสัญญาจะมีค่าใช้จ่ายพวกค่าอากรแสตมป์สัญญากู้, ตัวประกันอัคคีภัย 7 ปี รวมกันแล้วอยู่ที่ประมาณ 3,000 กว่าบาท

15/05/2018

นัดตรวจห้องกับทางโครงการ เลือกใช้ช่างที่โครงการนี่แหละเป็นคนตรวจ ไม่ได้ไปจ้างวิศวกรข้างนอกมาตรวจให้ พอไปถึงโครงการพนักงานขายบอกว่าวันนี้เป็นวันหยุดช่างเลยตัดสินใจกลับแล้วนัดใหม่เป็นวันพรุ่งนี้

16/05/2018

ตรวจห้องครั้งแรก ช่างก็ตรวจของเค้านู่นนี่นั่น สำหรับตัวเจ้าของเคสไม่ได้ติดใจอะไรกับตัวห้องมาก คิดว่ามันโอเคแล้วแค่น้ำไฟใช้ได้ ไม่มีรอยร้าว น้ำไม่ซึม แต่ช่างโครงการขอแก้พวกสีที่เป็นรอยด่างกับอย่างอื่นเพิ่มเติมนิดหน่อย เจ้าของเคสก็ให้เค้าแก้ไปแล้วนัดตรวจใหม่อีกทีอาทิตย์หน้า ส่วนทางโครงการก็นัดมารับเอกสารการโอนกับกุญแจห้องอีกสองวัน แต่เจ้าของเคสขอมารับพร้อมกันทีเดียวตอนตรวจห้องอาทิตย์หน้าเลย

23/05/2018

ตรวจห้องครั้งสุดท้ายทุกอย่างเรียบร้อยดี ทางโครงการก็ให้เอกสารหลังการโอนทั้งหมด พวกสัญญาซื้อขาย โฉนด ทะเบียนบ้าน กุญแจห้อง คีย์การ์ด รวมถึงเงินส่วนต่าง เป็นอันถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว

สำหรับการวางแผนซื้อคอนโดครั้งนี้บอกได้เลยว่าเหนื่อยมาก เพราะต้องเข้าไปคอนโดค่อนข้างบ่อย เวลาเข้าโครงการแต่ละที่ก็ใช้เวลาในการคุยกับพนักงานขายค่อนข้างนาน ตลอดเวลาหนึ่งเดือนเจ้าของเคสเครียดมาก ตั้งแต่ต้องคิดว่าจะเลือกคอนโดที่ไหนดี คอนโดอยู่ไปแล้วจะมีข้อเสียอะไรบ้างมั้ย คุ้มมั้ยกับการต้องเป็นหนี้ก้อนแรก จนถึงตอนรับห้องแล้วก็ยังต้องเครียดกับเรื่องเฟอร์นิเจอร์อีกว่าจะแต่งห้องอย่างไรให้น่าอยู่แล้วงบจะไม่บานปลาย แต่เจ้าของเคสก็คิดว่าตัดสินใจไม่ผิดนะที่ซื้อคอนโดครั้งนี้ มันเหมือนเป็นการทำให้เราก้าวไปเป็นผู้ใหญ่อีกขั้นนึง เจ้าของเคสนี้หวังว่า ข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังมองหาซื้อคอนโดอยู่นะ

ขอบคุณประสบการณ์การเลือกซื้อคอนโดครั้งนี้ จากหมายเลขสมาชิก 2507733 บนเว็บไซต์ Pantip.com
ใครมีประสบการณ์การปลดหนี้ดีดีอยากจะแชร์ สามารถส่งเรื่องมาที่อีเมลล์ hello@moneybuffalo.in.th ได้เลย


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: