"บ้านหรือคอนโด" แบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา ?

“บ้านหรือคอนโด” แบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา ?

 

ไม่รู้จะซื้อ “บ้านหรือคอนโด” ดี ? นี่เป็นปัญหาโลกแตกของพี่ทุยช่วงนึง

มันเลือกไม่ถูก บ้านก็ดีพื้นที่กว้างขวางอยู่ได้หลายคน คอนโดก็เดินทางสะดวก ใกล้ที่ทำงานไม่ต้องซื้อรถ จะเลือกก็ลำบากใจเหลือเกินน

พี่ทุยเลยทำเช็คลิสต์เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการอยู่บ้านและคอนโดขึ้นมา เพื่อเอามาตัดสินใจซะเลย ซึ่งปัจจัยส่วนใหญ่ก็มาจากไลฟ์สไตล์และความต้องการในการใช้ชีวิตของมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่นั่นแหละ สามารถเอาไปใช้ตัดสินใจและปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้เลย

1. งบประมาณ ช่วยตัดสินใจเลือก “บ้านหรือคอนโด”

พี่ทุยว่าเรื่องงบประมาณเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราต้องตัดสินใจเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดเลยแหละ เพราะถ้าเรามีเงินไม่จำกัดเราคงจะเลือกซื้อทุกอย่างที่เราอยากได้ไปแล้ว ด้วยงบประมาณที่จำกัดทำให้พี่ทุยไม่สามารถจะเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดห้องใหญ่ๆในใจกลางเมืองได้ ทำให้ตัวเลือกลดลงเหลือไม่ซื้อบ้านขนาดกลางๆถึงใหญ่ในโซนชานเมืองก็เป็นคอนโดห้องเล็กๆในเมืองเท่านั้นเอง

2. ทำเลและการเดินทาง

คอนโดส่วนใหญ่มักอยู่ในเมือง เดินทางสะดวก ใกล้แหล่งทำงาน ส่วนบ้านเดี่ยวถ้าในราคาที่พอเข้าถึงได้ก็จะไกลไปจากเมืองหน่อย ซึ่งอาจทำให้ต้องซื้อรถเพื่อใช้เดินทางไปที่ต่างๆ สำหรับพี่ทุยเป็นคนทำงานในเมือง เรื่องทำเลดูเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับพี่ทุยและยิ่งเป็นคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้าก็ยิ่งดี เพราะพี่ทุยไม่ชอบบรรยากาศการขับรถไปทำงานแล้วรถติด ต้องนั่งอยู่ในรถนานๆทั้งขาไปขากลับ พี่ทุยจะรู้สึกเสียดายเวลาที่หายไปกับการเดินทางโดยเปล่าประโยชน์

3. พื้นที่

ถ้าพี่ทุยเลือกซื้อคอนโดในเมืองก็อาจจะได้แค่พื้นที่เล็กๆ หากพี่ทุยเป็นโสดตัวคนเดียว การอยู่คอนโดก็อาจไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าวันนึงที่พี่ทุยมีครอบครัวมีลูกเพิ่มขึ้นมา การอยู่คอนโดก็ดูจะอึดอัดไปซักนิด พื้นที่เก็บของก็มีจำกัด จะขยับขยายอะไรก็ยาก ถ้าได้อยู่บ้านมีพื้นที่กว้างๆ มีสนามหญ้ารอบๆ ย่อมทำให้รู้สึกปลอดโปร่งตอบโจทย์การอยู่เป็นครอบครัวมากกว่า

4. สิ่งอำนวยความสะดวก

คอนโดส่วนใหญ่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส มีนิติฯคอยรับจดหมายให้ บางแห่งอาจมีร้านค้าหรือร้านสะดวกซื้อในอาคาร ทำให้ไม่ต้องเดินทางออกไปไกลจากที่พักมากนัก ส่วนบ้านถ้าเลือกอยู่ในหมู่บ้านบางหมู่บ้านก็อาจจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นเดียวกับคอนโด แต่บางที่ก็อาจจะไม่มี ก็แล้วแต่ว่าเราต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกพวกนี้มากน้อยแค่ไหน

5. การบำรุงรักษา

ที่อยู่อาศัยย่อมมีค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาเป็นธรรมดา ถ้าเลือกอยู่บ้านก็จะมีเรื่องจุกจิกในการบำรุงรักษามากกว่าคอนโด เพราะบ้านมีบริเวณกว้างขวางกว่า ต้องดูแลทั้งภายในและภายนอก ส่วนค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาคอนโดมักจะเป็นของเรื่องภายในห้องของตัวเอง ซึ่งบางทีเราสามารถเรียกช่างของนิติฯเข้ามาช่วยดูได้ด้วย ส่วนเรื่องภายนอกอาคาร สวน ฟิตเนส สระว่ายน้ำ พื้นที่ส่วนกลาง ส่วนที่เราใช้ร่วมกันกับเพื่อนบ้านก็จะเป็นหน้าที่ของนิติฯในการดูแลไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนิติฯเค้าก็เก็บค่าดูแลรักษาไปจากค่าส่วนกลางคอนโดที่เราจ่ายให้ทุกปีนั่นแหละ ซึ่งถ้ามาคิดดูดีๆค่าใช้จ่ายเรื่องบำรุงรักษาบ้านอาจจะน้อยกว่าคอนโดก็เป็นไปได้

6. ข้อจำกัดต่างๆ

โดยส่วนตัวพี่ทุยว่าการอยู่คอนโดมีข้อจำกัดมากกว่าอยู่บ้านนะ ทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัว ถ้าอยู่คอนโดเราอาจจะทำอะไรเสียงดังนิดหน่อยก็รบกวนห้องข้างๆแล้ว หรือทำกับข้าวตำน้ำพริก ทั้งเสียงทั้งกลิ่นก็ต้องเกรงใจเพื่อนบ้านนิดนึง หรือจะเป็นเรื่องการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งคอนโดส่วนใหญ่จะห้าม นอกจากนี้ยังมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมโดยรอบ การตกแต่งต่อเติมห้องอาจจะไม่สะดวกเท่ากับบ้านที่สามารถขยับขยายได้ง่ายกว่า เปลี่ยนแปลงอะไรทำได้ง่ายกว่าคอนโด ที่มีกฎระเบียบในการอยู่ร่วมกันค่อนข้างเยอะ เช่น เรื่องการกำหนดเวลาในการต่อเติมซ่อมแซม เป็นต้น

7. การลงทุน

พี่ทุยมองถึงอนาคตว่าวันนึงเราอาจจะอยากย้ายที่อยู่อาศัยของเราไป การขายหรือการปล่อยเช่าบ้านหรือคอนโดอะไรที่ทำได้ง่ายกว่า แต่การจะตอบคำถามนี้ได้ก็ขึ้นอยู่กับทำเลที่เราเลือกด้วยเช่นกัน ถ้ามองข้ามเรื่องทำเลไป สมมติทั้งบ้านและคอนโดที่เราจะซื้ออยู่บนทำเลเดียวกัน พี่ทุยมองว่าการปล่อยเช่าคอนโดทำได้ง่ายกว่าบ้าน เพราะด้วยขนาดที่เล็กกว่า ค่าเช่าเลยถูกกว่า ก็ทำให้หาผู้เช่าได้ง่ายกว่าด้วย

ทั้งหมดนี้คือเช็คลิสต์ที่พี่ทุยนำมาฝากกันสำหรับคนที่ยังลังเลว่าจะซื้อบ้านหรือคอนโดกันดี แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าจะซื้ออะไรดี อย่าลืมมาเช็คความพร้อมก่อนที่จะเป็นหนี้บ้านและคอนโด


error: