กลุ่ม CP ผู้ชนะการประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

กลุ่ม CP ผู้ชนะการประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

3 min read  

ฉบับย่อ

  • โครงการ EEC (Eastern Economic Corridor) หรือ​ โครงการพัฒนา​เศรษฐกิจ​พิเศษภาคตะวันออก​ มุ่งเน้นไปที่การพัฒนา​ 3 จังหวัดชายฝั่งภาคตะวันออก​ ซึ่งได้แก่​ ชลบุรี​ ระยองและอู่ตะเภา​เป็นอันดับแรก​ เนื่องจากมีนิคมอุตสาหกรรม​และท่าเรือพร้อมอยู่แล้ว
  • เครือ CP ร่วมกับพันธมิตร​​ ได้แก่​ BEM, ITD, CK และ​ CRCC (ประเทศจีน) ​ได้รับสิทธิ์​เป็นผู้ดำเนินงานในโครงการรถไฟฟ้าความเร็ว​สูง​เชื่อมระหว่าง​ 3 สนามบิน​
  • หลังจากมีการสรุปผลการประมูล​ออกมา​ ราคาหุ้น ​BEM, ITD และ​ CK ไม่ได้ดีดตัวขึ้นสูงมากนัก​ อาจเป็นเพราะว่า​ ได้มีการยื่นประมูลในโครงการ​นี้มานานและตลาดได้ตอบสนองไปต่อข่าวนี้​เป็นที่เรียบร้อ​ยแล้ว

โครงการ EEC เป็น​ TALK OF THE TOWN มาได้พักใหญ่ๆ​แล้ว​ ในช่วง​ 2 ปีที่ผ่านมานี้​ จะเห็นว่าเหล่าโบรคเกอร์​ทั้งหลายพากันติดฉลากในหุ้นที่ให้คำแนะนำซื้อว่า​ จะเป็นหุ้นที่​ “ได้รับประโยชน์​จากโครงการ EEC” บทความนี้พี่ทุยจะพาทุกคนขยับไปใกล้ชั้นวางสินค้าของโบรคเกอร์และมาดูกันให้ชัดๆ​ สิว่า​ “โครงการ EEC” ที่เอาไว้ติดฉลากเพิ่มมูลค่าหุ้นของกิจการต่างๆ​ คืออะไรกันนะ

โครงการ ​EEC​ ย่อมาจาก​ Eastern Economic Corridor หรือแปลเป็นไทยสวยๆ​ได้ว่า​ “โครงการพัฒนา​เศรษฐกิจ​พิเศษภาคตะวันออก” โครงการนี้เป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์​ไทยแลนด์​ 4.0 และต่อยอดมาจากโครงการทำมานานแล้วกว่า​ 30​ ปี​ อย่าง​ Eastern Seaboard

จากชื่อ​ เราก็น่าจะพอเดาได้ว่า​ โครงการ​นี้จะโฟกัสไปที่ภาคตะวันออก​ การลงทุนใน EEC นี้จะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ​ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทำให้เศรษฐกิจโตได้ในระยะยาว โดยในระยะแรกจะยกให้ ชลบุรี ระยอง และ ฉะเชิงเทรา​ เป็นดาวเด่น

ดีที่ว่า​ 3 จังหวัดนี้มีความพร้อมมากกว่าจังหวัดอื่นๆที่พร้อมเข้าร่วมโครงการ​ EEC มาอย่างดีแล้ว​ เพราะเป็นจังหวัดที่มีอุตสาหกรรม​ขนาดใหญ่​อยู่พรั่งพร้อม​ ทั้งโรงงานนิคมอุตสาหกรรม​ขนาดใหญ่​ สนามบินและท่าเรือ​ การแต่งหน้าให้กับผู้ที่มีโครงหน้าดีอยู่แล้ว​จึงเป็นงานที่ไม่ยุ่งยากนักโครงการของ EEC ก็อย่างเช่น

  1. สร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) 158,000 ล้านบาท
  2. รถไฟทางคู่เชื่อมแหล่งอุตสาหกรรมกับท่าเรือ 64,300 ล้านบาท
  3. พัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง 88,000 ล้านบาท
  4. พัฒนาท่าเรือมาบตาพุด 10,150 ล้านบาท
  5. ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง 35,300 ล้านบาท
  6. พัฒนาเมืองในจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา 400,000 ล้านบาท
  7. ลงทุนด้านการท่องเที่ยว 200,000 ล้านบาท
  8. พัฒนาเขตนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและลงทุนกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 500,000 ล้านบาท

มีโครงการไหนที่กำลังจะยื่นซองประมูลหรือประมูล​เสร็จสิ้นไปแล้วบ้าง ?

โดยมีโครงการที่สรุปผลผู้ที่ชนะการยื่นประมูลเรียบร้อยแล้ว​ 1 โครงการ​คือ​ รถไฟฟ้าความเร็ว​สูงเชื่อมระหว่างสนามบินอู่ตะเภา​ ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ​ ที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้นั่นเอง​ ซึ่งผู้ชนะการประมูล​​ก็คือ​ กลุ่ม CP​ ซึ่งเป็นพันธมิตร​ร่วมกับอีก​ 4 บริษัท​คือ​ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD, China Railway Construction Corporation Limited, บริษัท ช.การช่าง จำกัด (CK), บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM

ซึ่งพันธมิตร​ของกลุ่ม CP ก็น่าสนใจไม่น้อย​ ทั้ง​ CK, ITD, BEM ที่เราๆ​ ก็รู้ฝีมือเค้าดีอยู่แล้ว​​และบริษัท​สัญชาติ​จีนระดับโลกอย่าง China Railway ส่วนเรื่องการเงิน​ ก็มีจีนกับญี่ปุ่นมาช่วยกันเปย์แหละ เรียกได้ว่า​ เป็นการร่วมแรง​ ร่วมใจ​ ร่วมเงินกันหลายชาติสมเป็น​ EEC ทีเดียว

ส่วนโครงการ​ที่กำลังเนื้อหอมมากในตอนนี้​ คือ​ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา​ ซึ่งมีเอกชนมารุมจีบหลายสิบเจ้า​ รัฐบาลวางเป้าว่าในอีก 5 ปีสนามบินแห่งนี้จะรองรับผู้โดยสารได้ถึง​ 60​ ล้านคนต่อไป​ ไม่ต้องสืบเลย​ว่า​ในอนาคตเมืองพัทยา-ระยองเป็นศูนย์กลาง​การท่องเที่ยว​ที่ป๊อปปูลาร์​มากแค่ไหน​ ส่วน​โครงการ​พัฒนา​ท่าเรือแหลมฉบังและโครงการท่าเรือมาอุตสาหกรรม​บตาพูดก็มีความคืบหน้าเช่นกัน​ เพราะมีผู้ยื่นซองประมูลหลายสิบรายแล้ว​ อาจจะเป็นผลมาจาก​ GDP ของไทยที่ดูน่าสนใจ​ เพราะมีผลประมาณ​การว่าจะโต​ 3.9% ซึ่งมากกว่า GDP เฉลี่ยรวมของโลกที่​ 2.9% แต่เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบซะทีเดียว เพราะกลุ่ม CP เค้าต้อง​ขับเคี้ยวเคี้ยวฟันกับคู่แข่งคนสำคัญ​อย่าง​ BTS​ กว่าจะคว้างานประมูลนี้มาได้

แล้วทำไมกลุ่ม CP ถึงชนะการประมูล​ ?

​เหตุผลง่ายๆเลยก็เพราะว่า​​ ถ้าเราลองคิดว่าเราเป็นผู้ผลิตเราจะเลือกบริษัท​ไหน​ ระหว่างบริษัท​ที่เสนอราคาแพงกับบริษัทที่เสนอผลิตของให้เราในราคาที่ถูกกว่า​ ร้อยทั้งร้อยก็คงเลือกบริษัทหลัง​ กลุ่มซีพีเสนอให้รัฐจ่ายน้อยกว่า ​BTS ถึง​ประมาณ​เก้าหมื่นล้านบาท สุดท้ายแล้วหวยก็เลยมาออกที่กลุ่ม CP​ ของถูกกว่าใครจะไม่ชอบล่ะ​ เหมือนเวลาที่เราถลาเข้าหาป้ายลดราคาไง (ฮ่า)​

มาส่องความเคลื่อนไหว​ที่เกิดขึ้น​กับราคาหุ้นกันบ้างหลังจากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป

วันที่​ 5 เมษา​ที่มีการสรุปผลผู้ชนะการประมูล​ BEM​ ก็ดีดกลับ​ 2% และกลับมาเล่นในกรอบราคาเดิมด้วยปริมาณ​การซื้อขาย​ 268.22 ล้านบาท

กลุ่ม CP ผู้ชนะการประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

ส่วนราคาหุ้นของบริษัทพันธมิตรอื่นๆ​ ​อย่าง​ ITD และ​ CK ก็ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยด้วยปริมาณ​การซื้อขายที่ไม่โดดเด่นมากนัก​ ถ้ามองกราฟด้วยเทคนิคอล​ เราอาจจะบอกได้ว่า​ ข่าวดีในครั้งนี้ไม่สามารถดึงให้หุ้นเบรคแนวต้านและขยับขึ้นไปเล่นในกรอบที่สูงขึ้นได้

กลุ่ม CP ผู้ชนะการประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

กลุ่ม CP ผู้ชนะการประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

มาดูที่ฝั่งผู้แพ้อย่าง​ BTS​ กันบ้าง​ หลังจากข่าวนี้ประกาศออกไปราคาก็ลดลงตอบสนองเล็กน้อย​ ก่อนที่จะถูกเทขายในวันต่อมาและโดนแรงซื้อดึงกลับจนปิดในแดนบวกพร้อมหางยาวเฟื้อย

กลุ่ม CP ผู้ชนะการประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

ข้อดีและข้อเสียของโครงการ EEC ทั้งหลาย​ รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าความเร็ว​สูงที่เพิ่งประกา​ศผลผู้ชนะการประมูลเสร็จ​ไปสดๆ​ ร้อนๆ​ เป็นเรื่องของอนาคตในอีกหลายปีข้างหน้า​ แต่ที่พี่ทุยมั่นใจในตอนนี้เลยก็คือ​ คนไทยทุกคนจะได้ประโยชน์​กันถ้วนหน้า​แน่ๆ​ มีตัวเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างนี้​ จะกาปฏิทินรอสร้างเสร็จ​เลย! (ฮี่ฮี่)

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: