เมื่อ BDMS เข้าซื้อ BH ราคา "หุ้น BH" พุ่ง 15%

เมื่อ BDMS เข้าซื้อ BH ราคา “หุ้น BH” พุ่ง 15%

4 min read  

ฉบับย่อ

  • BH ราคาเพิ่มขึ้นกว่า 15% สวนทางตลาด หลัง BDMS ประกาศเสนอซื้อหุ้น BH
  • BDMS เสนอซื้อ “หุ้น BH” ที่ราคา 125 บาทต่อหุ้น โดยไม่เกิน 20% ของราคาเสนอซื้อ
  • BDMS ถือหุ้น BH อยู่แล้ว 24.99% และเตรียมเข้าซื้อเพิ่มแบบมีเงื่อนไขอีก 75%
  • BDMS มีโรงพยาบาลถึง 48 แห่ง รองรับคนไข้ได้ถึง 8,299 เตียง ในขณะที่ BH รองรับคนไข้ได้ 580 เตียง
  • หุ้นไทยได้รับผลกระทบจากทั้งสภาพเศรษฐกิจ การเมือง และไวรัส COVID-19 การลงทุนในช่วงนี้ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

 “หุ้น BH” บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด(มหาชน) ราคาเพิ่มขึ้นกว่า 15% สวนทางตลาดที่กำลังลบหนักจากความกังวลเรื่องไวรัส COVID-19 ที่มีท่าทีระบาดหนักขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุกับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ในช่วงเช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือที่รู้จักกันในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ประกาศเสนอซื้อ (Tender offer) BH ที่ราคา 125 บาท โดยวันก่อนหน้า 26 กุมภาพันธ์ 2563 ตลาดกำลังลบหนักทำให้ราคา “หุ้น BH”  อยู่ที่ 112 บาท หลังจากข่าวนี้ออกไปทำให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นเป็น 133 (+18.75%) ตั้งแต่เปิดตลาดเช้าวันนี้

รายละเอียดการเสนอซื้อ

การเสนอซื้อแบบมีเงื่อนไขครั้งนี้ของ BDMS เป็นการเสนอซื้อหุ้น BH จำนวน 546,328,351 หุ้น เป็นอัตราส่วน 74.83% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายทั้งหมด หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) จำนวน 1,210,865 หุ้น หุ้นกู้แปลงสภาพชุดที่ 1 และ ชุดที่ 2 โดยหุ้นกู้แปลงสภาพเหล่านี้สามารถนำมาแปลงสิทธิเป็นหุ้นสามัญได้ โดยจะแปลงเป็นหุ้น BH เป็นจำนวน 137,362,636 หุ้น รวม 85,612,731,500 บาท

โดยราคาที่เสนอซื้อนั้นจะมีโอกาสปรับขั้นได้ไม่เกิน 20% ของราคาเสนอซื้อ ทำให้มูลค่ารวมของการเสนอซื้อในจะอยู่ที่ประมาณ 85,612 ล้านบาท ถึงประมาณ 102,735 ล้านบาท โดยจะมีการพิจารณาความเหมาะสมโดยสภาวะตลาดประกอบ โดยจะมีการแจ้งราคาเสนอสุดท้ายอีกครั้งในภายหลัง

ก่อนหน้านี้ BDMS เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BH อยู่แล้ว โดยมีการถือหุ้น BH เป็นจำนวน 182,513,600 หุ้นหรือ ประมาณ 24.99% ของหุ้นทั้งหมด ดังนั้นการเสนอซื้อครั้งนี้ เป็นการเสนอเพื่อเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ BH นั่นเอง ส่วนการซื้อนั้นจะมีเงื่อนไขอย่างไรบ้างน่าจะต้องใช้เวลา 3 – 6 เดือนเพื่อประกาศอีกครั้งว่าจะรับซื้ออย่างไรกันแน่

ธุรกิจโรงพยาบาลของ BDMS

เครือข่ายโรงพยาบาล BDMS ถือเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่มาก โดยหลัก ๆ แล้วจะมี โรงพยาบาลกรุงเทพ 25 แห่ง โรงพยาบาล สมิติเวช 6 แห่ง โรงพยาบาลพญาไท 5 แห่ง โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล 6 แห่ง โรงพยาบาลบีเอ็นเอช 1 แห่ง โรงพยาบาลรอยัล 2 แห่ง และ โรงพยาบาลอื่น ๆ อีก 3 แห่ง รวมทั้งหมด 48 แห่ง รองรับคนไข้ได้กว่า 8,000 เตียง

เมื่อ BDMS เข้าซื้อ BH ราคา "หุ้น BH" พุ่ง 15%

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2562

Ref : https://investor.bangkokhospital.com/th/general/bdms-network

นอกจากนี้ BDMS ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์อื่น ๆ อีกด้วย อย่างธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตยา และ ธุรกิจผลิตน้ำเกลือ

BH โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยพื้นที่กว่า  70,262 ตารางเมตร มีเทคโนโลยีทันสมัย สามารถรองรับผู้ป่วยในได้สูงถึง 580 เตียง ห้องตรวจฉุกเฉิน 275 ห้อง รองรับผู้ป่วยนอกได้ 5,500 รายต่อวัน

มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,200 คน โดยมีผู้ใช้บริการรวมผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกกว่า 1.1 ล้านรายต่อปี โดยมีผู้ใช้บริการเป็นชาวต่างชาติ สูงถึง 520,000 ราย ได้รับการไว้วางใจกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

ผลประกอบการย้อนหลัง

เมื่อ BDMS เข้าซื้อ BH ราคา "หุ้น BH" พุ่ง 15%

ประเทศไทยได้รับการยอมรับในด้านการแพทย์ทั้งบุคลากร เทคโนโลยี บริการ และ ฝีมือ อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นแล้ว ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ถูกกว่า จึงเป็นที่ต้องการและดึงดูดคนทั่วโลก และด้วยหลาย ๆ ประเทศกำลังประสบและเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ ทำให้ความต้องการด้านการแพทย์การพยาบาลมีแนวโน้มที่สูงขึ้น

สำหรับ BDMS ที่มีกำไรเพิ่มขึ้นค่อนข้างเยอะเกิดจากกำไรพิเศษที่เกิดขึ้น โดยกำไรพิเศษนี้เกิดจากกำไรจากการขาย โรงพยาบาลรามคำแหง (RAM) ในช่วงต้นปี 2562 เป็นกำไรกว่า 4,700 ล้านบาท ทำให้กำไรเติบโตมากกว่าช่วงปกติ

สถานการณ์ลงทุนไทยในปัจจุบัน

ในปัจจุบันสถานการณ์ลงทุนในไทยค่อนข้างน่าเป็นห่วง ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 SET หลุด 1,500 ก็ทยอยลงอย่างต่อเนื่อง จนมาอยู่แถว 1,370 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 หรือลบกว่า 130 จุดใน 1 อาทิตย์

จากข่าวร้ายและสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศเอง ที่มีข่าวการเมืองตั้งแต่ยุบพรรคอนาคตใหม่ และ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้นักลงทุนกังวลปัญหาทางการเมืองจะรุมเร้ามากกว่าเดิมขึ้นไปอีก พร้อม ๆ กับสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ที่หลาย ๆ ประเทศระบาดหนักขึ้น รวมทั้งประเทศไทยที่ตรวจพบการแพร่กระจายที่มากขึ้น

สำหรับนักลงทุนระยะยาวที่มองว่าตลาดช่วงนี้ราคาค่อนข้างถูก หรือตั้งใจจะทยอยเก็บหุ้นในช่วงนี้ ควรมี Money Management ที่ดี ไม่ควรลงทุนหมดหน้าตักในครั้งเดียว ควรมีเงินสดไว้เป็นแผนสำรอง เพราะเหตุการณ์อาจยืดเยื้อและทวีคูณความโหดร้ายได้

ส่วนคนที่ลงทุนระยะสั้นก็ควรระวังการลงทุนช่วงนี้เป็นพิเศษ ในช่วงที่ตลาดผันผวนและคาดเดายาก อย่าลืมวางแผนให้รัดกุมและเผื่อแผนสำรอง ที่สำคัญคือวินัยในการปฏิบัติตามแผน


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: