15 ปี "AOT" สู่สนามบินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

15 ปี “AOT” สู่สนามบินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

3 min read  

ฉบับย่อ

  • สนามบินที่อยู่ภายใต้ “AOT” มีทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินเชียงใหม่ สนามบินเชียงราย สนามบินหาดใหญ่ และสนามบินภูเก็ต
  • รายได้ของ “AOT” สำหรับปี 2562 อยู่ที่ 6.49 หมื่นล้านบาท มีกำไรสุทธิ 2.50 หมื่นล้านบาท แม้รายได้จะเติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับผลกำไรล่าสุดในปีนี้กลับหดตัวลงประมาณ 0.57% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 – 30 ปีที่แล้ว เป็นยุคแห่งการ Privatization หรือการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาเป็นบริษัทเอกชน ในช่วงนั้น เราจะได้เห็นบริษัทขนาดใหญ่ในปัจจุบัน อย่างธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัทผลิตไฟฟ้า (EGCO) การบินไทย (THAI) ปตท. (PTT) รวมไปถึง ท่าอากาศยานไทย (AOT) ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุดตัวหนึ่งในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

7 ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับ “AOT”

1. AOT ถูกแปรรูปมาเป็นบริษัทเอกชนเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรกเมื่อ 11 มีนาคม 2547 ราคาขาย IPO ของ AOT ขณะนั้นอยู่ที่ 42 บาทต่อหุ้น ก่อนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปถึง 74 บาท ภายใน 2 ปีครึ่ง แต่ในอีกครึ่งปีให้หลัง ราคาหุ้นก็ดิ่งลงอย่างหนัก ไปทำสถิติต่ำสุดของราคาหุ้นที่ 14.8 บาท ในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อปี 2552

2. ‘ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส’ และในครั้งนั้นนั่นเองคือโอกาสที่จะลงทุนในหุ้น 50 เด้ง เพราะหลังจากการดิ่งลงในครั้งนั้น ราคาหุ้นของท่าอากาศยานไทย ทะยานเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปี โดยมีจังหวะพักฐานให้เห็นอยู่บ้าง ประมาณ 4 ครั้ง โดยหากอิงจากราคาพาร์ทเดิมที่ 10 บาท ราคาหุ้นล่าสุดจะพุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 817.5 บาท หรือก็คือ 81.75 บาท ในปัจจุบัน และคิดเป็นการเติบโตถึง 1,700% จากราคา IPO

3. มูลค่าหุ้นของ “ท่าอากาศยานไทย” ตามราคาตลาดในปัจจุบันพุ่งขึ้นไปแตะ 1 ล้านล้านบาท เป็นที่เรียบร้อย โดยเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของตลาดหุ้นไทย และเมื่อปี 2561 ‘ท่าอากาศยานไทย’ ถูกจัดอันดับให้เป็นสนามบินที่มีมูลค่าสูงสุดตามราคาตลาด (Market Cap.) สูงที่สุดในโลก โดยแซงหน้าสนามบิน AENA ในประเทศสเปนซึ่งมีมูลค่าราว 9.21 แสนล้านบาท ในขณะนั้น

4. สนามบินที่อยู่ภายใต้ท่าอากาศยานไทย มีทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินเชียงใหม่ สนามบินเชียงราย สนามบินหาดใหญ่ และสนามบินภูเก็ต โดยปัจจุบันกระทรวงการคลังยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 70% ทำให้ AOT ยังมีสถานะเป็นกึ่งรัฐวิสาหกิจ

5. รายได้หลักของ “ท่าอากาศยานไทย” นอกจากรายได้ค่าบริการผู้โดยสารขาออก ซึ่งคิดเป็นประมาณ 42% แล้ว รายได้หลักที่รองลงมาคือ รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ โดยเฉพาะจากการให้สัมปทานขายสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ซึ่งคิดเป็นประมาณ 27% ของรายได้จากการดำเนินงาน

6. รายได้ของ “ท่าอากาศยานไทย” สำหรับปี 2562 อยู่ที่ 6.49 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2.50 หมื่นล้านบาท แม้รายได้จะเติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับผลกำไรล่าสุดในปีนี้กลับหดตัวลงประมาณ 0.57% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส นับตั้งแต่ปี 2560 และยังเป็นการหดตัวสองไตรมาสติดต่อกันอีกด้วย ส่งผลให้ ถูกเทขายออกมาจนราคาหุ้นลดลงถึง 6% ในช่วง 1 สัปดาห์

7. ณ สิ้นปี 2561 ของรอบผลประกอบการท่าอากาศยานไทย (เดือนตุลาคม) บริษัทรองรับผู้โดยสารกว่า 139.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้านั้น และรองรับเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมด 8.75 แสนเที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 6.3% ส่วนปี 2562 มีจำนวนผู้โดยสารรวม 141.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.7% และมีจำนวนเที่ยวบินรวม 8.96 แสนเที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 2.4%

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปี 2563 โดยจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น 60 ล้านคนต่อปี


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: