ถ้า "แผนการเงิน" ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ชีวิตคือพังเลยใช่หรือไม่?

ถ้า “แผนการเงิน” ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ชีวิตคือพังเลยใช่หรือไม่?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ปัญหาที่หลายๆ คนมักจะเจอในการวางแผนการเงินในระยะยาว คือบางเป้าหมายที่เราวางไว้ไม่อาจจะทำให้สำเร็จลุล่วงได้
  • การประเมินสถานการณ์สำคัญที่สุด เพื่อให้เราเข้าใจปัญหา สาเหตุของปัญหา และสามารถจัดการแก้ไขได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
  • เมื่อเป้าหมายไม่บรรลุผลตามเวลาที่วางไว้สิ่งสำคัญ คือ “การปรับเปลี่ยนแผน” ปรับปรุงแผนให้เข้ากับสถานการณ์ แล้วค่อยๆ ทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง
  • การจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายการเงินเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

เวลาที่เราตั้งใจจริงที่จะทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่อย่าง “แผนการเงิน” ก็ตาม พี่ทุยเชื่อว่าทุกคนก็อยากให้มันออกมาสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นตอนเรียนก็หวังว่ายังไงก็ให้จบด้วยเกรดดีๆ จะได้หางานทำง่ายๆ หรือพอตอนทำงานก็อยากได้งานที่ตรงใจ และมีรายได้เพียงพอเลี้ยงดูครอบครัว  รวมไปถึงเป้าหมายใหญ่ๆ อย่างเป้าหมายชีวิต หรือเป้าหมายทางการเงินของเราด้วย ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีเป้าหมาย
แตกต่างกันไปของความต้องการในแต่ละช่วงอายุ สถานะครอบครัว ของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน การซื้อบ้าน ซื้อรถ มีลูก และชีวิตหลังเกษียณ

แน่นอนสิ่งที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ง่ายขึ้น และเป็นสิ่งที่พี่ทุยย้ำให้ทุกคนต้องทำอยู่เสมอ นั่นคือ  “การวางแผนทางการเงิน” และถึงแม้ว่าแผนทางการเงินจะช่วยให้เส้นทางของเราชัดเจน  แต่บางครั้งชีวิตของคนเราก็อาจจะไม่ได้สมหวังไปซะหมดทุกเรื่องหรอก เพราะตลอดเส้นทางของการเดินทางของเราต้องพบเจอกับสิ่งต่างๆ มากมายที่คอยกระตุ้น รวมถึงขัดขวาง เป้าหมายของเรานั้นสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง พี่ทุยบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องปกติ

พี่ทุยเห็นหลายคนเวลาเจอปัญหา หรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับชีวิตกับแพลนที่วางไว้ เลยทำให้เป้าหมายการเงินที่วางไว้ยังไม่สำเร็จตามแผน เช่น วางแผนจะซื้อบ้านแต่พอถึงเวลายังมีเงินไม่พอ หรือเจอเกิดเหตุการณ์บางอย่างจนทำให้แผนไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ ก็เข้าใจนะ รู้สึกท้อแท้ และคิดว่าแย่แล้ว พังแล้วชีวิตช้านนน อะไรแบบนี้ใช่มะ แต่พี่ทุยอยากให้เข้าใจก่อนฮะว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ๊ปกติ เวลาวาง”แผนทางการเงิน” ในระยะยาว ซึ่งมันก็ยังมีทางออกและมีวิธีการแก้ปัญหา

เริ่มต้นที่ “การประเมินสถานการณ์”

ก่อนอื่นเลยพี่ทุยว่าเราต้องตั้งสติก่อนนะ อย่าเพิ่งไปฟูมฟายใหญ่โตไปซะก่อน ลองเริ่มจากการประเมินสถานการณ์ก่อนว่า “แผนการเงิน” ที่ผิดพลาด หรือเป้าหมายที่ไม่สามารถเป็นจริงได้นั้นมีสาเหตุมาจากไหน อะไรเป็นต้นเหตุ เราจะได้รู้ว่าเราต้องแก้ไขจากตรงไหนถึงจะถูกต้อง สมมติถ้าหากมีเงินไม่เพียงพอในการจ่ายเงินดาวน์บ้าน ก็ต้องกลับมาคิดดูว่าเงินส่วนนั้นที่เราตั้งใจเก็บรวบรวมไว้ทำไมถึงไม่ได้ครบตามแผน เช่น เก็บเงินในแต่ละเดือนน้อยกว่าที่วางไว้เพราะใช้จ่ายเกินตัวไป อะไรแบบนี้ฮะ เราจะได้มองเห็นปัญหา เพื่อจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุด

นอกจากนั้นพี่ทุยอยากให้มองไกลออกไปถึงผลกระทบของการไม่สำเร็จของเป้าหมายนั้น ว่าน่าจะส่งผลต่อเป้าหมายอื่นๆ ด้วยหรือเปล่า? เพื่อที่เราจะได้รีบแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เป้าหมายอื่นๆ ผิดพลาดต่อเนื่องเหมือนโดมิโน่ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำเหมือนกัน

อย่าลืมว่าแผนที่ดีต้องชัดเจนแต่ต้อง “ยืดหยุ่น”

ถ้าเราเจอปัญหา แม้ว่าได้ทำการวางแผนค่อนข้างดีแล้วแต่ก็ไม่สามารถทำให้มันเป็นจริงได้ หลังจากลองพิจารณาถึงสถานการณ์ สาเหตุต่างๆ เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่พี่ทุยคิดว่าเราต้องทำต่อมา ได้แก่การปรับปรุง ปรับเปลี่ยนแก้ไขรายละเอียดของแผนการก่อนเลยทันที

โดยวิธีการของการปรับแผน หรือการปรับรูปแบบในการทำตามแผนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เช่น ในกรณีที่มีเงินไม่เพียงพอในการจ่ายเงินดาวน์บ้าน พี่ทุยคิดว่าเลื่อนระยะเวลาออกไปก่อนระยะนึง แล้วค่อย ๆ เก็บเงินไปหรืออาจจะเก็บต่อเดือนเพิ่มขึ้นเท่าที่เราไหวก็สามารถทำได้ แล้วลองลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นเพื่อให้เรามีสภาพคล่องทางการเงินที่มากพอ แล้วเก็บสะสมเงินในแต่ละเดือนจนสำเร็จ ซึ่งวิธีนี้พี่ทุยว่ามันช่วยให้เรานั้นมีเวลาเก็บเงินมากขึ้นจนสามารถบรรลุเป้าหมายได้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของเป้าหมายด้วยนะ ไม่ใช่ว่าทุกเป้าหมายจะเลื่อนเวลาออกไปได้หมดเหมือนกัน เช่น การเก็บเงินเพื่อการศึกษาลูก พี่ทุยว่าอันนี้จำเป็นจะต้องใช้ตัวช่วยอื่นในการแก้ไข

แต่ก็อย่างที่พี่ทุยเคยบอกไปแล้วว่าการวางแผนทางการที่ดีเราต้องคอยติดตามผลอยู่เสมอ ในกรณีของคนที่ยังไม่เจอกับปัญหา เราก็ต้องคอยทบทวนและปรับปรุงแผนการเงินของเรา ให้เหมาะสมกับความสามารถของตัวเราเอง รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวเราที่เปลี่ยนไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นรายได้ รายจ่าย หรือสถานะทางการเงินของครอบครัว เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เราเจอกับปัญหาของการที่เป้าไม่บรรลุได้ เพราะเป้าหมายใหญ่เกินไปอะไรแบบนี้ และช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้เช่นกันจ้า

เลือกตัดเป้าหมายบางอย่างไป ต้องจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายให้เป็น

พี่ทุยเข้าใจนะว่าเมื่อเวลาเรามีความต้องการ หรือความฝันที่จะทำอะไร เราก็อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นดั่งที่เราคาดหวังไว้  แต่ในบางครั้งบางทีพี่ทุยว่าเราก็เลือกไม่ได้ขนาดนั้นหรอก เพราะด้วยความจำเป็นทั้งเรื่องเงิน เวลา และภาระต่างๆ อาจจะทำให้ต้องเลือกทำเฉพาะเป้าหมายที่สำคัญและจำเป็นในชีวิตก่อน

เพราะถ้ามีบางเป้าหมายที่ล้มเหลวไม่เป็นไปตามฝัน แล้วมันต้องใช้เวลามากในการเก็บสะสมเงิน จนอาจจะไปกระทบต่อแผนการของเป้าหมายอื่นๆ ที่สำคัญกว่า จำเป็นมากกว่าอะไรแบบนี้ พี่ทุยว่าเราอาจจะต้องตัดเป้าหมายที่มันพลาดแล้วนั้นทิ้งไปเลย หรืออาจจะเป็นเป้าหมายอื่น ยกตัวอย่างเช่น แผนที่เราต้องการจะซื้อบ้าน แล้วถ้าเราไม่ซื้อ โดยการเช่าหอพักอยู่ไปก่อน หรืออยู่บ้านพ่อแม่แทนอะไรแบบนี้ ซึ่งอันนี้พี่ทุยว่าเราต้องพิจารณาให้ดีถึง “ความสำคัญ” ความจำเป็นในชีวิตของเป้าหมายแต่ละอย่างให้ดีซะก่อนด้วยนะ แต่ไม่ใช่ว่าอันไหนที่ไม่สำเร็จก็ทิ้งไม่พยายามต่อไปเลยอันนี้พี่ทุยว่ามันก็ไม่ใช่การแก้ไขที่ถูกต้อง และพี่ทุยก็อยากให้ทุกคนสมหวังกับทุกๆ เป้าหมายที่ได้ตั้งไว้นะ

ท้ายที่สุดแล้วพี่ทุยว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือ การที่เรามีเป้าหมายชัดเจน และแผนการที่เหมาะสมในการเดินไปถึงจุดหมายตามความสามารถเรา แต่ถ้าวันนึงแผนที่เราคิดว่ามันเราไม่สามารถเดินตามเส้นทางนั้นได้อย่างแม่นยำได้ด้วยปัจจัยต่างๆ พี่ทุยว่ามันก็ยังไม่ถึงจุดจบหรอก ชีวิตเรามันไม่ได้จะหยุดแค่ตรงนี้ ไม่ต้องมามัวแต่นั่งเสียใจว่าเราไปไม่ถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ แต่เราควรปรับเปลี่ยนแผน เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น แล้วค่อยๆ เดินต่อใหม่อีกครั้ง พี่ทุยเชื่อว่ายังไงวันนึงเราก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายชีวิต และเป้าหมายการเงินได้อย่างแน่นอน


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: