เทคนิคการเลือกหุ้นเมื่อเจอสถานการณ์ต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ

“เทคนิคการเลือกหุ้น” เมื่อเจอสถานการณ์ต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ในช่วงนี้สถานการณ์ต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจโลกค่อนข้างผันผวนไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะเรียกเก็บภาษี ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนมาก 
  • ถึงแม้ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่ควรจะคงอยู่ คือ เทคนิคหรือหลักการในการเลือกหุ้น เพราะต่อให้สถานการณ์เปลี่ยนไปแค่ไหน ถ้าวิธีการเลือกมีวิธีคิดที่ถูกต้อง เราก็สามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ในช่วงนี้สถานการณ์ต่าง ๆ ทาง เศรษฐกิจโลกค่อนข้างผันผวน เรื่องหลัก ๆ ที่กระทบโลกใบนี้ของเราอยู่ คือ การระบาดโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสงครามการค้า สหรัฐ-จีน ที่เริ่มมีความรุนแรงขึ้นหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มอีกเรื่อย ๆ รวมถึงการกีดกันรูปแบบใหม่ ๆ 

ถัดมาในเรื่องของราคาน้ำมันโลกนั้นช่วงนี้ก็ถือว่าผันผวนมาก สืบเนื่องมาจากสงครามการค้า รวมถึงความกังวลเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจโลก ส่วนของเศรษฐกิจบ้านเรา ช่วงที่ผ่านมา กนง. ก็ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยุ่ในจุดที่ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ที่ระดับ 0.5% ต่อปี ดังนั้น สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่พี่ทุยได้กล่าวมาทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนมาก

สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เราจะมีเทคนิคการเลือกหุ้นอย่างไรกันบ้าง ?

1. สถานการณ์โควิด-19

ชั่วโมงนี้คงไม่มีเหตุการณ์ไหนที่กระทบเศรษฐกิจโลกเท่ากับโควิด-19 จริง ๆ ต้องบอกว่าการระบาดครั้งนี้ทำให้แนวโน้มการทำกำไรของบริษัทหลาย  ๆ บริษัทลดลงแต่ก็มีบริษัทบางกลุ่มที่สามารถเติบโตได้ในสภาวะแบบนี้ เช่น บริษัทที่มีแหล่งที่มาของรายได้หลายทาง ไม่พึ่งพาแค่นักท่องเที่ยวหรือการบริโภคภายในประเทศอย่างเดียว

อย่าง CBG ที่มีการเติบโตจากกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ หรือหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากที่คนหยุดอยู่บ้านก็คือ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีหุ้นแบบนี้ในประเทศ พี่ทุยแนะนำว่าอาจจะต้องลงทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อเปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศเพื่อลงทุน หรืออาจจะเป็นหุ้นประกันภัยที่มียอดซื้อประกันสุขภาพและประกันโควิด-19 อย่างมหาศาลในช่วงที่ผ่านมา เช่น TQM เป็นต้น

2. ราคาน้ำมันโลกผันผวน

อุตสาหกรรมน้ำมันมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ เพราะน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงที่มีความต้องการใช้สูงกว่าพลังงานชนิดอื่น และยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรองทางเศรษฐกิจ และ การเมือง ดังนั้น ราคาน้ำมันจะขึ้นหรือลงก็ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานในตลาด (Demand and Supply)

ในกรณีที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ กลุ่มน้ำมัน เช่น PTT, PTTEP, TOP เป็นต้น เพราะบริษัทจะได้กำไรจากการขายน้ำมัน แต่ถ้าหากราคาน้ำมันลงกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ กลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนในการผลิต เช่น กลุ่มขนส่ง หรือถ้าเป็นเมื่อก่อนก็อาจจะเป็นหุ้นสายการบินต่าง ๆ ที่มีต้นทุนแปรผัน คือ น้ำมันเป็นหลัก แต่ช่วงนี้อาจจะจะไม่ใช่จังหวะในการลงทุนหุ้นสายการบินสักเท่าไหร่

3. อัตราดอกเบี้ยนโยบายเปลี่ยนแปลง

การที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศมีนโยบายเพิ่มหรือลดดอกเบี้ยนั้นก็เพื่อที่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้มีความมั่นคง หากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น หุ้นที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ กลุ่มธนาคาร เพราะจะได้กำไรส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ย เช่น KBANK, SCB, BBL เป็นต้น

ส่วนหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยมากที่สุด ก็คือ กลุ่มลีสซิ่ง เช่น SAWAD, MTC , AEONTS รวมทั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ภาคเอกชนจะกลับมาลงทุนมากขึ้น เพราะเงินทุนที่ต้องจ่ายคืนจากการกู้ยืมจะถูกลง

4. ค่าเงินบาทอ่อนค่า-แข็งค่า

การที่ค่าเงินบาทจะแข็งหรืออ่อนก็ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานในตลาดเงิน หากค่าเงินบาทอ่อน หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ กลุ่มส่งออก เพราะเวลาส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศได้กำไรนำมาแลกเป็นเงินบาทได้เยอะ เช่น หุ้น KCE, HANA ส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์  CPF , TU ส่งออกเนื้อสัตว์ อาหารแช่แข็ง เป็นต้น

ส่วนในกรณีที่ค่าเงินบาทแข็งหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ กลุ่มธุรกิจที่มีต้นทุนการผลิตนำเข้ามาจากต่างประเทศ หรือมีเงินกู้เป็นสกุลเงินต่างประเทศเพราะต้องรักษาความเสถียรภาพระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่ายหรือหนี้สินให้ใกล้เคียงกัน (Natural Hedge) หรือจะเป็นหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า RATCH , GPSC , GULF เพราะหุ้นกลุ่มนี้ต้องอ้างอิงราคาก๊าซและเงินบาท

5. สงครามการค้า

ความกังวลเรื่องผลกระทบจากสงครามการค้าส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลกมาก รวมทั้งตลาดหุ้นไทย ดังนั้น ควรเลือกหุ้นที่หลีกเลี่ยงผลกระทบจากสถานการณ์นี้ให้น้อยที่สุด นั่นคือ Defensive Stock (หุ้นเชิงรับ) หมายถึงหุ้นที่ทนต่อทุกสภาวะในตลาด อย่างกลุ่มหุ้นในประเทศที่ได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ อย่างเช่น BJC, CRC ซึ่งมาจากนโยบายการช้อปช่วยชาติจากรัฐบาล หรืออาจจะเป็นพิจารณาเป็นการถือ “เงินสด” หรือสินทรัพย์ที่ถูกมองว่าเป็น Safe Haven อย่างทองคำก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

สรุปแล้วไม่ว่าสถานการณ์ต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นในรูปแบบใด หากนักลงทุนมีการวิเคราะห์และวางแผนการลงทุนที่ดี ก็จะช่วยทำให้เรามองเห็นโอกาสในการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะของหุ้นตัวนั้น ๆ ด้วย แต่การที่เราสามารถวิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์ได้ก็เหมือนกับเรามีตะแกรงที่คอยกรองหุ้น ให้เหลือหุ้นที่น่าสนใจ แล้วเราสามารถไปทำการบ้านเพิ่มเติมได้นั่นเอง


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: