สรุปหุ้นน่าเก็งกำไรที่ได้รับอานิสงค์จากฤดูร้อน

สรุป “หุ้นน่าเก็งกำไร” ที่ได้รับอานิสงค์จากฤดูร้อน

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ในฤดูร้อนมีหุ้นหลายกลุ่มได้รับประโยชน์​ เช่น​ กลุ่มเครื่องดื่ม​ กลุ่มพัดลมและแอร์​ กลุ่มห้างและร้านสะดวกซื้อ​ เพราะคนมักพึ่งพาสิ่งเหล่านี้กันมากขึ้นเมื่ออากาศร้อน
  • แต่ก็ไม่ใช่หุ้นทุกตัวในกลุ่มเหล่านี้ที่จะมีกำไรมากขึ้น​ เพราะแต่ละบริษัท​มีปัจจัยเฉพาะตัว​ เช่น​ ส่งออกเป็นรายได้หลัก​ ก็จะได้รับผลกระทบเมื่อค่าเงินบาทแข็ง​ กำไรก็จะลด​ แม้จะเป็นฤดูที่น่าจะมีกำไร​สูง​
  • เราควรต้องตั้งเป้าหมายตั้งแต่แรกว่าจะ​ ‘เก็งกำไร’ หรือ​ ‘ลงทุนระยะยาว’ หากจะเลือกลงทุนระยะยาว​ ควรศึกษา​พื้นฐาน​กิจการ​นั้นๆ​ให้ดีก่อน

ไทยเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัวแล้ว​ จากอากาศที่ก็ไม่ได้เย็นอยู่เป็นทุนเดิม​ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ​ เจออย่างนี้พี่ทุยขอถอยมาแช่น้ำยาวๆ​ เลยนะจ๊ะ​ ไม่ว่าใครก็คงชอบอากาศเย็นสบาย​ ใครจะหนาว​ จะเย็นยะเยือกยังไงก็ได้​ แต่อย่าปล่อยให้พอร์ตเราหนาวยะเยือกเพราะติดดอยนะ​ พี่ทุยขอ! เอาล่ะ​ มาส่องกันดีกว่าว่าเดือนเมษายนถึงมิถุนายน​หรือไตรมาสสอง​ มี “หุ้นน่าเก็งกำไร” ตัวไหนที่ได้รับอานิสงค์จากอากาศร้อน​และน่าเก็งกำไรบ้าง

1. หุ้นกลุ่มเครื่องดื่ม​

แน่นอนว่าเมื่อพูดอากาศร้อน​ หุ้นกลุ่มนี้ต้องมาเป็นอันดับแรกไม่ต้องสืบ​ เช่น​ SAPPE, ICHI, OISHI, TAAC มาดูแต่ละตัวดีกว่าว่า​ ตัวย่อต่างๆ​ คืออะไรกันนะและเค้าทำธุรกิจ​อะไร​ สินค้าเค้าสดชื่น​ น่าทานจริงมั้ย ?

SAPPE​ หรือที่เราเห็นโฆษณาบ่อยๆ​ คือ​ ‘เซปเป้​ บิวติดริ๊ง’ ซึ่ง​เป็นเครื่องดื่มที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิง​ นอกจากนี้​ยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ​ที่เน้นเรื่องความสวยความงาม​ เช่น​ เพียว​ คอฟฟี่

ICHI หรือ​ ชาเขียวคุณตัน​ เช่น​ อิชิตัน​ กรีนที​ เย็น​ เย็น​ อิชิตัน

OISHI หรือ​ โออิชิ​กรุ๊ป​ ซึ่งทำธุรกิจ​ทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่ม​ที่เรารู้จัก​กันดี

TAAC หรือ​ บริษัท​ ที.เอ.ซี​ คอนซูเมอร์​ จำกัด(มหาชน)​ ฟังชื่อแล้วอาจจะงง​ เพราะไม่เคยเห็นเครื่องดื่มยี่ห้อนี้ผ่านตาเลย​ แต่เชื่อมั้ยว่า จริงๆ​แล้วแทบทุกคนเคยทานสินค้าของ TAAC มาแล้ว​

TAAC คือ​ ALL CAFÉ ใน​ 7-11 ยังไงล่ะ​ พวกเครื่องดื่ม​-ชา​ทั้งหลายในตู้กดที่เราพยายามกดให้ได้เยอะๆ​ในเซเว่นนั่นแหละ​ ใครเคยทำ​บอกมาซะดีๆ​นะ​ หรือพี่ทุยเป็นอยู่คนเดียว​ (ฮ่า)

ก่อนที่จะลงทุน​ เราควรพิจารณา​อะไรบ้าง ?

หากดูเผินๆ​ กำไรของบริษัทเครื่องดื่มก็น่าจะกระเตื้องขึ้นอยู่แล้วในหน้าร้อน​ แต่หลายบริษัทก็มีปัจจัยเฉพาะตัวของกิจการนะ​ อย่างเช่น​ เครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำตาลมาก จะต้องเจอกับ​ ‘ภาษีความหวาน’ ซึ่งจะถูกเก็บมากขึ้นเรื่อยๆ​ ตามสัดส่วนของน้ำตาลที่ผสมในเครื่องดื่ม​ ถ้ามีการเพิ่มการเก็บภาษีความหวานโหดขึ้นก็จะส่งผลให้ต้นทุน​มากขึ้น​และกำไรน้อยลงน่ะสิ​

หรือ​ บางบริษัท​ที่พึ่งพาการส่งออกมาก​ เช่น​ SAPPE​ ที่พึ่งพาการส่งออก​ไป 70​ ประเทศทั่วโลก​ โดยคิดเป็น​ 66% ของรายได้รวมทั้งหมด​ ปัจจัยที่เราควรคิดเวลาที่จะลงทุน​ คือเรื่องของค่าเงินบาท​ เพราะถ้าหากค่าเงินเราแข็งเกินไป​ ต่างชาติ​ก็ไม่ค่อยอยากมาค้าขายด้วยมากนัก​ เพราะต้องใช้เงินของเค้าในการแลกเงินบาทของเรามากขึ้นไงล่ะ

นอกจากนี้​ ถ้าเราคิดจะลงทุนระยะยาวก็อาจจะต้องพิจารณา​ถึงปัจจัยที่จะกระทบกับหุ้น​ อย่างเช่น​ TAAC​ ที่พึ่งพารายได้จาก​ 7-11 เป็นหลักถึง​ 90% เพราะฉะนั้นถ้าการเพิ่มหรือลดสาขาของ​ 7-11​ จะมีผลต่อรายได้ของเค้ามาก

2. หุ้นกลุ่มพัดลมและแอร์​

เช่น​ KOOL ผู้ผลิตพัดลมไอน้ำ​ พัดลมไอเย็น​ รวมถึงพัดลมอุตสาหกรรม​ยี่ห้อ​ MASTERKOOL และ​ SNC หรือชื่อเต็มว่า​ บริษัท​ เอส​ เอ็น​ ซี​ ฟอร์เมอร์​ จำกัด (มหาชน) ซึ่ง​ทำธุรกิจ​หลายอย่าง​ เช่น​ ชิ้นส่วนประกอบอุปกรณ์​ที่ใช้ในรถ​ แอร์​ 

ก่อนที่จะลงทุน​ เราควรพิจารณา​อะไรบ้าง ?

KOOL มีรายได้หลักถึง​ 79% มาจากพัดลมไอเย็น​ เพราะฉะนั้นถ้ามีเรื่องอะไรมากระทบความต้องการในพัดลมไอเย็น​ รายได้ของบริษัทจะลดลงมากเลย​ นอกจากนี้​พัดลมยังเป็นสินค้าที่ทำเลียนเเบบกันได้ไม่ยากนัก​ จึงมีคนแอบไปจ้างโรงงานทำแบบเดียวกันแล้วเอามาปั๊มตรายี่ห้อ​ KOOL ขาย​แข่งซะงั้น​ ยุคนี้อยู่ยากจริงๆ​เลย​ ทำไมเราอยากซื้อพัดลมสักตัว​ ยังต้องมาคอยระวังพัดลมเกรด AAA อีก​ (ฮือ)​ นี่ยังไม่ได้พูดถึงการแข่งขันอันดุเดือดในวงการพัดลมนะจ๊ะ​ เพราะพัดลมหลายเจ้าอย่าง​ ‘ฮาตาริ’ ก็มีสาวกของเค้าเหมือนกัน​

3. หุ้นกลุ่มห้าง​-ร้านสะดวกซื้อ​

ตัวอย่างหุ้นกลุ่มนี้ก็จะเป็น​ CPN, CPALL เวลาร้อน​มากๆ​ กินน้ำบ่อยๆ​ ก็แล้ว เปิดแอร์​ เปิดพัดลมไอเย็นอยู่บ้านนานๆ​ก็อุดอู้​ ทางเลือกต่อไป​ คงหนีไม่พ้น​การหลบร้อนเข้าห้าง​ นอกจากจะช่วยคลายร้อน​ ยังช่วยประหยัดค่าไฟที่บ้านได้ด้วยนะ​ อิอิ​ และแน่นอนว่าคนไทยมีนิสัยชอบเกรงใจ​ จะไปเดินตากแอร์เฉยๆ​ ก็กระไรอยู่​ การจับจ่ายใช้สอยและซื้อของติดไม้ติดมือ​บ้างก็เลยเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยง​ไม่ได้

ก่อนที่จะลงทุน เราควรพิจารณาอะไรบ้าง ?

ถึงหุ้น​ 2 ตัวนี้จะจัดเป็นหุ้นกลุ่มที่มีความมั่นคงและมีมูลค่าการตลาดสูงเป็นอันดับต้นๆ​ ของประเทศ​ แต่เราก็ควรหาจังหวะดีๆ​ ในการเข้าลงทุน​ ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้า​เคาะเลย​ จะกลายเป็นนักลงทุน​ที่มีต้นทุนไฮโซได้นะจ๊ะ (ฮ่า)​ นอกจากนี้​ยังควรหาข้อมูล​ดีๆ​ เช่น​ มีการขยายสาขายังไง​ ธุรกิจ​อิ่มตัวแล้วหรือยังไปต่อได้อีกไกล​ มีวิธีรับมือกับการคุกคามของอินเตอร์เน็ต (Internet Disruption) ยังไง​ ลักษณะของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์​อย่างนี้​ ต้องกู้เงินมาลงทุนเยอะมั้ยหรือยังไง​ จะได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นมั้ย​ เป็นต้น

หุ้น ​ICHI ​ถึงแม้จะเป็นหุ้นเครื่องดื่มที่น่าจะได้ประโยชน์​ในหน้าร้อน​ แต่ก็เจอปัจจัยเฉพาะตัวเรื่อง​ภาษีความหวานที่เพิ่มขึ้น

สรุปหุ้นน่าเก็งกำไรที่ได้รับอานิสงค์จากฤดูร้อน

หุ้น CPALL​ ทำจุดสูงสุดในเดือนมีนาคม​ จากนั้นก็ย่อตัวลงมา​ แต่โดยรวมแล้ว​ ยังไม่หลุดเทรนไลน์​ขาขึ้นในกราฟรายเดือนเลย

สรุปหุ้นน่าเก็งกำไรที่ได้รับอานิสงค์จากฤดูร้อน

อย่าลืมว่า​ ‘การเก็งกำไร’ และ​ ‘การลงทุนระยะยาว’ เป็นคนละเรื่องกันนะจ๊ะ​ หุ้นกลุ่มนี้หลายๆ​ตัวจะเป็น “หุ้นน่าเก็งกำไร” เพราะราคาพุ่งสูงขึ้นจริงๆ​ในช่วงหน้าร้อน​ ซึ่งก็อาจเป็นเพราะแรงที่เข้ามาเก็งกำไร​ แต่ในระยะยาว​ ‘พื้นฐาน​กิจการ’ จะเป็นตัวกำหนดราคาที่แท้จริง​ เพราะฉะนั้นก่อนเคาะซื้อ​ เราควรกำหนดเป้าหมายไว้ในใจเลยว่า​ จะซื้อเพื่อเก็งกำไรหรือลงทุน​ ไม่ใช่ตอนแรกจะเก็งกำไรแต่พอราคาลง​ ตัดใจขายขาดทุนไม่ลง​ กลายเป็น VI จำเป็นไปนะจ๊ะ​ พี่ทุยเป็นห่วงนะ

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: