6 วิธีง่ายๆ​ป้องกันไฟไหม้พอร์ต

6 วิธีง่ายๆป้องกันไฟไหม้พอร์ต

4 min read  

ฉบับย่อ

  • การตัดขาดทุน (cut loss) และ​การหยุดขาดทุน (stop loss) เป็นวิธีการป้องกัน​ความเสียหาย​ของพอร์ต​ที่นักลงทุนทุกคนต้องทำ​ ถ้าเรากำหนดจุดตัดขาดทุนนั้นอย่างมีเหตุผล​ ไม่ใช้อารมณ์​ตัดสิน
  • นักลงทุน​เน้นคุณค่า (Value Investor)​ อาจเลือกขายเมื่อราคาหุ้นเต็มหรือเกินมูลค่าไปมาก​ โดยพิจารณา​จากตัวเลขทางการเงินต่างๆ​ หรือเมื่อพื้นฐาน​ของกิจการเปลี่ยนไปอย่างถาวร
  • นักลงทุน​ระยะสั้น-กลาง​ อาจเลือกขายทั้งหมดหรือบางส่วน​ โดยใช้เกณฑ์​ต่างๆ​ เช่น​ ราคาหุ้นหลุดแนวรับที่สำคัญ​ หลุดเส้น EMA ที่สำคัญ​ หลุดจุดที่เคยทะลุผ่านไปได้​ หลุดเทรนไลน์​

ช่วงหยุดยาวๆทีไรพี่ทุยชอบมากเลย (ฮ่า) เพราะได้พักผ่อนจากงานแล้วก็ใช้ชีวิตกันไป แล้วช่วงว่างก็หยิบหนังสือ​ดีๆ​สักเล่มมาอ่านเพลินก็สนุกดีเหมือนกัน ​แต่ไม่ว่าจะทำอะไรที่ไหนยังไง​ พัฒนาสุขภาพกายใจแล้ว​ อย่าลืมดูแล​ พอร์ตนะจ๊ะ ถือเป็นช่วงรีวิวพอร์ตกลางปีไปเลยในตัวก็ได้เหมือนกัน

ข่าวไฟไหม้ที่ห้าง​ Central World เมื่อช่วงก่อนวันหยุดยาวและข่าวมหาวิหารนอเทรอดามในประเทศฝรั่งเศสเกิดไฟไหม้​เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา​ ทำให้สูญเสียทั้งชีวิต​ ทรัพย์สิน​​อย่างประเมินค่าไม่ได้​ สะกิดใจพี่ทุยมากๆ​เลย​ จริงอยู่ว่า​ ชีวิตและความเสียหายทางด้านจิตใจคงไม่อาจทดแทนได้​ แต่ความเสียหายด้านทรัพย์สินที่เราประเมินเป็นตัวเลขได้​ สามารถชดเชยได้ด้วย​ การมีประกัน

ฮั่นแน่ !! อย่าเพิ่งส่ายหน้าใส่พี่ทุย​ (ฮ่า)นี่ไม่ได้มาขายประกันนะ หรือจะมาพูดถึงเรื่องประกันชีวิต ประกันสุขภาพอะไรแบบนั้นเลย​ แต่วันนี้พี่ทุยจะบอกว่าในเรื่องการลงทุนอย่างการลงทุนในหุ้นเนี้ย เราก็สามารถ ทำประกันให้พอร์ต​ของเราได้นะ​ แล้วก็ทำได้ไม่ยากเลย​ด้วย ด้วยสิ่งที่เรียกว่า​ “การตัดขาดทุน (Cut loss)” และ​ “การหยุดขาดทุน (Stop-loss)” ถ้าเรากำหนดเหล่านี้ไว้​ สามารถจะช่วยปกป้องเงินต้นให้เราได้อย่างดีมากๆ​​

ทันตแพทย์​สม​ สุจีรา​ เขียนในหนังสือ​ “จิตของนักเล่นหุ้น” ว่า​ “การตัดขาดทุนก็เหมือนการวิ่งหนีสึนามิเมื่อได้ยินสัญญาณ​เตือน​ เราอาจจะต้องวิ่งหนีเก้อสี่รอบ​ถ้าไม่เกิดขึ้นจริง​ แต่ถ้าครั้งที่ห้า​เกิดสึนามิขึ้นจริง​ล่ะ​ ทุกอย่างที่ผ่านมาก็คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม”​ นอกจากนี้​ทันตแพทย์​สม​ สุจีรายังให้แง่คิดว่า​ “การตัดขาดทุนก็เหมือนการตัดหางจิ้งจก​ เมื่อเราตัดไปแล้ว​ มันก็สามารถงอกออกมาใหม่ได้ตลอดเวลา​” 

วิลเลี่ยม​ โอนีล​ เทรดเดอร์ผู้สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ถึง​ 40% ต่อปีได้พูดถึงการ​ตัดขาดทุนในหนังสือ​ “how to make money in stocks (คัดหุ้นชั้นยอดด้วยระบบชั้นเยี่ยม)​” ว่า​ “คุณกำลังลดความเสี่ยงของคุณ​ให้อยู่ในระดับที่สบายใจ​กับมัน​ ถ้าคุณซื้อประกันรถยนต์ปีที่แล้ว​ แต่ปรากฏ​ว่า​ทั้งปีไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเลย​ มันแปลว่าคุณเสียเงินไปอย่างเปล่าประโยชน์​หรือเปล่า​ แล้วปีนี้คุณจะซื้อประกันแบบเดียวกัน​อีกมั้ยในปีนี้​ แน่นอนว่าคุณจะซื้อ”

แต่การตัดขาดทุน​ที่ไม่มีเหตุผลรองรับ​ ใช้แค่อารมณ์​ตัดสินล้วนๆ​ ก็ทำให้พอร์ต​เสียหายได้เหมือนกันนะ​ จริงหลักการตั้งจุดตัดขาดทุนหรือหยุดขาดทุนก็มีหลักการอยู่เหมือนกันนะ ตามพี่ทุยมาเลยพี่ทุยจะเล่าให้ฟังเอง !!

สำหรับนักลงทุน​ระยะยาว​ เน้นลงทุนแบบเน้นคุณค่า​

นักลงทุนกลุ่มนี้เลือกลงทุนในกิจการที่ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่า​ที่แท้จริง​ จุดที่ควรพิจารณา​ตัดขาดทุน (cut loss) / การการหยุดขาดทุน (stop loss) หรือจุดที่ขายหุ้นออกจากพอร์ต คือ

  1. ในเมื่อเราเลือกลงทุนในกิจการที่ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง​ ก็อาจจะเลือกขายทำกำไรในกิจการที่ราคาหุ้นเต็มมูลค่าหรือเกินมูลค่าไปมากแล้ว​ อย่างเช่น​ หุ้นของกิจการที่มีอัตราส่วนราคาต่อส่วนผู้ถือหุ้น​ (P/E) มาก และเมื่อดูโครงการในอนาคตก็คาดว่าการเติบโตจะไม่พุ่งพรวด​จนทำให้​กำไรต่อหุ้น (EPS) ​สูง​ และส่งผลให้​ P/Eลดลง​ ถ้าราคาสูงกว่ามูลค่าอย่างนี้จะรออะไรล่ะจ๊ะ​ ขายทำกำไรเถอะ​ แต่ถ้าบางคนผสานความรู้​ทางด้านเทคนิคอลเข้าไปด้วย​ อาจจะเลื่อนจุดทำกำไรขึ้นเรื่อยๆ​(trailing stop) และได้จุดขายที่ดีขึ้น​ อันนี้แล้วแต่ถนัดเลยนะ
  2. ขายเมื่อพื้นฐาน​ของกิจการเปลี่ยน​ หมายถึงเปลี่ยนอย่างถาวรเลยนะ​ เช่น​ เราถือหุ้น AOT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสนามบิน​ แล้วปรากฏว่า​ จู่ๆ​ ทุกคนในโลกก็บินได้ขึ้นมา​ อย่างนี้ก็ไม่มีคนใช้บริการสนามบินแล้ว​ ถ้าทาง AOT ไม่ได้ปรับเปลี่ยน​กิจการ​​ แบบมีเครื่องบินรุ่นที่สามารถ​เดินทางได้เร็วกว่าการที่บินเองร้อยเท่า​ เราก็ควรขายทำกำไรหรือแม้กระทั่งตัดขาดทุน​ เพราะพื้นฐาน​เปลี่ยนไปแล้ว​ หุ้นกิจการนี้คงไม่ค่อยกำไรเหมือนเดิม​แล้ว​ ท่องไว้นะจ๊ะ​ว่าอย่ารักหุ้นมาก​ รักไม่ช่วยอะไรเลย​ ฉันไม่ยอมเปลี่ยน​ เธอไม่ยอมเปลี่ยน​ แบบนี้ไม่โออย่างแรงนะ

สำหรับนักลงทุน​ระยะสั้นกลาง​ที่เน้นสร้างกระแสเงินสดและปั้นพอร์ต​

นักลงทุน​กลุ่มนี้เลือกซื้อตามเทคนิคอลหรือการดูกราฟนั่นเอง​ ซึ่งถ้าซื้อด้วยเทคนิคอล​ เราก็ควรจะ Cut Loss หรือ Stop loss ด้วยเทคนิคอลเช่นกัน​ ไม่ใช่ว่าราคาหุ้นหลุดแนวรับทางเทคนิคอลไปเยอะแล้ว​ เราก็เอาเหตุผลทางปัจจัยพื้นฐาน​มารองรับแทน​ แล้วบอกตัวเองว่า​ “เราเป็นวีไอ” นะจ๊ะ​ หลายคนเคยทำใช่มั้ยล่ะ​ ตาวิเศษเห็นนะ ไม่ใช่ไรหรอกเพราะพี่ทุยก็เคยเป็น (ฮ่า) ส่วนจุดตัดขาดทุนหรือล็อคกำไรที่พี่ทุยขอแนะนำคร่าวๆ​ คือ

  1. เมื่อราคาหุ้นหลุดแนวรับที่สำคัญ​ นักลงทุน​บางคนอาจรอดูราคาปิดก็ได้ว่ากลับมายืนที่แนวรับได้มั้ย​ เพราะหลายครั้งก็เป็น​ การเขย่าแต่ปิดวันก็มีแรงซื้อดึงกลับมายืนที่แนวรับ​ แต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ​ ถ้าราคาไม่กลับมายืนแนวรับจริงๆ​ เราก็ควรอวสาน​โลกสวยและปล่อยมือจากเค้าไป
  2. เมื่อราคาหลุดเส้น EMA ที่สำคัญ​ เด็กทุกคนมีผู้ปกครอง​ หุ้นแต่ละตัว​ก็จะมีเส้น EMA ที่เค้าเคารพอยู่เหมือนกัน​ เช่น​ หุ้นบางตัวเคารพเส้น EMA200 มาก​ ทุกครั้งที่ราคาลงมาแตะ​ จะเด้งกลับขึ้นไปทุกครั้ง​ แต่หากครั้งนี้ไม่เด้ง​ ก็เป็นสัญญาณ​ไม่ดีแล้ว
  3. ทะลุแนวต้านไปแล้ว​ แต่กลับมาและราคาหลุดแนวต้านที่เคยทะลุขึ้นไปได้​ แสดงว่า​การทะลุผ่านไปในครั้งก่อนนั้น​ เป็นเพียงแค่การเบรกหลอก (false break)

หลุดเทรนไลน์​ อาจจะพิจารณา​ทำกำไรบางส่วน​ เพราะการหลุดเทรนไลน์​ที่ชันกว่า​ เป็นแค่การเตือนว่าหุ้นมีโมเมนตัมหรือแรงลดลง​ แต่ไม่ได้หมายถึงจะเปลี่ยนแนวโน้มไปเลยนะ​ ไม่ใช่ว่าหลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้นจะเปลี่ยนเป็น​แนวโน้มขาลงเลย

6 วิธีง่ายๆ​ป้องกันไฟไหม้พอร์ต

ลองกำหนดจุดในการเข้าซื้อและขายหุ้นกันดูนะจ๊ะ​ จะช่วยลดปัญหาการขายหมูและติดดอยได้เยอะเลย​ พี่ทุยว่าจุดขายหุ้นสำคัญ​ไม่น้อยไปกว่าจุดเข้าซื้อเลย​ เข้าอย่างราชา​ เราก็ต้องออกอย่างสง่างามด้วยนะ​ (ฮี่ฮี่)


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: