ลงทุนอย่างไรดีในช่วง "หุ้นตก" ในมุมมองเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม

ลงทุนอย่างไรดีในช่วง “หุ้นตก” ในมุมมองเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม

3 min read  

ฉบับย่อ

  • คนเราจะรู้สึกแย่ตอนที่เราสูญเสียมากกว่าความรู้สึกดีเวลาที่ได้รับ
  • แม้ว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้นในระยะยาวจะดีกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ก็ยังลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆอยู่มาก เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความสูญเสียระยะสั้น
  • รูปแบบข้อมูลที่นักลงทุนได้รับมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ในช่วงนี้ฝนตก ท้องฟ้าไม่ค่อยแจ่มใส (เหมือนกับช่วงตลาด “หุ้นตก” นี่แหละ) ถ้าอยู่ดีๆมีคนมาชวนพี่ทุยเล่มเกมแล้วให้ทายว่า พรุ่งนี้ฝนจะตก หรือ อากาศแจ่มใส ? ถ้าทายถูกพี่ทุยจะได้เงิน 10,000 บาท แต่ถ้าทายผิดจะต้องเสียเงิน 5,000 บาท จะเล่นกันมั้ย ? แน่นอนพี่ทุยไม่เล่น เพราะพี่ทุยกลัวเสียเงิน (ฮา) ใครมันจะไปรู้เล่าว่าฝนจะตกมั้ย พยากรณ์อากาศบางทียังเชื่อไม่ได้เลย!

ในเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม หรือการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ที่นำเอาศาสตร์ด้านจิตวิทยาเข้ามาประยุกต์ใช้ เขาก็มีทฤษฎีหนึ่ง เรียกว่าทฤษฎีความคาดหวัง (Prospect Theory) ของคุณแดเนียล คาห์เนแมน (Daniel Kahneman) ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์เมื่อปี พ.ศ. 2545 กับคุณเอมอส ทเวอร์สกี (Amos Tversky) ที่เสียชีวิตลงเมื่อปี พ.ศ. 2539 และไม่ได้รับรางวัลโนเบล เพราะรางวัลโนเบลไม่มีนโยบายการมอบรางวัลให้กับผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ทฤษฎีนี้เขาอธิบายเปรียบเทียบระหว่างการสูญเสียและการได้รับ ทฤษฎีบอกว่าเราจะรู้สึกแย่ตอนที่เราสูญเสียมากกว่าตอนที่เรารู้สึกดีตอนที่ได้รับ

ดูตัวอย่างพี่ทุยได้ พี่ทุยคงรู้สึกแย่มากถ้าจะเสียเงินสัก 5,000 บาท แม้ว่าพี่ทุยมีโอกาสจะได้เงินตั้ง 10,000 บาทแหนะ พูดอีกอย่างหนึ่งคือ พี่ทุยไม่อยากจะรู้สึกแย่จากการสูญเสีย (Loss Aversion) พี่ทุยก็เลยเลือกที่จะไม่เล่นเกมซะเลย เล่นทายแค่ครั้งเดียวเอง ถ้าทายกันทุกวันก็ว่าไปอย่าง พี่ทุยจะได้มีโอกาสแก้ตัวบ้างถ้าพี่ทุยทายผิด คิดได้งี้พี่ทุยก็เลยบอกเขาไปว่าพี่ทุยจะยอมเล่นเกมนี้ก็ต่อเมื่อ พี่ทุยจะได้เล่นเกมทายผลดินฟ้าอากาศแบบนี้ทุกวันไปอีก 100 ครั้ง

ตามหลักสถิติที่พี่ทุยลองคิดคำนวณดูแล้ว พี่ทุยมีโอกาสที่จะเสียเงินน้อยลงมากเลยนะถ้าพี่ทุยเล่นเกมทายฝนฟ้าอากาศไปอีก 100 ครั้ง เพราะเวลาทายถูกเขาให้พี่ทุยตั้ง 10,000 นึง แต่เวลาทายผิดพี่ทุยเสียแค่ 5,000 บาท แต่พี่ทุยก็รู้สึกว่าตรรกะของพี่ทุยจะค่อนข้างแปลกๆนิดนึงนะ เพราะพี่ทุยเลือกที่จะไม่เล่นเกมทายฝนฟ้าอากาศในครั้งแรกไปแล้วเพราะรู้สึกว่าจะรู้สึกแย่มากถ้าเสียเงิน การเล่นเกมครั้งต่อมาพี่ทุยก็ควรจะรู้สึกแบบเดิมอีก แล้วพี่ทุยก็ควรจะไม่เล่นเกมในครั้งต่อๆมาเหมือนเดิมใช่มั้ย ก็อย่างว่าแหละพี่ทุยเองก็ยังมีข้อจำกัดในการใช้เหตุผลอยู่เพราะพี่ทุยไม่ใช่มนุษย์เศรษฐศาสตร์! เขามีคำเรียกการที่พี่ทุยคิดแยกผลลัพธ์ของการเล่นเกมเป็นครั้งๆไป แล้วทำให้พี่ทุยไม่เล่นเกมในครั้งแรกแบบเก๋ๆด้วยนะว่า การหลีกเลี่ยงความสูญเสียระยะสั้น (Myopic Loss Aversion)

แล้วทั้งหมดนี้มันเกี่ยวอะไรกับการเล่นหุ้นล่ะ ?

อย่างที่ทราบๆกันดีอยู่แล้วว่าผลตอบแทนหุ้นเฉลี่ยในระยะยาวดีกว่าผลตอบแทนจากสินทรัพย์อื่นๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ เงินฝากประจำ 1 ปี จากผลตอบแทน 10 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ถึง พ.ศ. 2560 แสดงให้เห็นว่าหุ้นไทยมีผลตอบแทนเฉลี่ย 11.61% ตามมาด้วย พันธบัตรรัฐบาล 5.15% ทองคำ 4.5% และลำดับสุดท้ายเงินฝากประจำ 1 ปี 1.73% (ที่มา www.set.or.th) แต่แล้วทำไมยังมีคนลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆมากอยู่ พี่ทุยลองมาคิดๆดูคำตอบอาจจะมาจากการที่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่กำลังหลีกเลี่ยงความสูญเสียระยะสั้นกันอยู่แบบที่พี่ทุยเลือกที่เลี่ยงไม่เล่นเกมทายฝนฟ้าอากาศในครั้งแรก ซึ่งในบริบทของการเล่นหุ้น คือ การเลือกที่จะไม่ลงทุนในหุ้น แต่เลือกลงทุนในสินทรัพย์อื่นแทน เพราะกลัวว่าในระยะสั้นจะเสียเงินจากการที่หุ้นตก ทั้งๆที่ในระยะยาว หุ้นก็ยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

จากการทดลองทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมที่ทดลองกับนักศึกษาปริญญาตรีมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (University of Southern California) จำนวน 36 คน คนที่แวะมาร้านกาแฟในย่านเวสต์วูด เมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 62 คน นักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) 65 คน และนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยคอร์แนล (Cornell University) 37 คน ได้ผลการทดลองที่ตรงข้ามกับที่พี่ทุยเล่นเกมนะ กลุ่มทดลองส่วนใหญ่จะเล่นเกมทายแค่ครั้งเดียว แต่จะไม่เล่นเกมถ้าเล่นเกมต่อไปหลายๆรอบ เพราะกลุ่มทดลองมองว่าการเล่นหลายๆครั้งมันดูเสี่ยงกว่า แต่เมื่อลองให้ข้อมูลแบบที่พี่ทุยคิดคำนวณว่าโอกาสที่จะเสียเงินมีน้อยมากๆเมื่อเล่นหลายๆครั้ง ผลปรากฏว่ากลุ่มทดลองเปลี่ยนใจมาเล่นเกมหลายๆครั้งแบบพี่ทุยกันหมดเลย แต่พอลองลดขนาดของจำนวนเงินที่เสียเวลาทายผิดในแต่ละครั้ง ผลปรากฏว่ามีคนยอมเล่นเกมแบบต่อเนื่องมากขึ้น

อีกการทดลองหนึ่ง มีการทดลองกับพนักงานและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ให้เลือกว่าจะลงทุนอย่างไรในกองทุนเพื่อวัยเกษียณของตัวเองจริงๆ โดยมีให้เลือกสองกองทุน คือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นกับกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลโดยไม่บอกกลุ่มทดลองว่าแต่ละกองทุนคือสินทรัพย์แบบใด บอกแต่เพียงแค่ผลตอบแทน แต่ความน่าสนใจอยู่ที่การทดลองนี้จะแบ่งกลุ่มทดลองเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่ได้รับข้อมูลผลตอบแทนของกองทุนเป็นรายปี กับกลุ่มที่ได้เห็นตอบแทนเฉลี่ยใน 30 ปี ผลการทดลองปรากฎว่ากลุ่มพนักงานและอาจารย์ที่ได้ข้อมูลผลตอบแทนกองทุนเป็นรายปี มีการลงทุนในกองทุนหุ้นแค่ประมาณ 40% และ 60% ของเงินลงทุนตามลำดับ แต่เมื่อได้ข้อมูลผลตอบแทนกองทุนในปีที่ 30 กลุ่มทดลองลงทุนในหุ้นถึงประมาณ 80% ของเงินลงทุนในกองทุนวัยเกษียณทั้งหมด

จากผลการทดลองทั้งสอง แสดงให้เห็นว่ารูปแบบข้อมูลที่ผู้ลงทุนได้รับมีผลต่อการตัดสินใจในการลงทุน กลุ่มผู้ลงทุนที่รู้ข้อมูลว่าโอกาสที่จะเสียเงินมีน้อยลงในระยะยาว หรือกลุ่มผู้ลงทุนที่ได้รับข้อมูลผลตอบแทนการลงทุนในระยะยาวเท่านั้นจะลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ซึ่งในการทดลอง คือ กลุ่มผู้ลงทุนจะลงทุนในกองทุนหุ้นประมาณ 80% และลงทุนในกองทุนพันธบัตรรัฐบาลแค่ 20% แต่ผลความแตกต่างตรงนี้จะหายไปเมื่อผลตอบแทนของหุ้นมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลแค่ 3 % ในระยะยาว จากเดิมผลตอบแทนหุ้นจะมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลประมาณ 6 % ในระยะยาว

รู้อย่างนี้ พี่ทุยก็เลยจะขอแนะนำว่า ใครที่จะลงทุนระยะยาวก็ให้กระจายลงทุนไปที่กองทุนหุ้นมากหน่อย เพราะมันให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในระยะยาวจริง พอลงทุนเสร็จพี่ทุยก็แนะนำให้เลิกดูเลิกตามไปเลยว่ามันจะขึ้นจะลงยังไงผลตอบแทนเป็นยังไงแล้วตอนนี้ “หุ้นตก” มากแค่ไหนก็ช่างมัน แนะนำให้เปิดดูอีกทีตอนเกษียณเลยจ้า เพราะถ้าเราเผลอเปิดขึ้นมาดู หรือดูสรุปผลตอบแทนกองทุนแบบรายปี หนักหน่อยคือดูมันทุกเดือน หรือหนักที่สุดคือดูมันทุกวัน เรามีโอกาสที่จะเห็นกองทุนหุ้นของเราตก และผลตอบแทนติดลบได้บ่อยขึ้น ผลก็คือเราจะกระจายเงินลงทุนในหุ้นน้อยลง เพราะกลัวจะขาดทุน สุดท้ายเราก็จะทิ้งโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนสูงสุดในระยะยาวไปนั่นเอง

Reference:

  • บทที่ 20 คิดกรอบแคบในเขตอัปเปอร์อีสต์ไซด์ หน้า 254 ในหนังสือเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Misbehaving) เขียนโดย Richard H. Thaler แปลโดย ศรพล ตุลยะเสถียร และพิมพัชรา กุศลวิทิตกุล
  • บทความ Risk Aversion or Myopia? Choices in Repeated Gambles and Retirement Investments เขียนโดย Shlomo Benartzi และ Richard H. Thaler

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: