ลงทุนหุ้น “IPO” ยังไงไม่ให้เจ๊ง ?

0
2476
ลงทุนหุ้น

BRIEF

  • หุ้น IPO เป็นหุ้นน้องใหม่ที่เข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ มีทั้งบริษัทใหญ่ กลาง เล็ก ยิ่งตลาดหุ้นขาขึ้น บริษัทต่างๆยิ่งทยอยเข้ามาจดทะเบียนเพื่อระดมทุนกันในตลาดหุ้นมากขึ้นเรื่อยๆ
  • การจองซื้อหุ้น IPO มีอยู่ 2 แบบหลักๆ จองก่อนเข้ามาเทรดในกระดานหุ้น กับซื้อหุ้น IPO วันแรก ที่เข้ามาเทรดในกระดาน ราคาหุ้นจะขึ้นลงอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จนมีแรงเก็งกำไรปริมาณการซื้อขายสูง ความเสี่ยงจึงสูงตามมาด้วย
  • ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหุ้น IPO สิ่งสำคัญที่ต้องดูไว้ให้ดีๆ คือ โมเดลธุรกิจ ผลประกอบการของบริษัทย้อนหลัง 3-5 ปี วัตถุประสงค์ในการระดมทุน และประเมินมูลค่าหุ้นที่แท้จริงก่อนทุกครั้ง

ถ้าได้หุ้น “IPO” มาแล้วกำไรจริงหรือ ?

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจหุ้น “IPO” กันก่อน หุ้น IPO คือ หุ้นที่ได้เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จริงๆย่อมาจาก Initial Public Offering มักจะเป็นที่จับตาต้องใจของนักลงทุนทั้งมือใหม่และมือเก่า ยิ่งช่วงตลาดหุ้นขาขึ้น บริษัทจะนำหุ้นมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น

การที่บริษัทจะออกขายหุ้น IPO หรือไม่นั้น อยู่ที่ว่า บริษัทกำลังมองหาแหล่งเงินทุนที่นอกเหนือจากแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน ที่บางทีมีต้นทุนที่สูงกว่าระดมเงินทุนจากประชาชน เพื่อนำเงินทุนเหล่านี้มาขยายกิจการหรือใช้ด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ถ้าบริษัทต้องการออก IPO จะทำผ่านกระบวนการกับทางบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งจะรับหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (Underwriters)

หุ้น IPO จะเห็นได้ว่า ยิ่งบริษัทที่มีขนาดใหญ่ๆ หรือบริษัทที่เป็นที่รู้จักดีของสาธารณชน เช่น อาฟเตอร์ ยู, โอสถสภา มักที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่แห่จองหุ้น IPO กันมากมาย ซึ่งบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนจากนักลงทุน เพื่อนำเงินทุนไปต่อยอดขยายกิจการต่อไป

แต่ยังไงก็ตาม ไม่ได้มีแต่บริษัทที่มีชื่อเสียงที่มาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น ก็ยังมีบริษัทอื่นๆ ที่สามารถผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แล้วเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์ได้เช่นกัน บางบริษัทอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนักลงทุนกันเท่าไหร่ บางบริษัทก็ยังมีขนาดที่ไม่ใหญ่โตมากนัก สิ่งเหล่านี้อาจนำพามาซึ่งความเสี่ยงในการลงทุนได้

เพราะฉะนั้นแล้วจึงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง ก่อนที่จะตัดสินใจจองหรือซื้อหุ้น IPO กันวันแรกที่เทรดในกระดานหุ้น ทำให้เราเจ๊งได้แบบไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว !

การซื้อหุ้น IPO มีวิธี 2 แบบหลัก

1. จองซื้อหุ้น IPO ก่อนเข้าตลาดหุ้น

เป็นวิธีที่บริษัทจะประกาศให้จองหุ้น IPO ผ่านโบรคเกอร์ต่างๆ ให้นักลงทุนที่สนใจสามารถเข้าจองหุ้น IPO ได้ ในราคาที่กำหนดไว้ แต่ในความเป็นจริง หุ้นจะมีจำนวนจำกัด ไม่ใช่ว่ารายย่อยมือใหม่อย่างเราๆจะจองกันได้ทุกคนนะ พวกนี้มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การกำหนดโควต้าการจองหุ้น IPO ให้กับนักลงทุนบางคนบางกลุ่ม ที่มีปริมาณการซื้อขายเยอะๆ หรือให้กับลูกค้ากลุ่มพิเศษที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทางบริษัทนั้นๆ ยิ่งเป็นหุ้น IPO บริษัทใหญ่ๆ ด้วยแล้ว มือใหม่อย่างเราหาโอกาสจะจองหุ้น IPO แบบนี้ยากมากกกก จึงนำพาไปสู่วิธีในข้อที่ 2 กันต่อ..

2. ซื้อหุ้น IPO เมื่อเข้ามาเทรดในตลาดวันแรก

หลังจากที่รายย่อยพลาดจากการจองหุ้น IPO ก่อนเข้าตลาดกันมาแล้ว วันที่รอคอยของนักเก็งกำไรอีกวันหนึ่ง คือ วันแรกที่หุ้น IPO เข้ามาเทรดบนกระดานหุ้น ราคาหุ้นจะขึ้นลงอย่างตื่นตาตื่นใจ บางตัวพุ่งแรงไปกว่าหลายเด้งเป็นเท่าตัวของราคาจอง IPO เลย แต่บางตัวราคาหุ้นกลับต่ำกว่าราคาจอง IPO ก็มีหลายตัว ! แต่บางตัวราคาช่วงเช้าขึ้นไปหลายสิบเปอร์เซ็นต์ แต่พอช่วงบ่ายใกล้ๆปิดตลาด ถูกแรงเทขายทำกำไรออกมาอย่างรวดเร็ว จนราคาต่ำกว่าราคาจอง IPO ทำให้มือใหม่ที่เข้าไปเล่น กลายเป็นแมงเม่าน้อยหลงบินเข้าไปในกองไฟตามระเบียบ !

วิธีป้องกันการเจ๊งหุ้นจากการซื้อหุ้น IPO ทำได้อย่างไรบ้าง ?

วิเคราะห์โมเดลธุรกิจ ผลประกอบการ และแนวโน้มเติบโตในอนาคต

ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อหุ้น IPO ต้องคิดให้ดีก่อน เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ต้องเข้าใจบริษัทที่ออก IPO ว่าประกอบธุรกิจอะไรอยู่ ทำธุรกิจที่ดีมีอนาคตอยุ่หรือไม่ หรือว่ากำลังอยู่ในธุรกิจที่ตะวันตกดิน มีแนวโน้มความเสี่ยงจะเจ๊งมากน้อยเพียงใด มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่เท่าไหร่ มีคู่แข่งขันกันในตลาดสูงมั้ย มีอำนาจต่อรองกับลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด ?

นอกจากนั้นสิ่งที่ควรต้องดูเพิ่มเติมให้ดีๆเลย ก็คือ ผลประกอบการของบริษัท อย่างน้อย 3-5 ปีย้อนหลัง ก่อนที่บริษัทจะเข้าตลาดหุ้นว่ามีแนวโน้มอย่างไร รายได้ กำไร สินทรัพย์ ว่ายังเติบโตดีอยู่มั้ย ส่วนความเสี่ยง หนี้ หรือหนี้สินต่อทุน ลดน้อยลงมั้ย และรวมถึงความสามารถของผู้บริหาร รวมถึงคุณธรรมจริยธรรมของทีมกรรมการบริหารด้วย แล้ววิเคราะห์ว่ามีปัจจัยหลักๆใดอีกบ้างที่จะส่งผลต่อบริษัทได้

วัตถุประสงค์ในการออก IPO

วัตถุประสงค์ในการระดมทุนก็เป็นสิ่งสำคัญ สะท้อนถึงบริษัทมีโอกาสเติบโตหรือความเสี่ยง เช่น ระดมทุนเพื่อไปขยายกิจการ เพื่อไปลงทุนโครงการใหม่ ๆ หากระดมทุนเพื่อไปจ่ายชำระหนี้ หรือเพื่อไปใช้เงินทุนหมุนเวียนบริษัท เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังไว้ก่อน !

อย่าลืมประเมินมูลค่าหุ้น IPO ที่เหมาะสมก่อนทุกครั้ง

การซื้อหุ้นทุกครั้ง ไม่ใช่แค่หุ้น IPO เท่านั้นนะ สิ่งสำคัญคือ นักลงทุนควรประเมินมูลค่าหุ้นก่อนทุกครั้ง ควรหาหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง บางคนอาจจะใช้มูลค่าการประเมินจากบทวิเคราะห์ต่างๆ ก็ได้ หรือถ้าอยากลองคิดเองเอาแบบไม่ยาก ก็ลองหาค่า P/E หรือ P/BV เพื่อเปรียบเทียบมูลค่าความถูกแพงของหุ้นกับอุตสาหกรรมนั้นๆ หรือหุ้นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันด้วยก็ได้ ซึ่งหุ้น IPO เหล่านี้มักจะเป็นหุ้นที่เพิ่งเข้ามาในตลาดได้ไม่นาน ดังนั้นข้อมูลเหล่านี้จึงจะหาได้ยากกว่าหุ้นปกติทั่วไปที่อยู่ในตลาดหุ้นมาแล้วในระยะหนึ่ง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนจะต้องทำการบ้านเพิ่มเติมให้ดีๆก่อน หรือลองสอบถามไปยังโบรคเกอร์ที่เราใช้บริการอยู่ก็ได้เช่นกัน ใช้โบรคเกอร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไหนๆก็เสียค่าคอมมิชชั่นกันไปแล้วเนอะ

บทความนี้ พี่ทุยหวังว่าเพื่อนๆ นักลงทุนที่สนใจลงทุนหุ้น IPO อยู่จะสามารถนำไปปรับใช้กันได้ เชื่อว่าถ้าเราทำได้ตามนี้ เราจะไม่เจ๊งหุ้น IPO อย่างแน่นอน สิ่งหนึ่งที่ต้องควบคุมดูแลให้ดีด้วย คือ จิตวิทยาการลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญ บางทีเราอาจจะเห็นราคาหุ้น IPO ที่เข้ามาเทรดกันวันแรกกำลังขึ้นไปสูงๆ แล้ว เกิดอยากเข้าไปเล่นตามเขาด้วย ทั้งที่ไม่ทำการบ้านศึกษาให้ดีพอก่อน จะทำให้เราพลาดได้ง่ายๆ

บางทีหุ้น IPO บางตัวราคาสูงจนเกินไป วันใดวันหนึ่งราคาหุ้นก็จะปรับตัวลดลงมาในที่สุด วันนั้นเราค่อยหาจังหวะการลงทุนในหุ้น IPO นี้ก็ได้ ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการรอคอยหุ้นดีในราคาที่ถูก คิดจะทำการณ์ใหญ่ ใจต้องนิ่ง ดูให้ออกว่า เกมไหนเราควรเล่น เกมไหนเรามีโอกาสชนะ แล้วจึงเข้าลงสนามไปลุย…

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*