รีบช้อนหุ้น อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย

รีบช้อนหุ้น อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ดัชนีหุ้นปรับตัวลงแรง ทำให้หลายคน “รีบช้อนหุ้น” แต่ภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ ยังคงเต็มไปด้วยความเสี่ยงรุมล้อม การรีบช้อนหุ้น อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย
  • สิ่งที่สำคัญที่นักลงทุนควรจะเตรียมพร้อมกันไว้เสมอคือ การระมัดระวังกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และมีแนวทางที่ชัดเจนในการประเมินว่า ระดับใดคือจุดที่เหมาะสม ไม่ใช่การเข้าซื้อเพราะเพียงแค่ราคาถูกลงกว่าเดิม

เมื่อดัชนีหุ้นปรับตัวลงแรง คำถามที่มักโผล่เข้ามาสำหรับใครหลายๆ คน คือ “ราคานี้ถูกพอแล้วหรือยัง ?” เพราะโดยทั่วไปแล้ว คนเรามักจะคุ้นชินกับสิ่งที่เพิ่งจะผ่านไปไม่นาน เช่นเดียวกับราคาหุ้นที่อาจจะเคยซื้อขายอยู่ในช่วงราคาหนึ่ง เมื่อปรับตัวลง เราก็มักจะเริ่มคิดว่ามันลดราคาลงมาแล้ว จนอาจจะลืมไปว่า เรากำลังจะเข้าไป ‘รับมีด’ อยู่หรือเปล่า ? การ รีบช้อนหุ้น อาจจะได้ไม่คุ้มเสียนะพี่ทุยว่า

‘รับมีด’ เป็นศัพท์ที่แวดวงการลงทุนมักจะใช้กับสถานการณ์ในลักษณะดังกล่าว หรือก็คือ การเข้าไปช้อนซื้อหุ้น ในขณะที่ราคากำลังปรับตัวลงต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว คล้ายกับการพยายามเข้าไปรับมีดที่กำลังหล่นลงพื้น (Falling knife) ซึ่งมีโอกาสจะได้รับบาดเจ็บสูง

อย่างในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยลดลงประมาณ 8% จาก 1748 จุด มาแตะ 1600 จุด ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ใน 1646 จุด และหากพิจารณาจากจุดสูงสุดที่ 1848 จุด เมื่อต้นปี 2561 ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงมาแล้วประมาณ 12%

ถามว่า ดัชนีลดลงมาขนาดนี้แล้ว มันน่าจะเข้าไปรับได้หรือยัง ?

ในความเป็นจริงแล้วก็คงจะไม่มีใครสามารถบอกจุดต่ำสุดของการเคลื่อนตัวในแต่ละรอบได้อย่างแม่นยำ 100% แต่จากสถิติของตลาดหุ้นไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2552 – 2562) หากดัชนี SET ปรับตัวลงประมาณ 10% จากจุดสูงสุดในรอบนั้นๆ 9 จาก 15 ครั้ง หรือคิดเป็น 60% ดัชนี SET จะปรับตัวลงต่อเนื่องอีกเฉลี่ย 10% โดยความเสียหายสูงสุดจากที่ปรับดัชนีลดลงต่อเนื่องนี้ สูงถึง 23.5%

ฉะนั้นแล้ว สิ่งที่สำคัญที่นักลงทุนควรจะเตรียมพร้อมกันไว้เสมอคือ การระมัดระวังกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และมีแนวทางที่ชัดเจนในการประเมินว่า ระดับใดคือจุดที่เหมาะสม ไม่ใช่การเข้าซื้อเพราะเพียงแค่ราคาถูกลงกว่าเดิม ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนมักจะรีบเข้าไปช้อนซื้อหุ้นเมื่อราคากำลังปรับตัวลงมา คือ ประโยคที่เรามักจะคุ้นชินกันอยู่แล้วว่า “จงกลัวเมื่อคนอื่นโลภ และควรโลภเมื่อคนอื่นกำลังกลัว” ซึ่งเป็นประโยคที่มาจาก Warren Buffett นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของโลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประโยคนี้ไม่ได้ต้องการให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นเพียงเพราะแค่มันมีราคาถูกลง หรือแค่เพียงการสวนกระแส แต่สิ่งสำคัญคือ การพยายามเข้าซื้อหุ้นในจุดที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value)

ส่วนที่มาของประโยคก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้เป็นแนวทางหลักที่ Buffett ใช้ในการลงทุนซะทีเดียว เพียงแต่เป็นสิ่งที่เขาเคยแนะนำเอาไว้ สำหรับนักลงทุนที่พยายามเข้าลงทุนแบบจับจังหวะตลาด

“นักลงทุนควรจำไว้ว่าความตื่นเต้นและค่าใช้จ่ายเป็นศัตรูตัวฉกาจของเขา และถ้าเขายังยืนยันที่จะใช้จังหวะในการเข้ามาในตลาดหุ้น พวกเขาควรจะกลัวเมื่อคนอื่นกำลังโลภและควรจะโลภเมื่อคนอื่นกำลังมีความกลัว”

ข้ามมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการลดลงของดัชนีหุ้นทั่วโลกในขณะนี้ เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับประเด็นปัญหาทั้งจากภายในและภายนอก ซึ่งเป็นเหมือนสัญญาณเตือนถึงโอกาสที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย และคงจะกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัญญาณแรกที่ชัดเจนอย่างมาก คือ เรื่องของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งเป็นสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก และยังคงไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อต่างฝ่ายต่างพยายามจะใช้การตั้งแพงภาษีมาเป็นเครื่องมือในการสู้รบ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดผลลบต่อทุกๆ ฝ่าย

สัญญาณเตือนถัดมา คือ เรื่องของ Inverted Yield Curve ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ผิดปกติ เมื่อผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปี ของสหรัฐ ลดลงมาต่ำกว่าผลตอบแทนระยะสั้นอายุ 2 ปี ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วผลตอบแทนระยะยาวจะต้องสูงกว่าระยะสั้น ความกังวลที่เกิดขึ้นต่อประเด็นของ Inverted Yield Curve ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเป็นสิ่งผิดปกติที่นาน ๆ จะเกิดที แต่การเกิดปรากฏการณ์นี้ 6 ใน 7 ครั้ง ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตามมาในช่วง 12 เดือนหลังจากนั้น

จะเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ ยังคงเต็มไปด้วยความเสี่ยงรุมล้อม บางครั้งเราอาจจะรู้สึกได้ว่าเราเข้าซื้อในจุดที่ถูก (กว่าเมื่อก่อน) แล้ว แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีถูกกว่าให้เห็นได้อีก หากความเสี่ยงยังไม่ได้คลี่คลายไป และอีกสิ่งหนึ่งที่เราน่าจะทำได้ดีที่สุดในการลงทุน คือ การอดทนรอจนกว่าเราจะเห็นมีดที่กำลังร่วงหล่น ได้ลงไปอยู่ที่พื้นเรียบร้อยแล้ว เมื่อนั้นเองก็คงจะยังไม่สายที่จะก้มลงไปหยิบมีดขึ้นมา โดยไม่ต้องเสี่ยงจะถูกมีดบาดเอาได้


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: