ประกาศปิดตัว!! "เว็บเทรด Bitcoin" อันดับ1ของไทย

ประกาศปิดตัว!! “เว็บเทรด Bitcoin” อันดับ 1 ของไทย

3 min read  

ฉบับย่อ

  • BX เว็บไซต์เทรดดิ้งและ wallet ของ Crypto currency ในไทย ประกาศปิดตัวลง
  • ลูกค้าจะสามารถฝากเงินได้ถึงวันที่ 6 กันยายน 2562 ซื้อขายได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 และถอนเงินได้ก่อน 1 พฤศจิการยน 2562
  • คนที่มีเงินอยู่ใน BX ต้องระวังความผันผวนของราคา Crypto currency เพราะคาดว่ามีผู้ใช้งานถอนเงินเป็นจำนวนมาก
  • ปัจจุบันยังเหลือเว็บไซต์ในไทยที่ได้รับใบอนุญาตและเปิดใช้งานอีก 3 เว็บไซต์ได้แก่ www.bitkub.com www.satang.pro www.coinassets.co.th 
  • ระวังเฟซบุ๊กปลอมและเว็บไซต์ปลอมหาผลประโยชน์จากธุรกรรมออนไลน์ในช่วงนี้ หากพบปัญหาสามารถติดต่อ ศูนย์ช่วยเหลือนักลงทุน
  • ปัจจุบันในปีนี้ Bitcoin เริ่มฟื้นตัว และเริ่มมีข่าวบริษัทใหญ่ๆให้ความสนใจเริ่มพัฒนาและจับมือกับเหรียญสกุลเงินต่างๆมากขึ้น อาจทำให้เราเห็นนวัตกรรมใหม่ในอนาคตอันใกล้

สำหรับใครที่อยู่ในวงการ Crypto Currency ในไทยนั้น ไม่มีใครไม่รู้จักเว็บไซต์นี้อย่างแน่นอน www.bx.in.th BX เป็นเว็บเทรด Crypto Currency หรือ “เว็บเทรด Bitcoin” เว็บแรกๆที่มีในไทย และเป็นเว็บที่คนนิยมเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย โดยปัจจุบัน BX มีอายุมากกว่า 5 ปีแล้ว

นอกจากการเทรดแล้ว BX ยังเป็น Wallet หรือกระเป๋าเงินของ Crypto Currency เพราะเหรียญเหล่านี้อยู่ในรูปแบบดิจิตอล ทำให้เราต้องมีตัวกลางที่คอยเก็บเงินหรือเหรียญเหล่านี้ไว้ หรือที่เรียกกันว่า Walletเว็บเทรด Bitcoin

แต่ช่วงหลังหลังมานี้ เหรียญ Crypto Currency เริ่มไม่ค่อยเป็นนิยมอย่างที่ผ่านมาและราคาเหรียญหลักอย่าง Bitcoin ก็มีมูลค่าลดลงไปมาก ตั้งแต่ช่วง 2-3 ปีที่แล้ว ทำให้คนเริ่มมาซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือว่าเทรดกันน้อยลงอย่างหนัก

ทำให้รายได้หลักของ BX อย่างค่า Transaction Fee ลดลง และอาจไม่คุ้มค่าบริหารเว็บและระบบ BX จึงตัดสินใจประกาศปิดตัวลงและไม่ต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลใน ปี2563 อีก

แล้วคนที่มีเงินอยู่ในบัญชี “เว็บเทรด Bitcoin”ต้องทำอย่างไร?

คนที่ใช้บริการเว็บไซต์ BX ยังสามารถใช้บริการได้ปกติอยู่ถึงวันที่ 6 กันยายน 2562 จะไม่สามารถฝากเงินเข้าไปเพิ่มใน BX ได้อีกแล้ว พอหลังจากวันที่ 30 กันยายน 2562 ระบบของ BX จะปิดทำการไม่สามารถซื้อขายได้ และจะปิดตัวลงในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ที่จะถึงนี้

ดังนั้นหากใครมีเงินอยู่ใน BX อาจจะต้องรีบตัดสินใจว่าจะทำการขายหรือโอนย้ายไป Wallet ที่เว็บอื่น เพื่อไม่ให้ติดปัญหาหรือมีเงินตกค้างอยู่ใน BX และไม่สามารถถอนออกมาได้ในอนาคต

สิ่งที่ต้องระวังเพิ่มเติมเลยคือพอ BX ประกาศจะปิดเว็บไซต์ในอนาคต ค่าเงินในเว็บ BX อย่าง BTC หรือ Bitcoin มีมูลค่าลดลงอย่างกระทันหันและมีความผันผวนมาก ตอนขายอาจจะต้องระวังในส่วนนี้ด้วย หรือหากใครมีกระเป๋าเงินที่อื่นอาจจะเลือกโอนย้ายไปฝากไว้ก่อนก็ได้

เว็บ “ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล” ที่ได้รับใบอนุญาตในไทยเหลือที่ไหนบ้าง

ห้าง BX ปิดทำการลงจะเหลือเว็บไซต์ที่ได้รับอนุญาตและเข้าใช้งานได้อีก 3 เว็บ ได้แก่

  • บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด www.bikub.com
  • บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TDAX) www.satang.pro
  • บริษัท คอยน์ แอสแซท จำกัด (Coin Asset) www.coinsasset.co.th

หากใครสนใจเว็บไซต์ไหนก็ลองตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยของทรัพย์สินของทุกคนด้วย

หากพบปัญหาในการนำเงินออกมีใครสามารถปรึกษาช่วยเหลือได้?

เว็บ BX เป็นเว็บไซต์ทางการและมีใบอนุญาตชัดเจน โดยผู้ที่ดูแลและออกใบอนุญาตนี้คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. นั่นเอง ซึ่งหากใครมีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ ทาง ก.ล.ต. ก็มีหน่วยคอยให้คำปรึกษาและดูแลปัญหา โดยสามารถติดต่อศูนย์ช่วยเหลือนักลงทุน ของ ก.ล.ต.ได้ ผ่าน 2 ช่องทาง 

  1. ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1207 กด 7 
  2. ผ่านทางอีเมล์ info@sec.or.th

ซึ่งจากทาง Facebook : สำนักงาน กลต. ได้ประกาศเตือนให้ระมัดระวังเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊กปลอม ที่จะหลอกลวงให้โอนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิตอลเหล่านี้ด้วย เพราะจะมีคนพยายามถอนเงินหรือโยกเงินดิจิตอลไปไว้ใน Wallet จำนวนมาก ทำให้มีผู้ประสงค์ร้ายพยายามหาผลประโยชน์จากช่วงเวลาเหล่านี้

ภาพรวม Bitcoin ในปัจจุบัน

หลังจากช่วงปลายปี 2017 ที่ Crypto Currency เป็นกระแส และคนสนใจเกร็งกำไรเป็นอย่างมาก จนราคาของ BTC นั้นขึ้นไปสูงถึง 638,586.02 บาทต่อ 1 BTC จนหลายๆฝ่ายมองว่าราคาสูงเกินมูลค่าที่ควรจะเป็นไปอย่างมากและมีการขายทำกำไรออกมาต่อเนื่อง จนราคาตกลงมาแถว 1 แสนบาทต่อ 1 BTC

จนปี 2019 ราคา BTC เริ่มกลับมาฟื้นตัวใหม่จนในปัจจุบันราคาเริ่มกลับมาแถวๆ 3 แสนบาทต่อ 1 BTC และมีข่าวหลายๆด้านสนับสนุน อย่างการมา Libra ที่ Facebook สนใจจะลงทุน และการร่วมมือของ Ripple และธนาคารหลายๆแห่งทั่วโลก แต่ก็ยังไม่ชัดเจนและยังเจออุปสรรคหลายๆอย่างที่หลายๆฝ่ายต่อต้าน

จะเห็นได้ว่า Crypto Currency เหล่านี้ก็ยังได้รับความสนใจจากบริษัทใหญ่ๆหลายแห่งแม้ยังมีอุปสรรคต่างๆและการไม่ยอมจากหลายหน่วยงานก็ตาม เพราะเหรียญดิจิตอลเหล่านี้เป็นตัวแปรสำคัญในอนาคต

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าในอนาคตสกุลเงินดิจิตอลจะได้รับการยอมรับจริงๆจนสามารถใช้ในชีวิตประจำวันและทำรายการการแลกเปลี่ยนเงินข้ามประเทศได้หรือไม่


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: