ทำไมบางบริษัทมีกำไร ถึงไม่จ่าย "เงินปันผล" ?

ทำไมบางบริษัทมีกำไร ถึงไม่จ่าย “เงินปันผล” ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • “เงินปันผล” คือ ผลกำไรที่บริษัททำได้และถูกส่งต่อมายังผู้ถือหุ้น โดยอาจจะเป็นรูปแบบของ เงินสด หุ้นสามัญ แต่ละบริษัทจะมีอัตราการจ่ายเงินปันผลแตกต่างกันไปตามแต่นโยบาย อย่างไรก็ตาม บริษัทก็มีสิทธิ์ที่จะไม่จ่ายเงินปันผลได้เช่นกัน แม้บริษัทจะมีกำไรก็ตามที
  • บริษัทที่อยู่ในช่วงของการเติบโตมักจ่ายเงินปันผลน้อย หรือไม่ค่อยจ่ายปันผล เพราะบริษัทต้องการนำเงินสดกลับไปลงทุนต่อ เพื่อสร้างการเติบโต
  • Berkshire Hathaway และ NETFLIX เป็นสองตัวอย่างของบริษัทที่ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่เคยจ่ายเงินปันผลออกมาเลย ข้อดี คือ หุ้นของบริษัทเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในเวลานับสิบปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนโยบายที่ต้องการนำกำไรไปลงทุนต่อ ขณะเดียวกันบริษัทอาจมองว่าต้องเร่งลงทุน จึงจำเป็นจะต้องเก็บเงินสดที่มีเอาไว้

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ผลตอบแทนคือสิ่งที่เราคาดหวังเมื่อตัดสินใจลงทุน สำหรับการลงทุนในหุ้น ผลตอบแทนจะมาจาก 2 ส่วน ส่วนแรกเรียกว่า ส่วนต่างราคา (Capital gain) และ ส่วนที่สองคือ “เงินปันผล” (Dividend)

ตามทฤษฎีแล้ว เมื่อบริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นก็มักจะปรับตัวสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน บริษัทต่าง ๆ ก็มักจะกำหนดนโยบายเอาไว้ว่า หากบริษัทมีกำไรในแต่ละปี บริษัทจะปันส่วนกำไรที่ทำได้มาให้กับผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนที่บริษัทเห็นว่าสมควร ทั้งนี้ การปันผลของบริษัทต่าง ๆ อาจจะมีรูปแบบที่ต่างกันได้ เช่น ปันผลเป็นเงินสด ปันผลเป็นหุ้นสามัญ ส่วนความถี่ในการจ่าย “เงินปันผล” ก็อาจจะแตกต่างกันออกไปตามนโยบายของแต่ละบริษัท

โดยทั่วไปแล้ว ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผล คือหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนมักจะนำมาพิจารณาประกอบการลงทุนอยู่เสมอ หรือแม้แต่คำแนะนำการลงทุนต่าง ๆ หากบริษัทใดมี ‘การจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ’ หรือ ‘จ่ายเงินปันผลสูง’ บริษัทเหล่านั้นก็มักจะมีข้อได้เปรียบในการเข้าลงทุนเพิ่มขึ้น และความสามารถในการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ยังเป็นการส่งสัญญาณให้กับนักลงทุนว่า บริษัทน่าจะมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลของบริษัทไม่ใช่สิ่ง ‘จำเป็น’ ที่บริษัทจะต้องทำ แม้บริษัทจะมีกำไร แต่ถ้าไม่จ่ายเงินปันผล ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพียงแต่ผู้ถือหุ้นอาจจะมีคำถามว่า บริษัทจะนำกำไรที่มีนั้นไปทำอะไร ?

ก่อนอื่นเราอาจจะลองทำความเข้าใจกันก่อนว่า บริษัทซึ่งมีกำไรแต่ไม่จ่ายเงินปันผลออกมานั้น เป็นได้หลายเหตุผล อาทิเช่น บริษัทยังมีผลขาดทุนสะสมมาก่อนหน้านั้น และธุรกิจของบริษัทเพิ่งจะเริ่มพลิกฟื้นกลับมาทำกำไรได้ หรือกำไรที่แสดงออกมานั้น อาจจะเป็นเพียงกำไรทางบัญชี ซึ่งในความเป็นจริงแล้วบริษัทไม่ได้รับกำไรเป็นเงินสดเข้ามา แต่ถ้าบริษัทมีกำไรเข้ามาจริง และทำกำไรมาอย่างต่อเนื่อง เหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทตัดสินใจไม่จ่ายเงินปันผลออกมา คือการนำกำไรที่มีกลับไปลงทุน (re-invest) เพื่อสร้างการเติบโต หากลองดูหลาย ๆ บริษัทซึ่งอยู่ในช่วงของการเติบโต และตัดสินใจเก็บกำไรเอาไว้ลงทุนต่อ ทำให้มูลค่าของบริษัทมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Berkshire Hathaway บริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่ ภายใต้การบริหารงานของนักลงทุนระดับตำนานอย่าง Warren Buffett โดยราคาหุ้นของ Berkshire Hathaway ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เติบโตขึ้นกว่า 40 เท่า ในขณะที่บริษัทไม่เคยจ่ายเงินปันผลออกมาเลย กำไรที่บริษัททำได้ในแต่ละปี ถูกนำกลับไปลงทุน และวนอยู่เช่นนี้แทนที่จะจ่ายคืนกลับไปยังผู้ถือหุ้น ทำให้กำไรเหล่านี้ถูกสะสมเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอยู่ในราคาหุ้น

NETFLIX เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของบริษัทที่สร้างกำไรได้ถึง 2,232 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 67,000 ล้านบาท ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และมีกำไรมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2005 แต่ก็ไม่เคยจ่ายปันผลออกมาเช่นกัน ขณะที่ราคาหุ้น NETFLIX เพิ่มขึ้นจากราคา IPO ที่ 15 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาแตะระดับ 440 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 2,833% สาเหตุสำคัญที่ NETFLIX ไม่จ่ายเงินปันผลออกมา เป็นเพราะบริษัทยังคงลงทุนสูงอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ทำให้แม้ว่าบริษัทจะมีกำไรปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่ท้ายที่สุดแล้วบริษัทยังคงใช้เงินลงทุนไปมากกว่าเงินรับเข้ามา

ข้อดีของการเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ ‘มีกำไรเติบโตอย่างสม่ำเสมอ’ และ ‘ไม่จ่ายเงินปันผล’ คือมูลค่าหุ้นของบริษัทเหล่านี้ มีแนวโน้มจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดแบบ Berkshire Hathaway และ NETFLIX ขณะเดียวกัน ผู้ถือหุ้นยังได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากกำไรที่บริษัททำได้ เพราะถ้าเป็นเงินปันผล ผู้ถือหุ้นจะมีค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้นด้วย แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้ถือหุ้นก็จะไม่ได้รับกระแสเงินสดกลับคืนมาในระหว่างการลงทุน และความเสี่ยงหนึ่งที่ต้องระมัดระวังคือ ราคาหุ้นนั้นมีโอกาสผันผวนได้รุนแรงไปตามภาวะตลาดหุ้นในแต่ละช่วงได้


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: