ดอกเบี้ยขาขึ้น หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นยังไง ?

ดอกเบี้ยขาขึ้น หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นยังไง ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • ช่วงปลายปีที่ผ่านมา การประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย​จาก​ 1.50% เป็น​ 1.75% ของ​ กนง.​ ถึงจะดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมการเงินจะได้ประโยชน์ แต่จริงๆแล้วก็มีปัจจัยเฉพาะตัวหลายอย่างที่ส่งผลกระทบทางลบอยู่เหมือนกัน
  • ธนาคารหรือสถาบันที่จะได้รับประโยชน์​จากดอกเบี้ยขาขึ้น​ จะต้องมีสัดส่วนการปล่อยกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ย​แบบลอยตัวและให้ดอกเบี้ยเงินฝากด้วยอัตราคงที่​สูง​ จึงจะมีส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย​สุทธิ ​(NIM : Net Interest Margin) กว้างขึ้น​ ทำให้กำไรเพิ่มขึ้น​
  • อีกประเด็นหลักที่กดดันกลุ่มที่ทำธุรกิจ​เกี่ยวข้อง​กับการเงิน​ คือ​ มาตรฐาน​บัญชี​ใหม่ IFRS9​ ที่ทำให้ต้องตั้งสำรองเผื่อหนี้ที่สงสัยจะสูญมากขึ้น​ ส่งผล​ให้​ต้นทุนเพิ่มและกำไรลด

เมื่อปลายปีที่ผ่านมานอกจากข่าวบันเทิงเรื่องมือที่สามของดาราดังและข่าวสงครามการค้าที่ปล่อยออกมาวันเว้นวันแล้ว พี่ทุยเชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นประเด็นเรื่อง​ “การขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย” ของ​กนง.​ หรือคณะกรรมการ​นโยบายทางการเงินอย่างแน่นอน

ถ้ามองกันอย่างผิวเผินการขึ้นดอกเบี้ยต้องเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคารอย่าง​ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)​, ธนาคารไทยพาณิชย์ ​(SCB) และกลุ่มธุรกิจ​เช่าซื้ออย่าง​ MTC, SAWAD, THANI แน่ๆ​ งั้นอย่ารอช้า​ เราควรเคาะขวาเลยดีมั้ย ? ไม่อยากตกรถ​ เดี๋ยว​โดนเพื่อนล้อแล้วอายแย่เลย​

ใจเย็นๆ​ อย่าเพิ่งกดส่งคำสั่งซื้อออกไป เพราะกลุ่มธนาคารไม่ได้มีเรื่องดีอย่างเดียวเท่านั้น​ มาเลยเดี๋ยวพี่ทุยจะเล่าให้ได้อ่านกัน..

ทำไมเมื่อดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วงขาขึ้น แล้วอย่าเพิ่งใจร้อนซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร ?

ถ้าขึ้นดอกเบี้ย​ ธนาคารต่างๆ​ก็ย่อมจะมีกำไรมากขึ้นน่ะสิ​ แต่พี่ทุยจะบอกว่าการขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้ทำให้ธนาคารมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างทันท่วงที เพราะถ้าลองดูจากผลประกอบการในไตรมาส 4 ของปี 2561 จะเห็นได้ชัดเลยว่ากำไรไมได้เพิ่มขึ้นขนาดนั้น

นำโดยธนาคารกสิกร (KBANK) ​ที่มีส่วนแบ่งการตลาด (MARKET CAPITALIZATION) ใหญ่ที่สุดในบรรดาพี่น้องกลุ่มสถาบันการเงิน​ ไตรมาส​ที่ ​4 ปี 2561 มีกำไรสุทธิอยู่ที่​ 7,032 พันล้านบาท​ เพิ่มขึ้น​ 12% จากรายได้รวมทั้งปี 2560

ต่อมาคือ​ ธนาคารไทยพาณิชย์​หรือ SCB ผู้ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับสอง​​ ในไตรมาสที่ 4 ปี 2561 กำไรของ SCB หดตัว​ลงถึง​ 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาสเดียวกัน​

ส่วนหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้อง​กับเงินและดอกเบี้ย​​ เช่น​ หุ้นกลุ่มเช่าซื้ออย่าง​ THANI, SAWAD, MTC มีตัวเลขกำไรเพิ่มขึ้น​ ส่งผลให้ราคาหุ้นพากันซิ่ง​ ผู้ถือหุ้นก็ยิ้มหน้าบานไปตามๆ​กัน

ดอกเบี้ยขาขึ้น หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นยังไง ?ดอกเบี้ยขาขึ้น หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นยังไง ?

ในเมื่อดอกเบี้ยขึ้น​ แล้วทำไมหุ้นกลุ่มธนาคารไม่บินตามล่ะ ?

หลัง​จากเรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียม (Fee) ​ในการทำธุรกรรม​ต่างๆ​ทางออนไลน์​เมื่อตอนต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลงเหว​จนแทบดึงเบรค​ไม่อยู่​​ ก็มีหลายเรื่องที่อาจส่งผลกระทบ​ต่อหุ้นกลุ่ม​นี้​อีก​ เรียกว่า​ “ความวัวยังไม่ทันหาย​ ความควายเข้ามาแทรก” เลยนะเนี่ย​

เหตุผลข้อแรก​ คือ​ ดอกเบี้ยมีอยู่ด้วยกัน​ 2 แบบคือ​ อัตราดอกเบี้ย​แบบคงที่และอัตราดอกเบี้ย​แบบลอยตัว​

พี่ทุยขอสรุปง่ายๆ​ ว่า​ ดอกเบี้ยแบบลอยตัวจะเปลี่ยนแปลงไปตามดอกเบี้ยนโยบาย​ ถ้าดอกเบี้ยนโยบายขึ้น​อย่างในตอนนี้​ อัตราดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้น​ด้วย​ ในขณะที่​ดอกเบี้ย​คงที่จะคงที่อยู่เหมือนเดิม​ตามชื่อ​ ไม่ว่าดอกเบี้ย​นโยบาย​จะปรับขึ้นปรับลงมากน้อยแค่ไหน​ ก็จะอยู่เท่าเดิมไม่สะทกสะท้าน​

ปัญหาใหญ่ที่มีผลต่อกำไรของสถาบันการเงิน​อยู่ที่ว่า​ หลายๆแห่งปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ย​แบบคงที่​ แต่ให้ดอกเบี้ย​เงินฝากด้วยอัตราดอกเบี้ย​แบบลอยตัว

ในช่วงที่ดอกเบี้ยนโยบาย​ปรับขึ้นอย่างนี้​ ก็เท่ากับ​ว่าจะได้กำไรเท่าเดิม​ เพราะดันไปสัญญาแล้วว่า​ ไม่ว่าสถานการณ์​จะเป็นยังไง​ ก็จะคิดดอกเบี้ยเท่าเดิม​ แต่กลับต้องจ่ายเงินมากขึ้น​ เพราะดอกเบี้ยเงินฝากที่ให้​ลอยตัวตามดอกเบี้ย​นโยบาย​นั่นเอง​ เมื่อรายได้เท่าเพิ่ม​ รายจ่ายเพิ่ม​ กำไรก็เลยลดหน่ะสิ​

ธนาคารที่ใจดีให้ดอกเบี้ยเงินกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ย​แบบคงที่มีเยอะเสียด้วย​ ซึ่งเป็นผลดีต่อคนที่อยากกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน​ คอนโดและรถ​ พี่ทุยขอชี้เป้าคร่าวๆ​นะจ๊ะ เช่น​ ธนาคารกรุงเทพ ​(BBL)​ ที่คิดอัตราดอกเบี้ย​เงินกู้​แบบคงที่ต่ำที่สุด​ เฉลี่ย​ 3 ปีเพียงแค่​ 3.04% และธนาคารกรุงศรีอยุธยา​ที่คิดดอกเบี้ยเพียง​ 3.15% (แหล่งที่มาของข้อมูล​จาก​ DD Property)​

เหตุผลข้อสอง ​ที่เรา​ควรต้องรู้​ ก่อนตัดสินใจ​เคาะหุ้นกลุ่มนี้คือ​ มาตรฐาน​บัญชีใหม่​ “IFRS9” จากข้อมูล​ล่าสุดที่พี่ทุยรู้มา ดูเหมือน​ว่ามาตรการ​นี้ถูกเลื่อนการบังคับใช้​ไปเป็นต้นปี​ 2563​

จริงๆ​แล้ว​ IFRS9​ ที่เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของการกำหนดการรับรู้​การด้อยค่า​นี้มีผลต่อทุกธุรกิจ​ทุกประเภทนั่นแหละ​ เพราะทุกธุรกิจล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินเป็นสายป่าน​ แต่ธุรกิจ​ที่เกี่ยวข้องกับการเงินโดยตรง​ เช่น​ ธนาคารพาณิชย์​และเช่าซื้อ(Leasing) จะได้รับผลกระทบ​มากกว่า​เพื่อนหน่อย​ เช่น​ ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น​ เพราะมาตรการ ​IFRS9 ที่เข้มงวดนี้​ ทำให้ธุรกิจ​ต่างๆ​ต้องมีการตั้งสำรองเผื่อหนี้ที่สงสัยจะสูญ​ หรือ​ที่เรียกกันว่า “NPL (Non-Performing Loan)” มากขึ้น​

เอาง่ายๆว่ามาตรฐานการทำบัญชีใหม่นี้จะทำให้ต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้น​ กำไรก็เลยหดอย่างที่เห็น

การเพิ่มสัดส่วนหนี้สงสัยจะสูญ (NPL)​ เริ่มทำพิษกับ​ธนาคารหลายแห่งแล้ว​ เช่น​ พี่ใหญ่​ KBANK ที่ได้มีการปรับหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อ​ด้อยคุณภาพ​ หรือเรียกรวมๆ​ว่า​ Coverage Ratio ขึ้นจาก​ 148.45% เป็น​ 160.60% และพี่รองอย่าง SCB ​ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน​ เพราะได้ปรับอัตรา ​ Coverage Ratio ที่พูดถึง​ จาก​ 143% เป็น​ 147% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กำไรหดตัว​อย่างที่เห็น

จริงๆต้องบอกว่าหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นอะไรที่วิเคราะห์ยากพอสมควรเลย พี่ทุยเลยไม่ค่อยแนะนำให้มือใหม่กระโดดเข้ามาเลือกหุ้นกลุ่มธนาคารเข้าพอร์ตลงทุนกันสักเท่าไหร่เพราะปัจจัยที่กระทบกับตัวหุ้นมันเยอะมาก จนบางทีวิเคราะห์ไม่ถูก ตามข่าวไม่ทันก็ดอยกันง่ายๆ

เพราะฉะนั้น​ ถ้าจะเลือกถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเงินเข้าพอร์ต​ อย่าเพิ่งผลีผลาม​ หน้ามืดตามัวเพราะคิดว่า​ ดอกเบี้ย​ขึ้น​ ธนาคารต้องได้รับประโยชน์​ ​พี่ทุยอยากแนะนำให้ศึกษา​นิสัยใจคอกันให้ดีๆ​ก่อน​ เช่น​ มีการคิดดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากแบบไหน​ มีการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญมากน้อยแค่ไหน จะได้ไม่ต้องอกหักเพราะรักคนผิดนะ (ฮ่า)​

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: