งานวิจัยทางการแพทย์ที่ส่งผลกับราคาหุ้นกลุ่มบริษัทยา “Constellation Pharmacy”

งานวิจัยทางการแพทย์ที่ส่งผลกับราคาหุ้นกลุ่มบริษัทยา “Constellation Pharmacy”

2 min read  

ฉบับย่อ

  • ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นมีการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงนั้นมีได้หลายปัจจัย แต่บางครั้งก็มีปัจจัยนอกเหนือจากนี้ที่ส่งผลกับราคาหุ้นได้อย่างรุนแรง เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้หรือบางทีก็นึกไม่ถึงเลย นั่นคือ “งานวิจัยทางการแพทย์” อย่างกรณีศึกษางานวิจัยทางการแพทย์ที่ส่งผลกับราคาหุ้น “Constellation Pharmacy”
  • หุ้นทางการแพทย์ เป็นหุ้นที่คนไทยทั่วไปมักไม่ค่อยรู้จักและไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) หรือกลุ่มบริษัทยา (Pharmaceutical company) อาจะเป็นเพราะตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทยไม่มีหุ้นในกลุ่มนี้นั่นเอง

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นมีการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงนั้นมีได้หลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยพื้นฐาน เช่น ผลการดำเนินงานของบริษัท, ภาวะอุตสาหกรรม, ภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ เป็นต้น หรือแม้กระทั่งปัจจัยทางเทคนิคก็มีผลโดยตรงและโดยอ้อมกับราคาหุ้นในตลาด แต่บางครั้งก็มีปัจจัยนอกเหนือจากนี้ที่ส่งผลกับราคาหุ้นได้อย่างรุนแรง เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้หรือบางทีก็นึกไม่ถึงเลย นั่นคือ “งานวิจัยทางการแพทย์” พี่ทุยจะมาพูดถึง กรณีศึกษางานวิจัยทางการแพทย์ที่ส่งผลกับราคาหุ้น “Constellation Pharmacy”

งานวิจัยทางการแพทย์ (Medical research) คืองานวิจัยที่ทำขึ้นเพื่อทดลอง พิสูจน์ประสิทธิภาพ หรือหาความรู้ใหม่ ๆ ในทางการแพทย์ซึ่งมีนิยามที่กว้างมาก ๆ แต่ก็มีงานวิจัยบางประเภทเช่น การพิสูจน์ว่ายาชนิดใหม่นี้สามารถรักษาโรคใหม่ ๆ ได้ ซึ่งมักส่งผลเป็นพิเศษต่อราคาหุ้นบางประเภทได้

หุ้นประเภทนั้นเป็นหุ้นที่คนไทยทั่วไปมักไม่ค่อยรู้จักและไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) หรือกลุ่มบริษัทยา (Pharmaceutical company) อาจะเป็นเพราะตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทยไม่มีหุ้นในกลุ่มนี้นั่นเอง

ตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือบริษัท Constellation Pharmaceutical (CNST) ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในด้านบวกต่อรายงานวิจัยทางการแพทย์เมื่อช่วงเดือน พฤศจิกายนที่ผ่านมา

Constellation Pharmaceutical (CNST) ก่อตั้งในปี 2008 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ดำเนินธุรกิจเน้นผลิตยารักษาโรคแบบใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงหรือส่งผลในระดับพันธุกรรม ยารักษามะเร็ง โดยใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด เป็นต้น

รายได้และงบทางการเงินถือว่าน่าสนใจมาก

ในปี 2016 บริษัทมีรายได้สุทธิ ขาดทุน 34.53 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ
ในปี 2017 บริษัทมีรายได้สุทธิ ขาดทุน 35.38 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ (คิดเป็น -2.44% เทียบปีก่อนหน้า)
ในปี 2018 บริษัทมีรายได้สุทธิ ขาดทุน 59.93 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ (คิดเป็น -69.39% เทียบปีก่อนหน้า)
แต่ทว่าบริษัทใช้เงินทุ่มไปกับงานวิจัยเป็นปริมาณมากส่งผลกระทบกับรายได้โดยตรงดังนี้
ในปี 2016 บริษัทมีใช้เงินไปกับการวิจัยและพัฒนา 27.88 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ
ในปี 2017 บริษัทมีใช้เงินไปกับการวิจัยและพัฒนา 32.62 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ
ในปี 2018 บริษัทมีใช้เงินไปกับการวิจัยและพัฒนา 48.77 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีและส่งผลต่อการขาดทุนของบริษัทโดยตรง

แต่ในช่วงพฤศจิกายนปี 2019 บริษัทได้ตีพิมพ์งานวิจัยทางคลินิกเฟส 2 เรื่องการใช้ยาที่ชื่อว่า CPI-0610 ในการรักษาโรคพังผืดในไขกระดูก (Myelofibrosis) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับมะเร็งเม็ดเลือด คล้าย ๆ กับ ลูคีเมีย โดยบริษัทอ้างว่าใช้ได้ผลดีในกลุ่มคนไข้ที่ไม่มีการกลายพันธุ์ของยีนชัดเจนหรือใช้ยา Ruxolitinib (ยารักษาโรคเดียวกันตัวก่อน) แล้วไม่ได้ผล โดยบริษัทซุ่มทำงานวิจัยนี้กับคนไข้กลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 4 คน และได้ผลในการลดขนาดม้ามโตได้ 35% ลดอาการเจ็บป่วยได้ถึง 50% ซึ่งทำให้บริษัทมีไอเดียที่จะนำยาตัวนี้มาเป็นยาขนานแรก (First-line drug) ในการรักษาโรคดังกล่าวแต่ยังต้องทดลองในกลุ่มคนจำนวนมากกว่านี้เสียก่อน

จากข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของ Constellation Pharmaceutical (CNST) พุ่งขึ้นทันทีจาก 14.7 ดอลลาห์สหรัฐฯ พุ่งเป็น 37.17 ดอลลาห์สหรัฐฯ คิดเป็นเพิ่มขึ้น 152% ทันทีใน 1 วัน ซึ่งแม้ว่าผ่านมาหลายสัปดาห์ราคาหุ้นก็ยังมีเสถียรภาพอยู่ที่ระดับ 35-37 ดอลลาห์สหรัฐฯ (ข้อมูลในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2019)

แม้ว่าหนทางของราคาหุ้นจะดูสวยหรูและพุ่งทะยาน สวนทางกับการทำกำไรของบริษัทที่แทบจะไม่มีกำไรเลย เพราะว่ายาแต่ละตัวจะสามารถผ่านการวิจัยจนถึงขั้นสุดท้ายได้สำเร็จจนถึงขั้นจัดจำหน่ายได้ ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานมาก บางครั้งเกือบเป็น 10 ปี

ดังนั้นราคาหุ้นที่ขึ้นไปแล้วอาจจะไม่ได้สะท้อนสภาพกิจการของบริษัทโดยตรงแต่สะท้อนความคาดหวังของผู้คนในตลาดที่มองว่ายาตัวนี้คือ Game changer ที่จะทำเงินมหาศาลให้บริษัทได้ในอนาคต แต่จะทำได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องเฝ้าติดตามกันไปยาว ๆ เพราะหากจะซื้อบนความคาดหวังก็ต้องพร้อมรับกับความผิดหวังให้ได้ด้วย


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: