ไหวตัวให้ทัน ก่อนจะมี “หนี้” ที่ไม่ควรมี!

ไหวตัวให้ทัน ก่อนจะมี “หนี้” ที่ไม่ควรมี!

3 min read  

ฉบับย่อ

  • แม้จะรู้ว่าการไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ แต่บางคนที่เต็มใจเป็นหนี้ ทั้งที่ไม่ควรจะมีเลยด้วยซ้ำแถมยังเป็นหนี้ที่เอาแต่สร้างภาระและปัญหาให้กับสถานะทางการเงินของเราอีกด้วย
  • ด้วยพฤติกรรมการใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยและไม่ได้มีการวางแผนการใช้จ่าย ทำให้บางคนมักจะสร้างหนี้เพื่อมาใช้จ่ายทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวัน
  • “การกู้หนี้ใหม่ มาโปะหนี้เก่า” ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาหนี้สินหรือจำนวนหนี้สินของเราลดลงเลย ในทางตรงกันข้าม มันกลับทำให้เกิดความวุ่นวายในการจัดการหนี้สินที่มีจำนวนมากขึ้น
  • ด้วยตัวเลขการผ่อนชำระในแต่ละงวดที่ดูไม่มากของการเป็น “หนี้นอกระบบ” ดึงดูดบางคนให้หลงเข้าไปในกองหนี้ที่แฝงไปด้วยดอกเบี้ยมหาโหด

“หนี้” คงเป็นคำที่บางคนได้ยินก็รู้สึกหวาดกลัว ซึ่งบางคนก็พยายามจะหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ เหมือนกับว่าการไม่มี “หนี้” เป็นลาภอันประเสริฐ แต่ในบางครั้งบางคราวสถานการณ์ก็บีบบังคับให้เราต้องยอมเป็น “ลูกหนี้” บ้าง เช่น ในเวลาจำเป็นต้องใช้เงินด่วนหรือมีเงินไม่เพียงพอในกรณีเหตุการณ์ฉุกเฉินจริง ๆ ในทางตรงกันข้ามก็มีบางคนที่เต็มใจเป็นหนี้เองซะงั้น ซึ่งเราไม่ควรจะมีเลยด้วยซ้ำ เพราะมันเอาแต่สร้างภาระให้กับเราและทำลายเสถียรภาพทางการเงินอีกด้วย

หลายคนอาจจะคิดว่า โหยไม่เป็นไรหรอกพี่ทุย มีหนี้แล้วไงอะ? ก็ในเมื่อเรามีเงินเดือนมีรายได้เข้ามาทุก ๆ เดือนอยู่แล้ว ก็หักหนี้ที่ต้องจ่ายออกจากเงินเดือนเราไปสิ เงินเหลือเท่าไหร่ ก็ค่อยเอาไว้ใช้จ่ายแค่นั้นพอ พี่ทุยว่าแบบนี้มันก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่นะ พี่ทุยคิดว่าอันนี้เรามองแค่ในปัจจุบันมากเกินไป เพราะอย่าลืมว่าถ้าวันไหนเกิดต้องเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา แล้วต้องออกจากงานกะทันหัน จะเอาเงินที่ไหนมาจับจ่ายใช้สอยหรือมาชำระหนี้ให้หมดกันล่ะ รายได้ไม่เข้าแต่อย่าลืมว่าภาระดอกเบี้ยยังคงเดินหน้าตลอดเวลา และที่สำคัญเรื่องของหนี้สินเป็นสิ่งที่เราต้องวางแผนเหมือนกันนะถ้าไม่อยากมีปัญหาทางการเงินที่เรื้อรังตามมา ที่ต้องมานั่งแบกรับภาระหนี้สินต่าง ๆ ให้ปวดสมอง

พี่ทุยเชื่อว่าบางคนอาจจะคิดว่าตัวเองคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอก เหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดกับชีวิตตัวเองหรอกมั้ง  เลยยังไม่ตระหนักถึงปัญหานี้อย่างจริงจัง และเมื่อไม่คิดว่าเป็นปัญหา ก็จะเมินเฉยต่อการป้องกันหรือหาวิธีการแก้ไข อย่างที่พี่ทุยบอกเสมอว่า “หนี้” บางอย่างก็เป็นหนี้ดีและเป็นหนี้ที่สร้างประโยชน์ แต่หนี้บางประเภทก็ไม่มีประโยชน์เอาซะเลย มีแต่จะสร้างปัญหาให้กับเราไม่หยุดหย่อน

ก่อหนี้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

พี่ทุยเห็นบางคนมีพฤติกรรมการใช้เงินแบบผิด ๆ ตามอำเภอใจอยากได้อะไรต้องได้ ชอบอะไรต้องซื้อทันที เพราะเดี๋ยวจะคุยกับคนอื่นเขาไม่รู้เรื่อง บางคนเลยมีพฤติกรรมการใช้จ่ายแบบเกินตัวเพื่อความฟุ่มเฟือย แล้วเป็นยังไงล่ะ สุดท้ายพี่ทุยเห็นว่าก็หนี้ไม่พ้นปัญหาเงินหมุนไม่ทันบ้าง เงินไม่พอใช้จ่ายบ้าง และแทนที่จะบริหารจัดการเงินที่เหลืออยู่ให้เหมาะสมและลดการใช้จ่ายลง แต่ยังคงมีพฤติกรรมเดิม ๆ จนต้องไปเที่ยวหยิบยืมคนอื่น หรือรูดบัตรเครดิตเพื่อใช้จ่ายหมุนเวียนไปก่อน “เป็นหนี้ไม่ว่า ขายหน้าไม่ได้” จนหนี้สินล้นพ้นตัว แบบนี้ถือว่าเป็นการก่อหนี้ที่ไม่ดีนะ พี่ทุยบอกเลยว่าไม่ควรเป็นหนี้เพื่อมาใช้จ่ายอะไรแบบนี้ แล้วที่สำคัญหนี้ก็ไม่ได้ช่วยสร้างความมั่งคั่ง หรือช่วยให้มีทรัพย์สมบัติมากขึ้นเลย แต่เป็นหนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง หรือเห่อตามกระแสสังคมเท่านั้น

กู้หนี้ใหม่ มาโปะหนี้เก่า

พี่ทุยบอกเลยว่าเวลาใช้หนี้มันไม่สนุกเหมือนตอนใช้เราเองหรอกนะ บางคนมีหนี้เก่าค้างอยู่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามและยังไม่สามารถชำระได้หมด และเมื่อถึงกำหนดชำระแต่มีเงินไม่เพียงพอเลยตัดสินใจสร้างหนี้ก้อนใหม่ ด้วยความหวังว่าจะเอามาจ่ายหนี้อีกก้อนเก่าที่มี หรือกับการ “หมุนหนี้” แต่ไม่สามารถปิดหนี้เก่าให้หมดในครั้งเดียว จึงต้องหาเงินมาจากแหล่งอื่นเข้ามาโปะหนี้อีกเป็นแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ ก็เท่ากับว่าเราเป็นหนี้เพิ่มขึ้นไปอี๊กกกกก

และพี่ทุยอยากให้ไตร่ตรองในการสร้างหนี้ในแต่ละครั้งให้มาก ๆ ว่ามันจำเป็นแค่ไหน? และต้องพิจารณาให้รอบคอบถึงอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมให้ดี ๆ และการมีหนี้ใหม่มาปิดหนี้อันเก่าไม่ใช่การแก้ปัญหาใด ๆ เพราะสุดท้ายหนี้ไม่ได้หายไปไหนยังคงเดิม เท่านั้นยังไม่พอดอกเบี้ยเนี่ยก็ยังอยู่ไม่ทิ้งเราไปไหน แถมหนี้ยังกระจายเป็นหลายก้อนให้วุ่นวายมากขึ้นไปอีกแทนที่จะรวมหนี้เป็นก้อน ๆ เดียว แล้วเราสามารถจัดการได้ง่ายกว่า ถึงยังก็แล้วแต่พี่ทุยบอกได้เลยว่า การปลดหนี้ได้ดีที่สุด คือ “วินัยทางการเงินที่ดี” เท่านั้น ไม่งั้นก็ไม่รอด

หนี้นอกระบบ

“เงินกู้นอกระบบ” มักจะเป็นการสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ที่ไม่อยู่ในระบบสถาบันการเงิน ซึ่งพี่ทุยว่าหลายคนอาจจะเคยเห็นผ่านตาอยู่บ้างตามกระดาษโฆษณาที่แปะตามเสาไฟฟ้าหรือตามป้ายรถเมล์ โดยมักจะบอกตัวเลขดอกเบี้ยหรือจ่ายเงินคืนจำนวนน้อย ๆ เพื่อดึงดูดให้คนมากู้เงิน แต่ที่ไหนได้กลับคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก มากกว่าสถาบันการเงินกำหนดซะอีกนะ

ดังนั้น พี่ทุยว่าการเป็นหนี้นอกระบบเป็นสิ่งที่เราไม่ควรจะมี เพราะเป็นหนี้ที่มีภาระที่น่ากลัวกว่าหนี้ทั่วไป หรือหนี้ในระบบ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิบ ที่เราจ่ายเงินไปเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที เหมือนกับว่าเราทำได้แค่การผ่อนจ่ายดอกเบี้ยในขณะที่เงินต้นแทบจะไม่ละลงเลยด้วย แถมพี่ทุยเคยได้ยินว่าบางคนเจอระบบการทวงหนี้ที่ตามทวงไม่เว้นวันจนไม่เป็นอันทำอะไรด้วย พี่ทุยว่าการไม่มีหนี้เหล่านี้ดีกว่านะ

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหนี้สิน

หลายคนคงจะอาจจะเริ่มกลัวกับการเป็นหนี้ทั้ง 3 แบบ และสงสัยต่อใช่มั้ยว่า อ้าว.. แล้วเราจะป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นหนี้ 3 แบบด้านบนนั้นได้บ้างล่ะพี่ทุย จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกับหนี้สินอิรุงตุงนัง นั่นคือ “การวางแผนล่วงหน้าก่อนเสมอ” ไม่ว่าเราจำเป็นจะต้องใช้จ่ายอะไร ใช้จ่ายเงินจำนวนเท่าไหร่ และใช้เงินหรือใช้จ่ายเมื่อไหร่ ถ้าเรามีเงินยังไม่พอก็ยังไม่ต้องซื้อและค่อย ๆ ออมเงินให้เพียงพอซะก่อนตามกำหนดเวลา พี่ทุยว่าการวางแผนสำคัญมากเลยนะ พี่ทุยไม่อยากให้อย่าละเลยเพราะจะทำให้เราสามารถบริหารจัดการเงินให้พร้อมสำหรับค่าใช่จ่าย และไม่มีโอกาสทางวนมาเจอกับปัญหาหนี้สินต่าง ๆ ที่เราไม่ควรจะมีอย่างที่พี่ทุยบอกไปแน่นอน

พี่ทุยไม่ได้บอกว่าการเป็นหนี้เป็นสิ่งต้องห้ามนะ แต่ต้องมีความรู้ความเข้าใจให้ดีซะก่อน และก็ต้องรู้จักการบริการจัดการหนี้ที่ดีควบคู่กันไปด้วย ยิ่งเดี๋ยวนี้การเป็นหนี้นั้นสามารถเป็นกันง่าย ๆ แต่สิ่งไม่ง่ายเลยนั่นคือ การทำยังไงหมดหนี้ไปนั่นเอง พี่ทุยจะดีใจมากนะถ้าเกิดบางคนเริ่มเรียนรู้และไหวตัวทันก่อนจะมีหนี้อันไหนไม่ควรจะเป็น และควรหลีกเลี่ยงเพื่อจะได้มีสถานะทางการเงินที่ดีกัน แต่ถ้าใครยังมีหนี้อยู่พี่ทุยก็ขอให้ปลดหนี้ได้เร็ว ๆ เช่นกัน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: