ประสบการณ์เตือนใจคิดให้ดีก่อนเป็น "หนี้ระยะยาว"

ประสบการณ์เตือนใจคิดให้ดีก่อนเป็น “หนี้ระยะยาว”

2 min read  

ฉบับย่อ

  • ข้อคิดดีดีเตือนใจ สำหรับคนที่คิดจะกู้ “หนี้ระยะยาว” ว่าควรจะกู้ดีไหม ? จะเป็นภาระในวัยเกษียณรึเปล่า ?
  • ถ้าคิดว่าการกู้ “หนี้ระยะยาว” แล้วจะผ่อนสบาย ความจริงแล้วผ่อนสบายจริงมั้ย ? อ่านประสบการณ์เตือนใจได้ในบทความนี้ได้เลย

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

เรื่องราวนี้ เกิดขึ้นกับคุณแม่ของเจ้าของเคสซึ่งเป็นข้าราชการ ที่ตัดสินใจกู้เงินเพื่อซื้อบ้านแต่กลับเจอปัญหาดอกเบี้ยที่มหาศาลแบบเท่าตัว เลยอยากให้คนที่กำลังคิดจะกู้เงิน ฉุกคิดนิดนึงกับการเป็น “หนี้ระยะยาว” ผ่อนนาน แล้วคิดว่าจะผ่อนสบาย ๆ ที่จริงแล้วมันสบายอย่างที่คิดหรือป่าว ?

เจ้าของเคสนี้ ทำงานประจำเป็นผู้ช่วยหัวหน้า รายได้เฉลี่ยต่อเดือนมันประมาณ 30,000 หมื่นบาท แต่ไม่มีความสุขเลย เลยลาออกมาทำเกษตรและหาอะไรทำที่บ้าน นับตั้งแต่ออกมา ก็ทำอาชีพเกษตร เพื่อเลี้ยงปากตัวเอง (เน้นกิน ฮ่าๆ พี่ทุยไปกินด้วยได้มั้ย) มีรายได้เสริมมาจากการขาย เวชภัณฑ์สัตว์ ขายของเข้าหน่วยงานราชการ รายได้คร่าว ๆ ประมาณ เดือนละ 1  แต่ถึงแม้จะมีรายได้เท่านี้ก็สามารถปลดหนี้ให้ได้ ซึ่งแม่ของเจ้าของเคสเองเป็นข้าราชการที่ทำงานมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว แม่มีเหตุต้องใช้เงินเพื่อนำมาสร้างบ้าน และทำสวน เพื่อเตรียมไว้ที่สำหรับทำมาหากินและอาชีพในยามเกษียณ

แม่ของเจ้าของเคสกู้ยืมเงินมาเป็นเงินทั้งสิ้น 1,800,000 บาท เมื่อปี 2553 โดยทำสัญญากับโครงการกู้ยืมเงินโครงการหนึ่ง ซึ่งมีดอกเบี้ยของเงินกู้คร่าว ๆ ประมาณ ร้อยละ 5 ต่อปี โดยในสัญญาก็ระบุไว้ว่า จะหักจากเงินเดือนไปเรื่อย ๆ ที่ 13,800 บาทต่อเดือน (อัตราคงที่)

ปัจจุบัน แม่ของเจ้าของเคสได้ใช้หนี้มาแล้วทั้งหมด 9 ปี ถ้าคำนวณคร่าว ๆ ก็ได้ชำระเงินไปแล้ว 1,490,400 บาท (138,000 x 9 x 12 = 1,490,400) แต่เมื่อแจกแจง เงินจำนวน 1,400,000 บาท ที่ใช้มาแล้วนั้น เงินต้นที่ถูกตัดไป ได้ถูกตัดเพียง 500,000 บาทเอง ซึ่งนั่นหมายความว่า เป็นดอกเบี้ยถึง 900,000 บาท เรียกได้ว่าเกือบเท่าตัว แสดงว่าเงินต้นยังเหลือต้องใช้อีก 1,300,000 บาท

ตอนนี้อายุราชการของแม่เจ้าของเคสเหลืออีก 4 ปีจะเกษียณ ก็แสดงว่า ต้องใช้หนี้สินทุกเดือนแบบนี้ อีกอย่างน้อย ๆ 20  ในทุก ๆ ปี โครงการจะบังคับให้ทำสัญญา ประกันหนี้ศูนย์ ปีละ 70,000 บาท (เท่ากับว่าเฉพาะจ่ายประกันหนี้ศูนย์แล้วเป็นเงิน 630,000 บาท) วันหนึ่งถ้าแม่ของเจ้าของเคสเกษียณไปแล้ว เขาจะหักเงินในส่วน เงินบำนาญ ซึ่งเงินบำนาญ คำนวณคร่าว ๆ ประมาณ 18,000 บาท/เดือน
ดังนั้น หลังจากหักหนี้ ก็จะเหลือเงินเพียง 5,000 บาท/เดือน ซึ่งจะเป็นแบบนี้ไปอีก 20 ปี (อายุแม่ก็น่าจะประมาณ 77 ปี)

ทีนี้ถึงบางอ้อเลย ว่าทำไม ข้าราชการบำนาญหลาย ๆ ท่าน ถึง เป็นหนี้ ทั้ง ๆ ที่วัยนี้ควรอยู่สบาย ๆ เลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน แต่โชคยังดี ที่ ลูก ๆ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เจ้าของเคสสามารถหาเงินมาปลด แม่ได้แล้ว

ประสบการณ์เตือนใจคิดให้ดีก่อนเป็น "หนี้ระยะยาว"

ภาพแสดงรายการหนี้สินคงค้างสุทธิ ลองดูตรงช่องดอกเบี้ยหากใช้ไปเรื่อย ๆ จะเป็นเงินถึง 3,900,000 บาท

ตอนนี้แม่ของเจ้าเคสไม่ต้องมีหนี้แล้ว ก็หวังว่าเรื่องราวนี้คงเป็นประโยชน์ สำหรับคนที่จะคิดกู้ แล้วหวังว่าจะใช้ หนี้เบา ๆ สบาย ๆ อยากให้ลองถามตัวเองนะว่าถ้าเงินบำนาญ เหลือเท่า ๆ กับแม่เจ้าของเคส ในวัยหลังเกษียณ จะใช้ชีวิตยังไงต่อไป จะหวังพึ่งพาลูก จะหวังได้จริงเหรอ (บางครอบครัวหวังได้ แต่บางครอบครัวก็ไม่สามารถหวังได้) ฝากเป็นคำถามไว้ให้คิดสำหรับคนกู้ยืมมานะ ทั้งที่จำเป็นต้องกู้ หรือไม่มีความจำเป็นต้องกู้

ขอบคุณประสบการณ์การและข้อเตือนใจดีดีสำหรับการกู้หนี้ระยะยาวครั้งนี้ จากคุณ robertrena บนเว็บไซต์ Pantip.com
ใครมีประสบการณ์การปลดหนี้ดีดีอยากจะแชร์ สามารถส่งเรื่องมาที่อีเมลล์ hello@moneybuffalo.in.th ได้เลย


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: