ควรมี "เงินเดือน" เท่าไร ถึงเราจะหมดหนี้สินสักที ?

ควรมี “เงินเดือน” เท่าไร ถึงเราจะหมดหนี้สินสักที ?

3 min read  

ฉบับย่อ

  • เป็นคำถามที่หลายคนตอบไม่ได้ เพราะไม่เคยคิดว่าต้องมีเท่าไหร่ มีแต่เพียงข้ออ้างที่บอกว่าถ้ามีเงินเดือนมากกว่านี้ จะปลดหนี้ไม่หมดเลยคอยดู !
  • ธรรมชาติของคนเรา เวลาที่เรามีรายได้เพิ่มขึ้นเรามักจะยกระดับมาตรฐานชีวิตตามไปด้วย นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าถ้าเราตั้งเป้าว่าถ้ามีรายได้เยอะขึ้น เราจะเก็บเงินได้
  • สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ทัศนคติหรือวิธีการใช้เงิน ถ้าหากว่าเราไม่เปลี่ยนทัศนคตินี้ ถ้าเรามีรายได้ที่เพิ่มขึ้น เราก็จะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

หลายครั้งที่พี่ทุยได้มีโอกาสคุยกับคนที่เป็นหนี้สินเยอะๆ คำพูดหรือแนวคิดหนึ่งที่พี่ทุยเจอบ่อยมาก คือ ถ้ามี “เงินเดือน” หรือรายได้มากกว่านี้จะปลดหนี้สินทั้งหมดให้ดูเลย ตอนนี้เงินเดือนมันไม่พอจะเหลือไปจ่ายหนี้ได้ยังไง… พี่ทุยเจอแบบนี้ก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยไป เพราะเค้าคงเชื่อไปแล้วว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ แล้วพี่ทุยก็ถามต่อไปว่า คิดว่าต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่ดีล่ะ ถึงจะมีปลดหนี้ได้หมดสักที ?

ส่วนใหญ่ก็นั่งอึ้งนะ เพราะไม่เคยคิดว่าต้องมีเท่าไหร่ บางคนตอบได้ว่าต้องเท่าไหร่ พี่ทุยถามต่ออีกว่าแล้วเมื่อไหร่ที่เราจะมีเงินเดือนเท่านั้น ? บางคนก็ตอบ 3 ปี 5 ปี … ถ้าเราไม่ได้มีหนี้เยอะมากมาย ระยะเวลา 3 ปี 5 ปี มันก็นานเหมือนกันนะ ถ้ารอถึงเวลานั้นค่อยคิดจะเริ่มปลดหนี้กัน

จริงๆพี่ทุยอยากให้เรามาดูต้นเหตุว่าทำไมเราถึงเป็นหนี้ก่อน ลองนั่งนึกกันก่อนว่าทำไมเราถึงเป็นหนี้ เป็นเพราะว่ารายได้เราน้อยจริงๆน่ะเหรอ ? พี่ทุยกล้าฟันธงแบบไม่กลัวธงหักเลยว่าไม่ใช่แน่นอน เวลาที่เราเป็นหนี้นั้นก็เพราะว่าเรามีรายจ่ายที่มากเกินไปต่างหากล่ะ !!

พี่ทุยว่าทุกคนต้องเคยคิดแบบนี้แหละ ถ้ามีรายได้เยอะขึ้นเราจะทำนั่นทำนี่เต็มไปหมดโดยเฉพาะคนที่ตอนนี้รู้สึกว่าเก็บเงินไม่ได้หรือกำลังเป็นหนี้สินอยู่ ลองนึกถึงตอนที่เราเป็นนักเรียนนักศึกษา พี่ทุยว่าค่าขนมที่เราได้ทุกวัน น้อยว่าเงินเดือนที่เราได้รับอยู่ทุกวันนี้แน่ๆ แต่ทำไมมันพอใช้ล่ะ ?

ธรรมชาติของคนเราเวลาที่เรามีรายได้เพิ่มขึ้นเรามักจะยกระดับมาตรฐานชีวิตตามไปด้วยยังไงล่ะ นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าถ้าเราตั้งเป้าว่าถ้ามีรายได้เยอะขึ้น เราจะเก็บเงินได้ ซึ่งถ้าเราไม่เปลี่ยนทัศนคติหรือวิธีการใช้เงิน พี่ทุยบอกได้เลยว่าสุดท้ายเราก็จะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นพร้อมกับรายได้ที่มากขึ้นนั่นแหละ เผลอๆรายจ่ายเพิ่มเร็วกว่ารายได้ สุดท้ายก็เป็นหนี้เข้าไปอีก

ยิ่งยุคนี้เวลาที่อยากได้อะไรก็รูดบัตรเครดิตปรี้ดๆ แล้วพี่ทุยเห็นแทบทุกอย่างที่สามารถผ่อน 0% ได้ 4 เดือนบ้าง 10 เดือนบ้างแล้วแต่โปรโมชั่น ก็ยิ่งทำให้เราใช้จ่ายง่ายขึ้นด้วย เพราะลองคิดดูว่าซื้อมือถือเครื่องนึง 30,000 บาท เวลาผ่อนทีก็ โธ่เอ้ยเดือนละ 3,000 บาทเองไหวอยู่แล้ว แต่ที่พี่ทุยเคยเจอก็คือมันเจอ 3,000 ต่อเดือน , 1,500 ต่อเดือน , 500 ต่อเดือน พอรวมๆกันหลายๆอันเข้า รู้ตัวอีกทีเงินเดือนก็ไม่พอจ่ายแล้ว..

ดังนั้นถ้าตอนนี้เรามีหนี้สินอยู่ แล้วต้องการจะเคลียร์ให้หมด พี่ทุยแนะนำอย่างแรกว่าให้เปลี่ยนทัศนคติเรื่องการใช้จ่ายเงินเราก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ควบคุมเองได้ 100% เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการใช้เงินได้ตั้งแต่วันนี้เดี๋ยวนี้ แต่ถ้าเราไปรอให้เงินเดือนขึ้นพี่ทุยถามจริงๆเถอะะะ ปีนึงขึ้นทีนึง… แถมขึ้นปีนึงก็ 3-10% ถ้าเราไม่ย้ายงานหรือได้เลื่อนต่ำแหน่ง เจอแค่เงินเฟ้อก็หมดแล้วนะ ไม่ต้องพูดถึงว่าเราจะใช้จ่ายเพิ่มหรือจ่ายหนี้ได้เลยแหละ


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: