ปฏิวัติวงการเงินกู้ด้วย “ดิจิตอล เครดิต”

0
1981
ปฏิวัติวงการเงินกู้ด้วย

BRIEF

  • กระบวนการกู้เงิน เป็นไปอย่างไร้ประสิทธิภาพเรื่อยมา จนกระทั่งโลกก้าวเข้าสู่ยุค “ดอทคอม”
  • ผู้คนก็เริ่มเรียนรู้ทีละนิดว่า เขาสามารถเปิดอินเตอร์เน็ตและค้นหาวิธีกู้เงินจากแหล่งอื่นๆได้อย่างง่ายดาย มีบริษัทสตาร์ทอัพที่ให้บริการกู้เงิน หรือเป็นช่องทางสำหรับการกู้เงินแบบบุคคลต่อบุคคล (Peer to peer) เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด
  • ข้อมูลมหาศาลถูกนำมาวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพด้วยอัลกอริทึ่ม และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อประเมินสถานะทางการเงินของผู้ใช้แบบตามเวลาจริง (Real time) และสรุปออกมาในรูปของ ดิจิตอล เครดิต รอการเรียกใช้งานเมื่อถึงเวลา
  • สำหรับธนาคารที่มีมูลค่าองค์กร 250 Billion USD ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นด้วยดิจิตอล เครดิต สามารถก่อให้เกิดรายได้ถึงปีละ 230 ล้าน USD ต่อปี เลยทีเดียว

“เงินกู้” อยู่คู่กับโลกทุนนิยมของเรามานานแสนนาน และที่นานไม่แพ้กัน เห็นจะเป็นระบบการกู้เงินอันเชื่องช้า เต็มไปด้วยขั้นตอนและเอกสาร รวมถึงการสัมภาษณ์อันยืดเยื้อที่ต้องตอบกันอย่างหมดไส้หมดพุง

“ธนาคาร” ถือเป็นแหล่งเงินกู้ที่ได้รับความนิยมเสมอมา เพราะมีปริมาณเงินกู้ที่สามารถปล่อยให้ผู้กู้ได้มากมายมหาศาล ปล่อยกู้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้คิดดอกเบี้ยในอัตราที่แพงเกินไป (หากเทียบกับผู้ปล่อยกู้อื่นๆที่กฎหมายเอื้อมมือไปไม่ถึง)

โดยทั่วไปหากไม่ติดปัญหาอะไร การประเมินจะใช้เวลาราว 3-5 สัปดาห์ และกว่าเงินกู้จะมาเกยฝั่ง ก็ปาเข้าไปประมาณ 3 เดือน กระบวนการกู้เงินเป็นไปอย่างไร้ประสิทธิภาพเช่นนี้เรื่อยมา จนกระทั่งโลกก้าวเข้าสู่ยุค “ดอทคอม”

อินเตอร์เน็ต กับรุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติระบบการกู้เงิน

อินเตอร์เน็ต ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 2 เรื่อง

เรื่องแรก ระบบการกู้เงินง่ายขึ้นมานิดหน่อย

การกู้ยืมออนไลน์เกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ยุค 1990 หรือแทบจะสมัยเดียวกับยุคแรกเริ่มของอินเตอร์เน็ตเลยก็ว่าได้อินเตอร์เน็ต เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้กู้ส่งข้อมูลให้ธนาคาร หรือผู้ให้กู้รายอื่นๆได้ง่ายขึ้น มีการลดเอกสารบางอย่างเพราะสามารถกรอกช้อมูลออนไลน์ และส่งเข้าฐานข้อมูลโดยตรงได้ ความยุ่งยากอาจจะลดลงบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่น่าเบื่อหน่าย และกินเวลาเนิ่นนานอย่าง การประเมิน “เครดิต” ยังไม่หายไปไหน

เรื่องที่สอง ทุกคนเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเงินกู้รายอื่นๆได้ง่ายขึ้น

หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 อัตราการอนุมัติเงินกู้จากธนาคารทั่วโลก ต่ำกว่า 10% นั่นหมายถึง 9 ใน 10 คน ของผู้ขอเงินกู้ ถูกปฏิเสธ

แต่แล้วไม่นานหลังจากนั้น ผู้คนก็เริ่มเรียนรู้ทีละนิดว่า เขาสามารถเปิดอินเตอร์เน็ต และค้นหาวิธีกู้เงินจากแหล่งอื่นๆได้อย่างง่ายดาย มีบริษัทสตาร์ทอัพที่ให้บริการกู้เงิน หรือเป็นช่องทางสำหรับการกู้เงินแบบบุคคลต่อบุคคล (Peer to peer) เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด เงินทุนเริ่มมีการหมุนเวียน และนำพาให้เศรษฐกิจค่อยๆฟื้นฟูกลับมาดีขึ้น

เมื่อเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น ประกอบกับธนาคารเริ่มสูญเสียลูกค้าไปทีละน้อย ธนาคารจึงต้องเร่งปรับตัวเองใหม่ ในปี 2012 อัตราการอนุมัติเงินกู้กระโดดข้าม 10% ขึ้นมาเป็นครั้งแรก และไม่เคยลดลงต่ำกว่า 10% อีกเลย

การแข่งขันอันดุเดือดนี่เอง ที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมการเงิน ถีบตัวเองเข้าสู่ยุค “ดิจิตอล เครดิต”

“ดิจิตอล เครดิต” เคล็ดลับแห่งบริการที่เหนือกว่า

แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา (Alibaba บริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกสัญชาติจีน) เคยกล่าวไว้ว่า “การปฏิวัติวงการใดๆ มักเริ่มต้นจากความคิดง่ายๆของคน คนหนึ่งว่า “ฉันน่าจะทำได้ดีกว่านี้” อาลีบาบามีแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สำหรับการซื้อสินค้าทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นซื้อปลีก ซื้อส่ง ซื้อของใหม่ หรือซื้อสินค้ามือสอง

ไม่เพียงเท่านั้น อาลีบาบายังมีบริการ “อาลีเพย์” (Alipay) ระบบชำระเงินทางโทรศัพท์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีนอีกด้วย (ควบคู่กับ วีแช็ตเพย์) ด้วยความที่การซื้อขาย (Transaction) เกิดขึ้นบนระบบแพลทฟอร์มของอาลีบาบา ทั้งความต้องการซื้อ-ขาย จำนวนเงินที่มีการจ่าย ความรวดเร็วในการจ่ายหลังสั่งซื้อ การให้คะแนนแก่ผู้ขาย เมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าและอื่นๆ บริษัทจึงมีข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้มากมายมหาศาล

ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพด้วยอัลกอริทึ่ม และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อประเมินสถานะทางการเงินของผู้ใช้แบบตามเวลาจริง (Real time) และสรุปออกมาในรูปของ ดิจิตอล เครดิต รอการเรียกใช้งานเมื่อถึงเวลา ในปี 2014 อาลีเพย์แยกส่วนบริหารออกมาจากอาลีบาบา แล้วตั้งเป็นบริษัทขึ้นมาอีกแห่งชื่อว่า แอนท์ ไฟแนนเชียล (Ant Financial) เพื่อเดินหน้าเข้าสู๋อุตสาหกรรมการเงินเต็มตัว

แอนท์ ไฟแนนเชี่ยล (Ant Financial) ให้บริการทางการเงินหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการปล่อยเงินกู้

การปล่อยกู้ของมดตัวนี้ ไม่ได้ผ่านกระบวนการประเมินหลากหลายขั้นตอน และกินเวลาเนิ่นนาน กลับกันการอนุมัติวงเงินกู้จาก ดิจิตอล เครดิต สามารถเกิดขึ้นได้ภายในเวลาแค่ 10 นาที และผู้กู้ก็จะได้รับเงินภายใน 24 ชั่วโมง

ปัจจุบัน แอนท์ ไฟแนนเชี่ยล มีมูลค่าบริษัท 60 Billion USD หรือ ราวๆ 2 ล้านล้านบาท มดน้อยปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 95 Billion USD หรือ กว่า 3 ล้านๆบาท ยอดเงินปล่อยกู้ สูงกว่าธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจีน

เมื่อปลาเล็กรวดเร็วกว่า ปลาใหญ่ก็ต้องปรับตัว 

แอนท์ ไฟแนนเชี่ยล (Ant Financial) เป็นแค่หนึ่งในตัวอย่างของบริษัทการเงินยุคใหม่ที่ปฏิวัติระบบการกู้เงินโดยใช้เทคโนโลยี ผสานกับข้อมูลมหาศาลที่มีอยู่ มาพัฒนากระบวนการปล่อยเงินกู้ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งในอุตสาหกรรมการเงินปัจจุบัน นอกจากบริษัทขนาดใหญ่ของแอนท์ ไฟแนนเชี่ยลแล้ว ธนาคารต้องรับมือกับสตาร์ทอัพขนาดเล็กอีกเป็นจำนวนมาก ที่มีบริการอันรวดเร็วจากคอนเซ็ปท์ ดิจิตอล เครดิตนี้ แต่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ทั้งหลายก็ไม่ได้นิ่งเฉย แต่กำลังปรับตัวโดยมีเป้าหมายหลักที่ใหญ่กว่าแค่ระยะเวลาอนุมัติเงินกู้ที่สั้นลง

ปัจจุบัน เป้าหมายของธนาคารทั่วโลก คือ การพัฒนาบริการกู้เงิน “ตั้งแต่ต้นจนจบ” (End-to-end credit journey) ให้ตอบสนองลูกค้าได้ดีที่สุด ทั้งความรวดเร็ว และความเรียบง่าย โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) เป็นหลัก ตามแนวโน้มของโลก

บทวิเคราะห์ของ “แม็กคินซีย์” (Mckinsey บริษัทที่ปรึกษา และการวิจัยทางธุรกิจระดับโลก) ยกตัวอย่างธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งในทวีปยุโรป ที่ทำการปฏิวัติกระบวนการปล่อยเงินกู้ทั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มตั้งแต่เมื่อลูกค้ามีความต้องการเงินกู้ และเริ่มค้นหาผลิตภัณฑ์เงินกู้ ธนาคารสามารถนำเสนอเงินกู้เฉพาะ (Personalized) ที่เหมาะสมกับลูกค้ารายนั้นๆให้ได้จากข้อมูลในอดีตของลูกค้า เมื่อลูกค้าแสดงความต้องการกู้เงิน กระบวนการขอเอกสารหลักฐานสามารถกระทำออนไลน์ได้ และเงินกู้ก็อนุมัติได้ทันที เพราะประวัติของลูกค้าถูกประเมินอยู่ในรูป ดิจิตอล เครดิต อยู่แล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติครั้งนี้คือ ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นถึง 30% ต้นทุนที่หายไปจากการกำจัดการปฏิสัมพันธ์ที่ไร้ประโยชน์ ทำให้ธนาคารสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ด้วยราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง และความสะดวกรวดเร็วยังส่งผลให้มีลูกค้ามาเปิดบัญชีกันเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย สำหรับธนาคารที่มีมูลค่าองค์กร 250 Billion USD ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นนี้ สามารถก่อให้เกิดรายได้ถึงปีละ 230 ล้านดอลลาร์ฯ ต่อปี เลยทีเดียว

ารเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย 

แม้จะมีผลลัพธ์ที่น่าหอมหวน แต่การปรับตัวจากสิ่งที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่โบราณไม่เคยเป็นเรื่องง่าย ธนาคารกว่า 90% ยังคงประสบปัญหาในการปฏิรูประบบการกู้เงินของตัวเอง

ระบบอัตโนมัติที่เชื่อถือได้ ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญประการแรก เมื่อการประเมินลูกค้าไม่ได้ผ่านหูผ่านตาคนซึ่งมีประสบการณ์อีกต่อไป อัลกอริทึ่ม และปัญญาประดิษฐ์ที่มาทำหน้าที่แทนต้องมีความเสถียร และเชื่อถือได้ ซึ่งความเชื่อใจที่มนุษย์มีต่อคอมพิวเตอร์ในการทำงานยากๆและละเอียดอ่อนนี้เอง ก็ยังคงเป็นปัญหาข้อหลักของการปฏิวัติระบบ

ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เงินกู้เองก็ทำให้งานนี้ยากขึ้นไปอีก เนื่องจากเงินกู้มีหลากหลายรูปแบบ แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของผู้กู้

เงินกู้บุคคลธรรมดาเป็นเรื่องง่าย และไม่ซับซ้อนนัก แต่หากเปลี่ยนเป็นเงินกู้ธุรกิจเอสเอ็มอี ความวุ่นวายก็เพิ่มขึ้นมาอีกระดับ

ยิ่งเมื่อก้าวขึ้นมาเป็นเงินกู้ “คอร์ปอเรท” (Corporate คือ บริษัทขนาดใหญ่) แม้จะไม่ได้มีความเร่งด่วน เพราะองค์กรใหญ่มักจะมีการประเมินสถานะทางการเงินล่วงหน้า และบริหารไปตามแผน แต่ด้วยเม็ดเงินกู้ที่มหาศาล ทำให้การประเมินอาจเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังให้มาก

เงินกู้เพื่อการจดจำนอง ทั้งการซื้อรถ และซื้อบ้าน (หรือสินทรัพย์อื่นๆ) ก็ถือว่ามีความซับซ้อนยุ่งยากไม่น้อย เพราะเกี่ยวพันกับ บุคคลที่สาม (Third party) อย่างเจ้าของโครงการ หรือบริษัทขายรถ การจัดการจึงต้องละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น

และปัญหาสำคัญที่สุดที่สถาบันการเงินต้องเจอ คือ เรื่อง “คน” หรือการหาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพมาเป็นหัวหอกในการปฏิวัติ เพราะด้วยไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ ที่มักไม่ได้มีความภักดีในองค์กรมากนัก จึงทำงานไม่ยืดเท่าไหร่ ในขณะที่การปฏิวัติระบบเงินกู้เดิมๆที่มีมายาวนาน ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี หากเกิดการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบกลางคัน ทุกอย่างก็จะสะดุด

ทั้งนี้ แม้จะต้องเจอกับปัญหานานับประการ การปรับตัวก็ยังคงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยุคแห่งดิจิตอล เครดิต มาถึงแล้ว และลูกค้าหรือผู้กู้กำลังเริ่มตระหนักได้ และหันไปมองหาข้อเสนอที่ดีที่สุด ง่ายที่สุด และรวดเร็วที่สุด ดังนั้น พี่ทุยว่าอีกไม่นานเกินรอ กระบวนการกู้เงินที่น่าเหนื่อยหน่ายจะถูกกำจัดไป แม้แต่ในไทยเอง เราอาจจะกู้เงินมาเริ่มทำธุรกิจได้ภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็เป็นได้นะ

อัพเดทบทความใหม่ล่าสุดทาง LINE ทุกวัน
Add Friend ที่ LINE ID @moneybuffalo

Spread the love
Sign up for your information
Newsletter*
Text:*