อยากมีชีวิตอิสระ เริ่มที่จัดการภาระหนี้สิน

อยากมีชีวิตอิสระ เริ่มที่จัดการภาระหนี้สิน

3 min read  

ฉบับย่อ

  • มีหนี้ ขาดอิสระในการใช้ชีวิต เงินเดือนได้มา ก็ต้องมาจ่ายหนี้ก่อน แล้วไม่มีเงินเหลือเพียงพอนำไปใช้ด้านอื่นๆ อย่างการไปเที่ยวต่างประเทศ ไปลงทุนต่อยอด และสำรองเงินไว้กรณีเจ็บป่วย
  • ถ้ามีหนี้ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองใหม่ เริ่มจากการตั้งสติ ทำบัญชีรายรับรายจ่าย และวิเคราะห์หนี้ จ่ายหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงๆให้หมดก่อน หรือรีไฟแนนซ์ให้ต้นทุนของหนี้น้อยลง และถ้ายังติดนิสัยรูดบัตรเครดิตอยู่มาก ให้เปลี่ยนไปใช้บัตรเดบิตแทน
  • อย่าก่อหนี้เพิ่ม ลดรายจ่าย หารายได้เพิ่ม และมีวินัยในการชำระหนี้ จะได้มีอิสระในการเลือกใช้ชีวิตด้านอื่นๆ

การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ !!  วิธีเทสแบบง่ายๆ  ลองสำรวจดูว่าในบัญชีของเราเองมีทรัพย์สินหรือหนี้สินมากกว่ากัน ถ้าเรายังต้องจ่ายดอกเบี้ยต่างๆ  ทั้งจากเงินกู้บ้าน เงินกู้รถ ดอกเบี้ยบัตรเครดิต และหนี้อื่น ๆ นั้นแสดงว่า เรายังมีหนี้สินอยู่ แต่จะเยอะหรือไม่ เราควรจะนำไปเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ที่เรามีอยู่ เช่น เงินสด หรือพอร์ตการลงทุน แล้วดูว่าสัดส่วนหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์ของเราหรือไม่ ถ้าสัดส่วนหนี้มากกว่าสะท้อนได้ว่า เรามีภาระหนี้สินที่ต้องแบกรับความเสี่ยง ดังนั้นจึงอาจทำให้อิสระในการใช้ชีวิตของเราหายไป เนื่องมาจากภาระหนี้สินที่เราต้องแบกรับ จนไม่สามารถขยับทำอะไรได้

อิสระในบทความนี้ไม่ได้หมายถึงอิสรภาพทางการเงิน แต่หมายถึงอิสระในการใช้ชีวิต ซึ่งอิสรภาพทางการเงินพี่ทุยเคยเขียนบทความให้อ่านกันไปแล้ว สามารถกลับไปอ่านย้อนหลังกันได้นะ

ทำไมมีภาระหนี้สินเยอะ จึงไม่มีอิสระในการใช้ชีวิต ?

พี่ทุยอยากให้นึกภาพกันแบบง่ายๆ ลองคิดดูว่าถ้าเราทำงานมาแต่ละเดือนด้วยความเหน็ดเหนื่อย ได้เงินเดือนมาจำนวนหนึ่ง เช่น 50,000 บาท แต่เราต้องนำเงินไปจ่ายชำระหนี้เป็นส่วนใหญ่ เช่น ผ่อนรถยนต์ 15,000 บาท และอีกส่วนหนึ่งไปผ่อนบ้านหรือคอนโดอีก 20,000 บาท เพราะฉะนั้นแล้วเราจะมีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายส่วนตัวอีก 15,000 บาท ต่อเดือนเท่านั้น เพื่อใช้ดำรงชีวิตให้พอกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่างๆ พี่ทุยคิดให้แบบง่ายๆ เดือนหนึ่งเฉลี่ยใช้เงินได้ประมาณวันละ 500 บาทเท่านั้น ไหนจะค่าน้ำมัน หรือค่าฟิตเนสออกกำลังกาย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่คาดคิดอีก

ถ้าเราต้องการที่จะไปใช้ชีวิต เช่น การท่องเที่ยวต่างประเทศหรือต่างจังหวัด จึงแทบที่จะเป็นไปไม่ได้เลย หรือใครสายกิน หรือถ้าคนในครอบครัวเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา และไม่สามารถใช้สิทธิเบิกอะไรได้ ดังนั้นแล้วก็จะไม่สามารถทำสิ่งที่ต้องการได้ เนื่องจากงบประมาณที่ใช้ต่อวันมีอย่างจำกัด !

เห็นถึงการขาดอิสระของชีวิตกันแล้วหรือยัง ?

ภาระหนี้สินในแต่ละเดือน เป็นตัวฉุดรั้งทำให้เราไม่มีอิสระในชีวิต เพราะฉะนั้นถ้าอยากมีชีวิตที่มีอิสระ ให้เราจัดการภาระหนี้สินเหล่านี้ให้ดีเสียก่อน สิ่งสำคัญ อันดับแรกๆ คือ การปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายเงิน เริ่มต้นจากที่ตนเองก่อน แล้วไปสู่ครอบครัว ขั้นตอนหลักๆ ประกอบด้วย

การตั้งสติก่อนใช้จ่ายและทำบัญชีรายรับรายจ่าย

การบริหารจัดหารหนี้สิน จะไม่มีทางเกิดผลได้เลย ถ้าเรายังไม่รู้รายรับรายจ่ายของตนเองในแต่ละเดือนๆ วิธีง่ายๆ แต่สำคัญ คือ จดบันทึกรายรับรายได้ จัดหมวดหมู่ให้ดี ว่าอันไหนเป็นรายจ่ายประจำ อันไหนเป็นรายจ่ายแปรผัน แล้วสรุปมาแต่ละเดือนว่า รายจ่ายของเราหมดไปกับอะไรที่ไม่จำเป็นบ้าง แล้วเราจะรู้ตัวเองว่า โอ้ว ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอาจมากกว่าที่จำเป็นก็เป็นได้ ฮ่าๆๆ

การวิเคราะห์หนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ 

แบ่งกลุ่มหนี้สินดูว่า หนี้สินที่เรามีอยู่ เป็นหนี้สินระยะสั้นหรือหนี้ระยะยาว หลักการแบ่งง่ายๆ ที่ใช้กัน คือถ้าภาระหนี้สินที่น้อยกว่า 1 ปี ถือเป็นหนี้ระยะสั้น เช่น บัตรเครดิต แต่ถ้าภาระหนี้สินระยะยาว เกิน 1 ปี เช่น หนี้บ้านหรือรถยนต์ นั่นเอง

ลองเปรียบเทียบดูว่า ดอกเบี้ยที่ต้องชำระเป็นร้อยละเท่าไหร่ เช่น ดอกเบี้ยบัตรเครดิต 20% ต่อปี ดอกเบี้ยรถ 5% ต่อปี มาคำนวณเงินผ่อนต่อเดือนว่า ต้องผ่อนต่อเดือนเท่าใด เมื่อเทียบกับรายได้ต่อเดือน พี่ทุยบอกเคล็บลับให้เราพยายามปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงๆให้ได้ก่อน ถ้ามีหนี้หลายก้อนที่มีอัตราดอกเบี้ยเท่าๆกัน ให้จัดการหนี้ก้อนเล็กให้หมดก่อน เพื่อปลดภาระหนี้แต่ละประเภทให้หมดไป

ถ้าเป็นหนี้ระยะยาวที่มีดอกเบี้ยสูง แต่สามารถผ่อนเพื่อลดต้นลดดอกได้ เราควรที่จะรีบจัดการหาเงินมาโปะเพื่อลดต้นให้ไวที่สุด เพื่อที่จะได้จ่ายดอกเบี้ยให้น้อยที่สุดตามมา หรืออีกวิธีที่นิยมกัน เรียกว่า รีไฟแนนซ์ (Refinance)

หนี้จากที่มีต้นทุนสูงไปยังต้นทุนที่ต่ำกว่า ซึ่งมักจะใช้กันในหนี้ประเภทอสังหาฯที่ดอกเบี้ยมักจะถูกในช่วงปีแรกๆของการผ่อนชำระ และดอกเบี้ยได้ลอยตัวในระยะยาว รู้หรือไม่ว่า ถ้ากู้ซื้อคอนโดมูลค่า 2 ล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ยประมาณ 7 % เป็นระยะเวลา 30 ปี ดังนั้นรวมภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด 2,790,000 บาท โอ้ววว ดอกเบี้ยแพงกว่ามูลค่าคอนโดเสียอีก ! ดังนั้นรีบจัดการหนี้ให้เหลือน้อยที่สุด โดยไวที่สุด จะได้มีเงินเหลือไว้ไปทำอะไรที่อยากทำอย่างอื่นบ้าง อิอิ

เทคนิคเพิ่มเติม เปลี่ยนจากบัตรเครดิตไปใช้เดบิต

ถ้าเรารู้ตัวว่า ชอบนำเงินอนาคตมาใช้ล่วงหน้าก่อนแล้วเป็นคนที่ชอบจ่ายขั้นต่ำ ต้องเปรียบลักษณะนิสัยโดยด่วนๆ เพราะดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตสูงมาก ถ้ายังเปลี่ยนนิสัยไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนบัตรแทน เปลี่ยนจากบัตรเครดิตไปเป็นบัตรเดบิตไปเลย เพราะเป็นวงเงินที่ต้องใช้จ่ายจริง ๆ เวลาจะซื้ออะไรต้องคิดหน้าคิดหลังก่อนดีๆ สติมาปัญญาเกิด สตางค์จะเพิ่มขึ้นมาได้เอง

โดยสรุป การบริหารจัดการหนี้เพื่อให้ชีวิตมีอิสระ ไม่ติดกับดักของการเป็นหนี้ ลองถามตนเองก่อนว่า เรามีความจำเป็น (Need) หรือแค่มีความอยากได้ (Want) ถ้าจำเป็นต้องใช้ ก็มาคิดต่อถึงเรื่องความสามารถในการผ่อนชำระหนี้  โดยปกติแล้ว ในแนวคิดการวางแผนทางการเงิน การจัดการหนี้หรือความสามารถในการผ่อนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้แต่ละเดือน เพื่อไม่ให้เป็นภาระที่หนักมากจนเกินไปต่ออิสระในการใช้ชีวิตด้านอื่น ๆ สรุปเป็นหลักการสำคัญ อย่าก่อหนี้เพิ่ม ลดรายจ่าย หารายได้เพิ่ม และมีวินัยในการชำระหนี้ ดังนั้นก่อนที่จะเป็นหนี้ คิดสักนิด วางแผนก่อนทุกครั้ง จะได้มีอิสระในการเลือกใช้ชีวิตด้านอื่นๆบ้างไม่มากก็น้อย


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: