3 สัญญานเตือน ก่อนเป็น "หนี้บัตรเครดิต" เรื้อรัง

3 สัญญานเตือน ก่อนเป็น “หนี้บัตรเครดิต” เรื้อรัง

4 min read  

ฉบับย่อ

  • “หนี้สิน” เป็นภัยต่อฐานะทางการเงิน เราควรระมัดระวังในการสร้างหนี้และรู้จักสำรวจพฤติกรรมตัวเองอยู่เสมอ ช่วยให้เราสามารถจัดระเบียบการใช้เงินและรู้ทันก่อนที่หนี้พอกขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นภาวะหนี้เรื้อรัง
  • บางคนไม่ได้มีบัตรเครดิตแค่ใบเดียวเท่านั้น และเกือบทุกใบก็ถูกใช้บัตรแบบเต็มวงเงิน แสดงให้เห็นถึงการมีการใช้จ่ายที่เกินกว่ารายได้ที่เรามีและมีสัดส่วนหนี้ที่ค่อนข้างมาก
  • พฤติกรรมการจ่ายขั้นต่ำอยู่เรื่อย ๆ สะท้อนให้เห็นถึงการไม่มีความสามารถในการชำระคืนได้ทั้งหมด เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนให้เราเริ่มรู้ตัวว่ามีค่าใช้จ่ายมากเกินไปและทำให้หนี้สินเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ
  • การกดเงินสดจากบัตรเครดิตมาจ่ายหนี้บัตรเครดิตอีกใบ เป็นอาการของการเริ่มมีปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและที่สำคัญไม่ได้ช่วยให้จำนวนหนี้สินลดลง

ทั้ง “หนี้สิน” หรือแม้แต่ “หนี้บัตรเครดิต” เป็นสิ่งที่หลายคนหวาดกลัว เพราะชื่อเสียงของผลกระทบต่อความมั่นคงของสถานะทางการเงิน และยิ่งสมัยนี้ด้วยความที่เราเป็นหนี้ได้ง่ายมากขึ้น เช่น จากการใช้บัตรเครดิต  ถึงแม้ว่า “บัตรเครดิต” จะเป็น “ตัวช่วย” ในการใช้ชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก แต่ก็มักจะสร้างปัญหาให้ถ้าหากว่าเรานั้นใช้มันไม่ถูกวิธี แม้ว่าการรูดก่อนจ่ายทีหลัง แต่ก็พบได้บ่อยครั้งว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโดยไม่ระมัดระวังและการไม่มีวินัยในการใช้บัตรเครดิตและการชำระคืน จนไม่สามารถผ่อนชำระคืนได้ภายในระยะเวลา ทำให้หลายคนกลายเป็นหนี้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยพอกพูน เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเป็นหนี้ระยะยาวเรื้อรังและมีหนี้สินท่วมตัว

เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการมีปัญหาทางการเงิน เริ่มแรกพี่ทุยว่าควรคิดตั้งแต่ตอนที่จะใช้บัตรเครดิตเลย ต้องคิดว่าถ้าเราไม่สามรถจ่ายสดได้ ณ ตอนนี้เลยก็ไม่ควรรูดบัตรเครดิต ไม่ใช่มักง่ายคิดแต่แค่ว่า ไม่เป็นหรอก รูดก่อนคิดทีหลังก็ได้ เดี๋ยวเงินเดือนก็ออกไม่เป็นไร พี่ทุยว่าถ้าไม่มีเงินเตรียมไว้ก็ยังไม่ควรซื้อนะ

แล้วหลังจากนั้นพี่ทุยแนะนำให้ทุกคนรู้จักและลองสังเกตพฤติกรรมของตัวเองว่ามีพฤติกรรมการใช้จ่ายเป็นยังไง และเรากำลังใช้จ่ายเกินตัว เกินฐานะทางการเงินอยู่รึเปล่า? ถ้าคนไหนลองสังเกตตามและพบว่าตัวเองกำลังมีลักษณะเหมือนที่พี่ทุยจะบอกแล้วล่ะก็ แสดงว่ากำลังเข้าข่ายของการจะเป็นหนี้บัตรเครดิตเรื้อรังแล้วนะ ถ้าไม่อยากเป็นหนี้หัวโต พี่ทุยขอเตือนว่าให้รีบตั้งสติแล้ว แล้วมาจัดการกับหนื้ที่มีอยู่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางการเงินตามมาในวันที่สายไปแล้ว

พี่ทุยแนะนำว่าให้หมั่นตรวจสอบสัญญาณอันตรายเหล่านี้ เพื่อที่เรานั้นจะรู้ทันก่อนการเป็น “หนี้บัตรเครดิตเรื้อรัง” จนเกิดปัญหาทางการเงิน

1. ใช้บัตรเต็มวงเงินแทบทุกใบ

บางคนเริ่มต้นลองใช้บัตรเครดิตใบเดียว แต่พอได้ยินว่าสมัครบัตรนั้นสิได้สิทธิประโยชน์เยอะนะ สมัครบัตรใบโน้นก็ดีเหมือนกันนะ คราวนี้ก็พากันมีบัตรเครดิตคนละหลายใบ ยิ่งไปกว่านั้นบัตรแทบจะทุกใบก็รูดเต็มวงเงิน จนยอดการใช้บัตรแต่ละใบพุงทะยานในแบบที่ว่ามีเท่าไหร่ใส่ไปไม่ยั้ง แต่อย่าลืมนะว่าการที่เราสัดส่วนหนี้สินที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้ หรือเงินเดือนเริ่มแสดงให้เราเห็นว่าเราใช้จ่ายมากเกินไป ยิ่งถ้าค่าใช้จ่ายทะลุ 40-50% ของรายได้ทั้งหมดอันนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของการมีหนี้ที่จะเริ่มมีปัญหาละนะ ต้องลองกลับมาสังเกตการใช้จ่ายว่าส่วนไหนที่เยอะเกินความจำเป็น เพราะว่ายอดหนี้ที่มีมากจนเกินไปจะมีผลความสามารถในการชำระคืนได้ และถ้าจะต้องนำเงินเดือนเกือบทั้งหมดไปชำระหนี้ที่ค้างอยู่ ก็อาจจะจ่ายเต็มจำนวนได้แค่บางใบ แต่บางใบก็ไม่สามารถจ่ายได้ครบทำได้แค่การจ่ายขั้นต่ำไปก่อน

ถ้าหากใครมีพฤติกรรมของการใช้บัตรที่มากเกินไป พี่ทุยแนะนำว่าควรลดการใช้จ่ายลงบ้างก็ดี อย่าให้มันเลยเถิดไปจนถึงการมีปัญหาทางการเงินเลย

2. มี “หนี้บัตรเครดิต” แล้วเริ่มจ่ายเต็มไม่ไหว ต้องจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ

บางคนเมื่อเป็นหนี้แล้ว แต่ยังใช้เงินด้วยพฤติกรรมการใช้เงินแบบผิด ๆ เหมือนเดิม จึงไม่มีเงินสำหรับจ่ายชำระหนี้ได้หมด เลยจ่ายแบบขั้นต่ำไปก่อนเป็นเวลานาน จนทำให้ยอดค้างเยอะและเป็นหนี้สินเรื้อรังไม่จบสักที

หลายคนอาจจะคิดว่า “การจ่ายขั้นต่ำ” ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย แต่มันกำลังสะท้อนว่าเราเห็นว่าเรานั้นมีเงินไม่เพียงพอที่จะสามารถจ่ายหนี้ได้เต็มจำนวน หากทำการชำระค่าบัตรเครดิตก็ไม่มีเงินเหลือเพียงพอที่จะใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันล่ะสิ พี่ทุยอยากจะเตือนคนที่จ่ายขั้นต่ำทุกคนว่าการคิดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มตลอดเวลา เนื่องจากดอกเบี้ยของการจ่ายขั้นตํ่านั้นสูงถึง 20% เชียวนะ และแม้ว่าจะสามารถจ่ายได้แบบเต็มจำนวนเดือนถัดไปแต่ก็ยังคงมีดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายของเดือนก่อนหน้าด้วยนะ พี่ทุยจึงไม่ค่อยสนับสนุนให้เลือกจ่ายแบบขั้นตํ่าไปก่อน เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัยและเสี่ยงแต่การเป็นหนี้เพิ่มไปอีกกกก

ถ้าใครมีพฤติกรรมแบบนี้แล้วล่ะก็ให้รู้ว่าเริ่มมีสัญญาณของการจะเป็นทาสให้กับบัตรเครดิต พี่ทุยว่าต้องรีบชำระให้หมดเลยนะ อย่าปล่อยให้ดอกเบี้ยจากการจ่ายขั้นต่ำสร้างปัญหาความปวดหัวให้กับเราจนต้องไปสร้างหนี้จากช่องทางใหม่มาโปะจ่าย และถ้าเลือกที่จะใช้จ่ายผ่านบัตร พี่ทุยอยากให้มั่นใจก่อนว่าเรามีเงินเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนดชำระนะหรือไม่ก็กันเงินจำนวนที่จะต้องจ่ายไว้ก่อนเลย

3. สัญญาณที่สุดจะอันตรายการกดเงินสดจากบัตรเครดิต

บางคนเมื่อถึงจุดที่รายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้คืนบัตรภายในระยะเวลาที่กำหนด และคิดว่าไม่มีทางออกแล้ว ไม่รู้จะหาเงินมาจากไหนเลยตัดสินใจกดเงินสดจากบัตรเครดิตมันซะเลย การกดเงินจากบัตรเครดิตเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ตอนนี้เราเริ่มจะมีหนี้เรื้อรังนะ เพราะพี่ทุยคิดว่าการกดเงินสดจากบัตรเครดิตไม่ได้ช่วยลดปัญหาหนี้สินลงเลยนะ เพราะจำนวนหนี้ยังคงเท่าเดิมไม่ไปไหน แต่ดอกเบี้ยนั้นวิ่งแซงไปแล้วจ้า

พี่ทุยต้องบอกก่อนนะว่าบัตรเครดิตไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กดเงินสดและการกดเงินสดจากบัตรเครดิตถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงและคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน รวมถึงมีค่าธรรมเนียมและ VAT อีกด้วยนะ ดังนั้น พี่ทุยว่าการกดเงินจากบัตรเครดิต จะยิ่งทำให้ดอกเบี้ยพอกหางเราจนเกินความสามารถที่จะชำระไหว

พี่ทุยอยากให้ลองสังเกตตัวเองกันสักหน่อยว่าถ้าเราเริ่มสังเกตตัวเองว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้รึเปล่า ถ้าใครพบว่าตัวเองเริ่มมีลักษณะตามที่พี่ทุยบอกบ้างแล้วล่ะก็จะได้เริ่มต้นคิดหาทางแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีและรีบจัดการกับการเงินของตัวเองให้ดี จ่ายคืนหนี้ครบเต็มจำนวนและตรงเวลาจะได้ไม่เกิดปัญหาหนี้สินเรื้อรังและปัญหาทางการเงินนะและที่สำคัญพี่ทุยว่าก็ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้ในกรณีฉุกเฉินกันด้วยนะเพื่อความปลอดภัยและสบายใจ 


Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: