วิธีจัดการหนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต ให้ได้ผล !

วิธีจัดการหนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต ให้ได้ผล !

3 min read  

ฉบับย่อ

  • การขอลดดอกเบี้ยหรือการรีไฟแนนซ์เป็นวิธีการนึงที่จะช่วยทำให้ภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละวัน แต่ละเดือนน้อยลงได้เป็นอย่างดี
  • การปลดหนี้สำคัญที่สุดคือการ “ลงมือทำ” ยิ่งลงมือทำเร็วมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งปลดหนี้ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น หากเราสามารถผ่านมรสุมชีวิตอันนี้ได้ เราจะมีภูมิต้านทานเรื่องหนี้ไปอีกตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้

ปัญหาเรื่องหนี้พี่ทุยว่าเป็นปัญหาเรื่องการเงินที่น่าทรมานที่สุดแล้วล่ะ แล้วก็เป็นปัญหาที่คนไทยน่าจะเจอเยอะที่สุดเลย เพราะเวลาที่เราอยากได้อะไรมากๆ หรือว่าในวันที่เงินเราขาดมือ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจทำก็ไม่ใช่การตัดใจไม่ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย หรือไม่แม้กระทั่งการตั้งใจทำงานมากขึ้น ขยันมากขึ้น เพื่อหาเงินให้ได้เพิ่มขึ้น

แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำก็มักจะไปใช้หนทางที่มักง่ายอย่างการ “สร้างหนี้” แล้วพอรู้ตัวอีกทีก็เป็นหนี้มั่วซั่วไปหมด เพราะเวลากู้ยืมมาชอบคิดว่า “เงินกู้คือเงินกู” ซะแบบนั้น ลืมไปว่าต้องจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย กว่าจะรู้ตัวอีกทีหนี้ก็พอกพูนเพิ่มขึ้นเยอะมากๆแล้ว โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ย 3-5% ต่อเดือน (หรือเท่ากับ 36-60% ต่อปี) หรือจะเป็นบัตรเครดิตที่รูดใช้ไป หรือกดเงินสดออกมาใช้แล้วแต่ก็ยังไม่ได้ไปจ่ายคืนสักที วิธีการง่ายๆถ้าเราอยากที่จะแก้หนี้พวกนี้ให้หมดไป เราสามารถเริ่มต้นได้จาก

1. ตั้งสติและเข้าใจตัวเองก่อน

การหนีหนี้หรือที่เรียกว่าเท ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาใดๆเลย มีแต่จะปล่อยให้หนี้มันงอกเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ เราต้องหยุดหนีแล้วกลับมาเผชิญความจริง เลิกเป็นหนี้เพิ่ม แต่นั่งจดหนี้ + ภาระดอกเบี้ย ที่ตัวเองต้องแบกอยู่ทั้งหมดออกมา แล้วไล่จัดการไปทีละตัว

2. จัดการลดดอกเบี้ย (Refinance)

อีกวิธีทีนึงที่สามารถช่วยทำให้เราลดภาระดอกเบี้ยในแต่ละเดือนได้ คือ การลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นวิธีการที่เราไปหาแหล่งกู้อื่นที่ทำให้ภาระดอกเบี้ยของเราลดลงจากปัจจุบัน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ กับ หนี้บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสดที่เป็นกันเยอะมาก ซึ่งภาระดอกเบี้ยนั้นสูง มีตั้งแต่ 28% ไปจนถึง 60% ต่อปี พี่ทุยว่ามันแพงมาก เราอาจจะต้องหาแหล่งเงินกู้ใหม่ที่ช่วยทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงมา

จริงๆสำหรับคนที่ไม่มีคนค้ำ หรือสินทรัพย์ค้ำประกันเลยก็อาจจะลองใช้ “สินเชื่อส่วนบุคคล” ที่ไม่จำเป็นต้องมีคนค้ำหรือสินทรัพย์ค้ำก็สามารถขอวงเงินกู้ได้สูงสุด 5 เท่าของเงินเดือนเราเลย

ตัวอย่างของกรุงศรีก็มี “สินเชื่อ Krungsri iFIN” ที่มีโปรโมชั่นดอกเบี้ยเริ่มต้น 9.99% ต่อปีในช่วง 3 เดือนแรก หรือจะเป็นดอกเบี้ย 10.99% ในช่วง 12 เดือนแรก แล้วก็ค่อยๆปรับเพิ่มขึ้้นตามเงื่อนไข แต่โดยรวมๆก็ถูกว่าอัตราดอกเบี้ยปกติของธนาคารถึง 3% แถมดอกเบี้ยที่จ่ายก็น้อยกว่าพวกหนี้นอกระบบ กับหนี้บัตรกดเงินสดเห็นๆเลย ข้อดีของสินเชื่อส่วนบุคคล คือ เราสามารถกำหนดระยะเวลาที่เราผ่อนชำระได้เลยเป็นจำนวนคงที่ในแต่ละเดือน ทำให้เราสามารถบริหารเงินในอนาคตได้ดีมากขึ้นด้วยยิ่งเราลดรายจ่ายดอกเบี้ยได้เยอะ เราก็มีเงินไปโปะเงินต้นเยอะขึ้น ง่ายๆแค่นี้แหละ

ถ้าใครสนใจ “สินเชื่อ Krungsri iFIN” ลองเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย คลิกที่นี่

3. ลดรายจ่าย

ช่วงที่เรากำลังจะปลดหนี้ เราอาจจะใช้ชีวิต กิน เที่ยว เหมือนเดิมไม่ได้ ต้องมีการลดรายจ่ายเพื่อที่จะได้เอาเงินไปปิดหนี้ได้เร็วขึ้น ยิ่งเราประหยัดตรงนี้ได้เท่าไหร่ นั่นแปลว่า เรายิ่งปิดหนี้ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น

4. หารายได้เพิ่ม

ต้องบอกว่าการประหยัดเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่การประหยัดก็ทำได้ระดับนึงเท่านั้นเอง เพราะยังไงเราก็ยังต้องกินต้องใช้ แต่ถ้าอยากปลดหนี้ให้ได้ไว การหารายได้เพิ่มก็เป็นวิธีที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุด เราอาจจะเริ่มต้นจากการทำงาน Part-Time เสาร์อาทิตย์ หรือการทำ OT ในช่วงเริ่มต้นก่อน แล้วค่อยมองหาลู่ทางขยันเพิ่มต่อไปอีกเรื่อยๆ หรือมีอะไรที่เราพอทำอาชีพเสริมควบคู่กันไปได้บ้าง อันนี้ต้องดูความถนัดของตัวเราประกอบด้วย

5. ขายสินทรัพย์บางอย่างออกไปก่อน

เป็นวิธีที่พี่ทุยจะแนะนำให้ทำถ้าไม่ลำบากจนเกินไปจริงๆ สินทรัพย์บางอย่างมีแต่ค่าเสื่อมตลอดเวลา เรียกว่ามูลค่ามีแต่จะลดลงอย่างเดียว แต่ถ้าเราตัดสินใจขายไปก่อนตอนนี้แล้วเอาเงินไปปิดหนี้ก่อน เท่ากับว่าเราได้ประหยัดรายจ่ายจากดอกเบี้ยออกไปอีกทางนึงด้วย

การปลดหนี้สำคัญที่สุดคือการ “ลงมือทำ” ยิ่งลงมือทำเร็วมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งปลดหนี้ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น และที่สำหรับ “ห้ามท้อ” เด็ดขาด ! ถ้าเราสามารถผ่านมรสุมชีวิตอันนี้ได้ เราจะมีภูมิต้านทานเรื่องหนี้ไปอีกตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้

#Krungsripersonalcredit
#KrungsriiFIN

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม www.krungsri.com

บทความนี้เป็นบทความ Advertorial

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply

error: