3 ขั้นตอนจัดพอร์ตการลงทุนสำหรับ "คนเป็นหนี้"

3 ขั้นตอนจัดพอร์ตการลงทุนสำหรับ “คนเป็นหนี้”

 

คนไทยส่วนใหญ่ในประเทศเรามักจะเข้าข่าย “คนเป็นหนี้” กันหมด เวลาที่เราเป็นหนี้พี่ทุยมักจะแนะนำให้เราเคลียร์หนี้ให้หมดก่อนเสมอ พอเคลียร์เสร็จเราค่อยมาว่าเรื่องการลงทุน ทีนี้หลายคนก็มีคำถามกลับมาประมาณว่า ถ้าเราเป็นหนี้อยู่เราก็ไม่ควรลงทุนเลยงั้นเหรอ ?

จริงๆแล้วโลกเราก็ไม่โหดร้ายขนาดนั้น ที่เราจะไม่สามารถลงทุนได้เลย สำหรับคนที่เป็นหนี้แล้วอยากลงทุนไปด้วย ลองจัดการ 3 ขั้นตอนตามนี้ได้เลย นั่นคือ

1. ลองกลับมาดูบัญชีหนี้ของตัวเองว่าเป็นแบบไหน

ต้องแบ่งหนี้หลักๆออกเป็น 2 แบบก่อน

แบบที่ 1 คือ หนี้ที่ถ้าเราโปะไปก็ไม่ทำให้ “ภาระดอกเบี้ย” เราลดลงแต่อย่างใด เช่น รถยนต์ ถ้าโปะอาจจะมีส่วนลดลงน้อยมากๆ เท่าที่พี่ทุยดูมา แล้วก็สินค้าผ่อน 0% ต่างๆ หนี้ตรงนี้พี่ทุยว่าเราไม่ต้องรีบโปะหรอก เพราะทยอยจ่ายแล้วเอาเงินไปฝากธนาคาร แล้วทยอยผ่อนยังคุ้มกว่าเลย

แบบที่ 2 คือ หนี้ที่สามารถโปะได้ เมื่อโปะแล้วจะทำให้เงินต้นที่ติดลดลง ภาระดอกเบี้ยก็ลดลง พี่ทุยว่าหนี้ตรงนี้แหละที่เราสามารถจัดการอะไรเพิ่มเติมได้

2. เอาหนี้แบบที่ 2 มาจัดลำดับ

ลองเอาหนี้แบบที่ 2 หนี้ที่เวลาจ่ายเงินต้นแล้วจะลดภาระดอกเบี้ยให้เราได้ หรือที่เราเรียกว่า “ลดต้นลดดอก” ลองมาไล่ดูว่าเราเสียดอกเบี้ยตัวไหนเยอะที่สุดอยู่ ลองเอามาไล่ดู เพื่อให้เรารู้ว่าถ้าเรามีเงินสักก้อนนึงเราจะปิดหนี้ตัวไหนก่อนดี

3. ตรวจสอบความสามารถในการลงทุนเทียบกับดอกเบี้ยที่เราจ่าย

ถ้าเอาแบบในอุดมคติของพี่ทุยเลยนะ พี่ทุยว่าถ้าเราสามารถลงทุนแล้วหาผลตอบแทนได้มากกว่าดอกเบี้ยที่เราจ่ายอยู่ พี่ทุยว่าเราก็ไม่จำเป็นต้องไปปิดหนี้ แต่ปัญหาเรื่องนี้ก็คือ การลงทุนมันไม่ได้แน่นอนมีทั้งได้กำไรและขาดทุน ไม่เหมือนกับดอกเบี้ยที่เราจ่าย ดังนั้นถ้ากลับมาสู่ความเป็นจริงแล้ว พี่ทุยเลยจะแนะนำว่าถ้าหนี้เรายังเยอะอยู่แล้วดอกเบี้ยที่เสียต่อปียังเกิน 3-4% อยู่พี่ทุยว่าโปะก็ดีเหมือนกัน เพราะการโปะหนี้จะช่วยทำให้รายจ่ายเราลดลงไปในตัว

แต่ว่าพี่ทุยก็เข้าใจนะ บางทีถ้ารอให้โปะจนหมดไม่รู้จะได้ลงทุนเมื่อไหร่ พี่ทุยขอแนะนำสูตรที่พี่ทุยใช้เองแล้วก็ใช้ได้อยู่เหมือนกันนะ คือ ถ้าหนี้แบบที่ 2 หลักๆก็คือ หนี้บ้าน โดยปกติหนี้บ้าน เราจะรู้ว่าต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไหร่ เทคนิคพี่ทุยก็คือโปะไปอีกเท่านึงเลย สมมติว่า ถ้าปกติจ่ายเดือนละ 10,000 บาทก็ให้จ่ายปกติไป 10,000 บาทแล้วโปะอีก 10,000 บาทไปด้วย วิธีนี้ถ้ารวมกับการรีไฟแนนซ์เรื่อยๆด้วย จะช่วยทำให้เราโปะบ้านหมดภายใน 8-10 ปีเลย เร็วขึ้นเกือบ 20 ปีเลยนะ

แล้วทีนี้ถ้าเราโปะบ้านเรา 1 เท่าแล้ว พี่ทุยว่าเราก็เอาเงินที่เหลือไปจัดสรรการลงทุน จัดการพอร์ตของเราได้ตามต้องการเลย ถ้าใครรับความเสี่ยงได้สูงก็อาจจะดูหุ้นเป็นทางเลือก แต่ถ้าเสี่ยงได้ไม่มากตราสารหนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน หรือเราจะใช้พวกประกันชีวิต LTF RMF เป็นตัวช่วยเรื่องภาษีก็ดีใช้ได้ คนที่เป็นหนี้ก็ลงทุนได้เหมือนกัน แต่อย่าลืมว่าหนี้มีดอกเบี้ยวิ่งอยู่เสมอ เป็นรายจ่ายที่เลี่ยงไม่ได้ซะด้วยนะจ๊ะ


error: