3 เทคนิคผ่อน "หนี้บัตรเครดิต" ให้หมดไวจนน่าตกใจ

3 เทคนิคผ่อน “หนี้บัตรเครดิต” ให้หมดไวจนน่าตกใจ

3 min read  

ฉบับย่อ

  • หนี้ “บัตรเครดิต” เป็นหนี้ที่ไม่ควรเป็นมากที่สุด เพราะส่วนใหญ่นั้นไม่ก่อให้เกิดรายได้ แต่จะเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดแต่รายจ่ายซะเป็นส่วนใหญ่
  • เป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด ทุกคนผิดพลาดกันได้ หรืออาจจะเกิดเรื่องฉุกเฉินที่ทำให้เราต้องใช้เงินด่วนก็อาจจะรูดไป แต่สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำก็คือ ทำความเข้าใจกับตัวเอง ทำความเข้าใจที่ว่าเราเป็นหนี้อยู่

หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน

ปัญหาเรื่อง “หนี้บัตรเครดิต” พี่ทุยว่าเป็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่พี่ทุยได้คลุกคลีกับวงการการเงินมาพอสมควร ทั้งการวางแผนการเงินและการเข้าร่วมประชุมสมาคมนักวางแผนการเงิน (CFP) มาก็ตาม ปัญหาเรื่องการเงินของคนส่วนใหญ่ 80% ที่มาปรึกษาจะไม่ใช่การปรึกษาเรื่องว่าลงทุนอย่างไรให้เงินงอกเงย

แต่ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นปัญหาเรื่องหนี้สิน แล้วเป็นหนี้บัตรเครดิตซะเยอะด้วย พี่ทุยว่าอาจจะเป็นเพราะว่าบัตรเครดิตเป็นหนี้ที่ก่อได้ง่ายมาก ๆ รูดปื๊ด ๆ กันง่าย ๆ เลยล่ะ พอถึงตรงนี้คำถามของหลาย ๆ คนก็คือ จะผ่อนบัตรเครดิตยังไงให้หมดไว ๆ เราลองมาดูกันว่า พี่ทุยจะมีเทคนิคอะไรที่ช่วยผ่อนให้หมดไว ๆ ได้บ้าง ?

1. เป็น “หนี้บัตรเครดิต” ต้องเข้าใจตัวเองก่อนเสมอ

เป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด ทุกคนผิดพลาดกันได้ หรืออาจจะเกิดเรื่องฉุกเฉินที่ทำให้เราต้องใช้เงินด่วนก็อาจจะรูดไป แต่สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำก็คือ ทำความเข้าใจกับตัวเอง ทำความเข้าใจที่ว่าเราเป็นหนี้อยู่ แถมเป็นหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงมาก ๆ ซะด้วย เพราะอย่างที่เรารู้กันว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงระดับ 20%++ ต่อปี ดังนั้น ควรจะปิดให้หมดโดยเร็วที่สุด

เราอาจจะใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายเหมือนเดิมไม่ได้ กินข้าวหรูแพง ๆ บนห้างบ่อย ๆ ก็อาจจะทำได้น้อยลงหรืออาจจะทำไม่ได้เลย เราอาจจะต้องเปลี่ยนการเดินทางด้วยแท็กซี่เป็นต้องเดินหรือขึ้นรถเมล์ เพราะเราจำเป็นที่จะต้องปลดหนี้ ดังนั้น เราจะต้องประหยัดมากขึ้น ใช้จ่ายน้อยลง

2. สร้างรายได้เพิ่มขึ้น

เวลาที่เราเป็นหนี้ หลาย ๆ คนมักจะไปสนใจหรือโฟกัสไปที่รายจ่ายเท่านั้น แต่พี่ทุยจะบอกว่าการประหยัดเงินนั้นทำได้อย่างมากก็ไม่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ เราต้องขยันเพิ่มด้วย ขยันหารายได้ให้มากขึ้นเพื่อนำเงินมาชำระหนี้บัตรเครดิต ลองคิดง่าย ๆ ว่าเราขยันเพิ่มขึ้น ได้รายได้มากขึ้นเดือนละ 10,000 บาท ถ้าเราสามารถนำไปโปะหนี้บัตรเครดิตได้ ก็เหมือนกับเรามีรายได้เพิ่มขึ้นจากก้อนนั้นอีก 20% เลยนะ เพราะว่าเราไม่ต้องไปจ่ายดอกเบี้ยของบัตรเครดิตนั่นเอง

3. ขายสินทรัพย์บางอย่างออกไปก่อนเพื่อปิดหนี้บัตรเครดิต

อันนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่พี่ทุยแนะนำ เพราะว่าเป็นวิธีที่ค่อนข้างรุนแรงเลย ลองคิดดูว่าผลตอบแทนย้อนหลังเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 10-12% ต่อปี นั่นหมายความว่าถ้าเราเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่เราเสียดอกเบี้ยปีละ 20% เนี้ย พี่ทุยบอกได้เลยว่าต้องใช้ศาสตร์การลงทุนระดับปรมาจารย์กลับชาติมาเกิดเลยทีเดียว ถึงจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนถึง 20% ต่อปีแบบชัวร์ ๆ ไม่มีความเสี่ยง ดังนั้น มันเลยเป็นไปไม่ได้ที่เราจะลงทุนให้ได้มากกว่าดอกเบี้ยที่เราจ่าย

อันนี้พูดถึงกรณีที่การลงทุนมีผลตอบแทนนะ สินทรัพย์บางอย่างนอกจากจะไม่สร้างผลตอบแทนให้กับเราแล้วยังมีค่าเสื่อมเยอะแยะไปหมดด้วย ดังนั้น นอกจากหนี้ที่เราจะต้องเสีย 20% ก็ต้องบวกกับค่าเสื่อมของสินทรัพย์เข้าไป พี่ทุยว่าปีนึงก็อยู่ราวๆ 30%++ แน่ ๆ ดังนั้น ต้นทุนที่เราไม่ขายสินทรัพย์ไปจัดการหนี้สินนั้นก็สูงอยู่เหมือนกัน

สำหรับคนที่ห้ามใจตัวเองไม่ค่อยอยู่ การเป็นหนี้บัตรเครดิตแล้วเริ่มจ่ายขั้นต่ำ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเป็นหนี้ในระยะยาวแล้วล่ะ การใช้งานบัตรเครดิตเราจำเป็นต้องมีวิธีการใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาด เราจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของมัน ดังนั้น จำไว้ทุกครั้งก่อนรูดบัตรเครดิต ถ้าเราไม่มีเงินสดมากพอที่จ่ายเงินจำนวนนั้นได้ห้ามรูดเด็ดขาด! ถ้าเรารูดก็แปลว่าเรากำลังรับความเสี่ยงของการเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่นั่นเอง


หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน หนังสือ "การเงิน 101" พื้นฐานเรื่องการเงินที่ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอน
error: